
ปั้นฮับรถประหยัดพลังงาน
จักรมณฑ์สั่งศึกษาโปรดักต์แชมเปี้ยนการันตีอินโดฯไม่มีทางแซงหน้าไทย
จักรมณฑ์สั่งศึกษาโปรดักต์แชมเปี้ยนการันตีอินโดฯไม่มีทางแซงหน้าไทย
อุตฯ เฟ้นหาโปรดักต์แชมเปี้ยนรถยนต์เพิ่ม ดันไทยฮับผู้ผลิตอย่างยั่งยืน มั่นใจอินโดฯ ไม่มีทางแซง
นายจักรมณฑ์ ผาสุกวนิช รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ขณะนี้กระทรวงอุตสาหกรรมกำลังอยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูลจุดเด่นของการผลิตรถยนต์เพื่อจะผลักดันให้มีการสร้างโปรดักต์แชมเปี้ยนรถยนต์ขึ้นมาในอุตสาหกรรมยานยนต์ของไทย ให้เป็นลำดับที่ 3 ถัดจากการผลิตรถปิกอัพและการผลิตรถยนต์อีโคคาร์
รมว.อุตสาหกรรม ชี้แจงแนวทางว่า ได้สั่งการให้เน้นศึกษารถยนต์ที่มุ่งเน้นการประหยัดพลังงานและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเป็นกรณีพิเศษ เพราะเป็นไปตามความต้องการของตลาดโลกและเป็นยานยนต์ในอนาคตหลังจากที่ผ่านมาอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยประสบความสำเร็จจนมีโปรดักต์แชมเปี้ยนมาแล้ว 2 รุ่น
ทั้งนี้ โปรดักต์แชมเปี้ยนลำดับที่ 1 คือ รถกระบะ ขนาด 1 ตัน ปัจจุบันสามารถผลิตและส่งออกเป็นอันดับ 1 ของโลก ลำดับที่ 2 คือการผลิตรถยนต์ขนาดเล็กประหยัดพลังงาน (อีโคคาร์) ซึ่งขณะนี้การผลิตรถยนต์อีโคคาร์รุ่นที่ 1 ที่มีกำลังการผลิต 5 แสนคัน เริ่มทยอยออกมาแล้ว ส่วนรถยนต์อีโคคาร์ระยะที่ 2 จะเริ่มมีการปรับไลน์การผลิตในเร็วๆ นี้ โดยมีการประเมินว่าจะมีกำลังการผลิตรถยนต์รวมปีละ 1.58 ล้านคัน
“ตอนนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูล เพื่อดูว่าอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยจะปั้นโปรดักต์แชมเปี้ยนตัวไหนเป็นผลิตภัณฑ์ตัวที่ 3 หลังจากที่ผ่านมาประสบความสำเร็จทั้งรถกระบะและรถอีโคคาร์รุ่นที่ 1” นายจักรมณฑ์ กล่าว
รมว.อุตสาหกรรม กล่าวว่า ขณะนี้ค่ายรถยนต์ทุกแห่งยืนยันว่าประเทศไทยยังเป็นฐานการผลิตรถยนต์เพื่อการส่งออกของอาเซียนต่อไป เนื่องจากไทยมีความแข็งแกร่งในด้านการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์และมีแรงงานที่มีฝีมือ
ขณะที่คู่แข่งรายใหม่คือประเทศอินโดนีเซีย แม้ว่าจะมีการผลิตรถยนต์เพิ่มมากขึ้น แต่เป็นการผลิตรถยนต์เพื่อใช้ในประเทศ เพราะต้องการรองรับประชากรที่มีเป็นจำนวนมาก โดยปี 2560 มีเป้าหมายการผลิตรถยนต์ 3 ล้านคัน ซึ่งเชื่อว่าเป็นไปตามเป้าหมายแน่นอน เพราะในอนาคตเศรษฐกิจโลกจะปรับตัวดีขึ้น
นายจักรมณฑ์กล่าวถึงการเข้าพบของนายเอ็ดวาร์ด คลาเรนซ์ คลาเรนซ์สมิธผู้อำนวยการสำนักงานส่วนภูมิภาค องค์การพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งสหประชาชาติ ประจำประเทศไทย เมื่อวันที่ 29 ต.ค. 2557 ว่า ได้มีการหารือความร่วมมือในโครงการพัฒนาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนร่วมกัน โดยเฉพาะการจัดการสารเคมีที่เป็นอันตรายในภาคอุตสาหกรรม ซึ่งทางไทยได้ขอให้ส่งผู้เชี่ยวชาญมาให้ความรู้กับประเทศไทย
แหล่งข่าวจากวงการรถยนต์ เปิดเผยว่า ไทยมีความเหมาะสมในการสนับสนุนการผลิตรถยนต์ไฮบริดและรถยนต์อเนกประสงค์ (SUV) แต่ต้องมีการกำหนดกรอบกติกาด้านภาษีและมาตรการสนับสนุนการลงทุนใหม่ เพราะไทยมีฐานการผลิตชิ้นส่วนที่ดีและมีการพัฒนาด้านเทคโนโลยีรถดัดแปลงที่ยังไม่มีประเทศใดมีศักยภาพเท่ากับไทยในรอบ 9 เดือน ไทยมียอดผลิตรถยนต์ทั้งสิ้น 1,408,540 คัน ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 27.03%







