
ไม่ฟุ้งซ่าน
“
ผมเดินหน้าสู้ต่อ ไม่ฟุ้งซ่านเหมือนชื่อ เพราะคนเราล้มแล้วต้องลุก ร้านผมที่โรงภาพยนตร์สยามเปิดขายมาได้ประมาณ 3 ปี เป็นร้านเสื้อยืดที่ออกแบบเองแบบไม่จำกัดความคิด ไม่ติดรูปแบบ วัสดุเกรดดี งานเสื้อจึงออกมาไม่ซ้ำกัน ทำให้เริ่มติดตลาด เรียกได้ว่าเด็กเดินสยามจะรู้จักร้านฟุ้งซ่านกันเกือบทั้งหมด” ชนะชัย กล่าวในแต่ละวันจะมีรายได้ประมาณวันละ 5,0008,000 บาท เสาร์อาทิตย์เพิ่มเป็นวันละกว่าหมื่นบาท แต่เมื่อมีการชุมนุมก็ขายแทบไม่ได้เลย และยิ่งการชุมนุมผ่านไป 10 วัน แทบไม่มีคนเดินสยาม ทำให้รายได้หายไปทั้งหมด
แม้ทุกวันที่ผ่านไปจะขายของไม่ได้ก็ยังเข้ามาดูร้านทุกวัน แม้กระทั่งวันเกิดเหตุออกจากร้านไปช่วงเย็นก็ไม่คิดว่าจะโดนเผา เพราะบริเวณโรงภาพยนตร์สยามไม่ใช่คู่กรณี ทำให้ไม่ได้เอาสต๊อกเสื้อผ้าไปเก็บที่อื่น ทำให้สต๊อกเสียหายหมด
“
ตอนนั้นคิดว่าหลังม็อบสลาย ห้างเซ็นทรัลลาดพร้าวก็ปิดซ่อม เซ็นทรัลเวิลด์ก็ซ่อม คนน่าจะไหลมาสยาม ทำให้สต๊อกเสื้อไว้ เสื้อผ้าจึงเสียหายไปจากเพลิงไหม้ในครั้งนี้ประมาณ 45 แสนบาท รวมค่าตกแต่งร้าน ซึ่งถือว่าเป็นภาระที่หนัก ยังไม่รวมค่าเช่าที่สูงหลายหมื่นบาท ในขณะที่ 2 เดือนที่ผ่านมาขายไม่ได้เลย”ชนะชัย กล่าวว่า กว่าจะเปิดร้านนี้ได้ต้องเก็บเงินและทำเสื้อผ้าวางขายตามตลาดนัดมาหลายปีจนแบรนด์เริ่มติดจึงเก็บเงินมาเปิดร้าน หลังจากไฟไหม้ทำให้ทุกอย่างที่ลงทุนลงแรงหายไปหมด
ทั้งนี้ อยากให้รัฐเข้ามาช่วยเหลือโดยการประสานกับทางจุฬาฯ จัดพื้นที่จำหน่ายสินค้าให้ในพื้นที่ใกล้เคียงกับแหล่งเดิม เช่น ลานจอดรถหรือริมฟุตปาท โดยให้สงวนไว้เฉพาะร้านที่ได้รับผลกระทบจริงๆ ไปจนกว่าจะมีการสร้างอาคารใหม่เสร็จ โดยไม่เก็บค่าเช่า หรือเก็บน้อยที่สุด ซึ่งการที่เขาไม่อยากไปขายที่อื่น เพราะเกรงว่าจะเสียลูกค้า และทำให้เขาเสียโอกาสทางตลาดที่จะมีการขยับขยายต่อไปข้างหน้า







