
ควบรวมอบต.รายได้น้อย
กรรมการกระจายอำนาจเตรียมเสนอสปช.หวังลดแรงต้านไม่แตะกำนันผู้ใหญ่บ้าน
กรรมการกระจายอำนาจเตรียมเสนอสปช.หวังลดแรงต้านไม่แตะกำนันผู้ใหญ่บ้าน
คณะกรรมการกระจายอำนาจชงควบรวม อบต.รายได้น้อยเข้าด้วยกัน
แหล่งข่าวเปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (ก.ก.ถ.) ที่มี นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน สรุปแนวคิดว่าจะควบรวมองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ที่มีขนาดเล็กและจัดเก็บรายได้ต่ำกว่า 50 ล้านบาท/ปี เข้าด้วยกัน เพื่อลดปัญหาความเหลื่อมล้ำการจัดเก็บรายได้ การจัดสรรงบประมาณ ประหยัดงบประมาณภาครัฐ และแก้ปัญหาภาระงานที่ซ้ำซ้อนระหว่างท้องถิ่นด้วยกัน ทั้งเทศบาล องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) กำนัน และผู้ใหญ่บ้าน
ทั้งนี้ ที่ประชุม ก.ก.ถ. มอบหมายให้ นายบุญเลิศ น้อมศิลป์ ประธานที่ปรึกษาเทศบาลนครแหลมฉบัง ในฐานะผู้ทรงคุณวุฒิ ก.ก.ถ. เป็นประธานยกร่างข้อเสนอการปฏิรูปองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น โดยเฉพาะ อบต.เสนอต่อสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.)
แหล่งข่าว ก.ก.ถ. เปิดเผยว่า สาเหตุที่ต้องควบรวม อบต.ขนาดเล็กเนื่องจาก อบต.ส่วนใหญ่จัดเก็บรายได้ต่อปีต่ำกว่า 50 ล้านบาท มี อบต.ที่จัดเก็บรายได้มากกว่า 50 ล้านบาท/ปี เพียง 900 แห่งจากจำนวน อบต.ทั้งประเทศ 5,335 แห่ง โดย อบต.บางแห่งจัดเก็บรายได้เพียงปีละล้านกว่าบาทเท่านั้น งบประมาณในการนำไปใช้พัฒนาท้องถิ่นจึงไม่เพียงพอและต้องพึ่งพาขอจัดสรรจากภาครัฐ
“อบต.บางแห่งมีขนาดเล็ก แต่จัดเก็บรายได้สูงนับร้อยล้านบาท เช่น ที่ จ.ชลบุรี แต่ไม่อาจนำรายได้ไปใช้พัฒนาท้องถิ่นได้ เพราะพื้นที่เล็กและการพัฒนาทั้งถนน หนทาง ไฟฟ้า ประปาเพียบพร้อมหมดแล้ว ทำให้งบประมาณเหลือจำนวนมาก เงินเหลือก็นำไปบริจาคสร้างโรงเรียน หรือสถานีตำรวจ ทั้งๆ ที่เป็นงานของกระทรวงหรือหน่วยงานหลัก” แหล่งข่าวเปิดเผย
แหล่งข่าวเปิดเผยว่า ข้อเสนอ การปฏิรูปท้องถิ่นต้องการปรับปรุงเชิง โครงสร้าง อบต.เท่านั้น โดยจะไม่ไปยุ่งเกี่ยวกับกำนันหรือผู้ใหญ่บ้านเพราะเป็นส่วนงานของกระทรวงมหาดไทย เพื่อหลีกเลี่ยงแรงต้าน และหากปรับโครงสร้างดังกล่าวได้ ภารกิจที่ซ้ำซ้อนเหล่านี้จะถูกลดบทบาทลงไปเอง โดยไม่จำเป็นต้องใช้วิธียุบ ซึ่งแนวทางในการควบรวม จะรอให้สมาชิก อบต.แต่ละแห่ง หมดวาระลงจึงค่อยเข้าสู่กระบวนการปฏิรูป
ด้าน นายนพดล แก้วสุพัฒน์ นายกสมาคมองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยกับแนวคิดควบรวม อบต. และไม่ใช่ความผิดของ อบต.ที่จัดเก็บรายได้ไม่ถึงเป้าหมาย นั่นเพราะภาษีส่วนใหญ่ไม่ได้ออกแบบมาให้เป็นรายได้ของท้องถิ่น แต่เก็บแล้วจะกลายเป็นของส่วนกลาง
นายนพดล กล่าวว่า การบริหารใน รูปแบบ อบต.มีความเหมาะสมอยู่แล้ว โดยเฉพาะประชาชนจะสะดวกในการใช้บริการ หากมีการควบรวม 34 ตำบลเป็น 1 อบต.จะสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนอย่างแน่นอน
“หลักการคือ 1 ตำบล 1 องค์กร เพื่อความสะดวกและเป็นการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นอย่างแท้จริง หากคิดกันเฉพาะในแง่ความคุ้มค่าโดยไม่คำนึงถึงการให้บริการ ถามว่าผู้สูงอายุ คนพิการ ต้องเดินทางไปไกลจะเดือดร้อนขึ้นขนาดไหน” นายนพดล กล่าว







