posttoday
รัฐกระตุ้นลงทุน

รัฐกระตุ้นลงทุน

30 ตุลาคม 2557

ปรีดิยาธรดูดทุนต่างชาติเข้าไทยชง16มาตรการเข้าครม.ใน3สัปดาห์หวังเป็นศูนย์กลางสำนักงานในภูมิภาค

ปรีดิยาธรดูดทุนต่างชาติเข้าไทยชง16มาตรการเข้าครม.ใน3สัปดาห์หวังเป็นศูนย์กลางสำนักงานในภูมิภาค

“หม่อมอุ๋ย” แย้ม 16 มาตรการกระตุ้นการลงทุนเสนอ ครม.ได้ภายใน 3 สัปดาห์

ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ เปิดเผยว่า รัฐบาลเตรียมออกมาตรการชุดเพื่อส่งเสริมให้เกิดการลงทุนใหม่ในไทย โดยคาดว่าจะมีประมาณ 1516 มาตรการ มีทั้งมาตรการภาษีและไม่ใช่ภาษี เช่น การส่งเสริมให้บริษัทข้ามชาติเข้ามาลงทุนตั้งสำนักงานใหญ่ในไทย สามารถใช้กรุงเทพมหานคร (กทม.) เป็นฐานการลงทุนเชื่อมโยงกับการลงทุนในภูมิภาค

ทั้งนี้ มาตรการที่เกี่ยวข้องกับภาษี เช่น การยกเว้นภาษีเงินได้ให้ธุรกิจเทรดดิ้งที่นำเข้าสินค้ามาและขายต่อไป ส่วนมาตรการที่ไม่ใช่ภาษี เช่น การขยายเวลาให้วีซ่านักธุรกิจที่เข้ามาลงทุนในไทยจาก 90 วัน เป็น 2 ปี เป็นต้น ซึ่งจะทำให้นักลงทุนได้รับความสะดวกและสนับสนุนให้มีการลงทุนในไทยเพิ่มขึ้น

“มาตรการทั้งหมดจะได้ข้อสรุปที่ชัดเจนและนำเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาได้ภายใน 3 สัปดาห์” ม.ร.ว.ปรีดิยาธร กล่าว

นอกจากนี้ จะมีการปรับเปลี่ยนมาตรการส่งเสริมการลงทุนของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) สำหรับธุรกิจไทยที่ออกไปลงทุนในต่างประเทศมากยิ่งขึ้น หลังจากที่ผ่านมาเน้นการให้สิทธิประโยชน์กับบริษัทข้ามชาติที่มาลงทุนในไทย

ขณะเดียวกันจะจัดตั้งคณะกรรมการดิจิทัลอีโคโนมีแห่งชาติ ภายในสิ้นปีนี้ เพื่อเป็นศูนย์กลางวางรากฐานการพัฒนาดิจิทัลอีโคโนมี การสนับสนุนและประสานงานให้งานด้านนี้ที่กระจายในหลายหน่วยงานมีเจ้าภาพที่ชัดเจน ซึ่งจะใช้เวลาดำเนินงานให้เสร็จใน 1-2 เดือน

รัฐบาลมีนโยบายสำคัญที่จะดำเนินการเร็ว ๆ นี้ คือ การยกร่างกฎหมายเพื่อสนับสนุนดิจิตอลอีโคโนมี หรือการส่งเสริมให้มีการใช้ระบบไอทีเพื่อสนับสนุนธุรกิจและการค้า การศึกษา และงานด้านอื่น ๆ ของประเทศที่เป็นเชิงยุทธศาสตร์ การจัดตั้งคณะกรรมการดิจิตอลอีโคโนมีแห่งชาติภายในสิ้นปีนี้ เพื่อสนับสนุนและประสานงานให้งานด้านนี้ที่เคยกระจายในหลายหน่วยงานมีเจ้าภาพที่ชัดเจน หลังจากดำเนินการเสร็จภารกิจของรัฐบาลนี้จะใช้เวลาอีก 1-2 เดือนในการวางรากฐานพัฒนาดิจิตอลอีโคโนมีของประเทศ เพื่อให้รัฐบาลใหม่มาสานงานต่อ

การส่งออกของไทยในปีหน้า ม.ร.ว. ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี มองว่าไม่ได้น่าเป็นห่วงมากนัก เป็นไปตามเศรษฐกิจโลกที่อยู่ในภาวะถดถอย จึงเป็นปกติที่การส่งออกจะหดตัวลงตาม แต่มั่นใจว่าปีหน้าจะดีขึ้นทั้งในการส่งออกและผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) เพราะเชื่อว่าเศรษฐกิจโลกจะเริ่มฟื้นตัว โดยคาดว่า ปีหน้าจีดีพีจะขยายตัว 4% และไม่อยากให้กังวลกับตัวเลขของ จีดีพี เนื่องจากเป็นเพียงคาดการณ์เท่านั้น แต่ควรให้ความสำคัญกับการจ้างงานมากกว่า เพราะเป็นตัวสะท้อนการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศได้ดีที่สุด

นายอูริค ซาเกา ผู้อำนวยการ ธนาคารโลกประจำประเทศไทย เปิดเผยรายงานการจัดอันดับความยากง่ายในการประกอบธุรกิจปี 2558 (Ease of Doing Business 2015) ว่า อันดับประเทศที่มีความง่ายในการทำธุรกิจดีขึ้น โดยในปี 2558 ไทยถูกจัดให้อยู่ในอันดับที่ 26 ของโลก ดีขึ้นจากปี 2557 ที่อยู่ลำดับ 28 และเป็นอันดับ 3 ในอาเซียนรองจากสิงคโปร์และมาเลเซีย

สำหรับวิธีการจัดอันดับในครั้งนี้เปลี่ยนเป็นแบบ Distance to Frontier หรือ พิจารณาจากระยะห่างของการพัฒนาประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของหน่วยงานรัฐเทียบกับประเทศที่ดำเนินการดีที่สุด ซึ่งมีหลายด้านที่ไทยพัฒนาใกล้เคียงกับประเทศที่ดำเนินการดีที่สุด อาทิ การดำเนินการขออนุญาตในการก่อสร้างที่อยู่อันดับที่ 6 การขอใช้ไฟฟ้าอยู่อันดับที่ 12 การคุ้มครองนักลงทุนรายย่อยอยู่อันดับที่ 25 การบังคับใช้ข้อตกลงอยู่อันดับที่ 25 และการลงทะเบียนทรัพย์สินลำดับที่ 28 โดยประเทศไทยได้ปรับปรุงการใช้เวลาในการดำเนินขอใบอนุญาตในการก่อสร้างลดลง เนื่องจากมีการใช้กระบวนการช่องทางพิเศษสำหรับการก่อสร้างอาคารขนาดเล็ก

ปจจบนปัจจุบันไทยใช้เวลาในการส่งออกและนำเข้าลดลง 50% จากการปรับปรุงการให้บริการภาครัฐของไทยตลอด 10 ปีที่ผ่านมา

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท