posttoday
ช.การช่างคว้าทำเลทอง

ช.การช่างคว้าทำเลทอง

29 ตุลาคม 2557

บีเอ็มซีแอลแก้มปริ ครม.มีมติให้ลงทุนส่วนเชื่อมต่อจุดเปลี่ยนผู้โดยสารรถไฟฟ้า 3 สาย

บีเอ็มซีแอลแก้มปริ ครม.มีมติให้ลงทุนส่วนเชื่อมต่อจุดเปลี่ยนผู้โดยสารรถไฟฟ้า 3 สาย

ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 28 ต.ค. 2557 มีมติเห็นชอบให้คณะกรรมการพิจารณาคัดเลือกเอกชนร่วมงานหรือดำเนินการตามมาตรา 13 ไปเจรจาโดยตรงกับ บริษัท รถไฟฟ้ากรุงเทพ(บีเอ็มซีแอล) ของกลุ่ม ช.การช่าง ซึ่งเป็นผู้เดินรถไฟฟ้าสายบางซื่อหัวลำโพง ให้เข้ามาลงทุนโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงเตาปูนบางซื่อ ระยะทางกว่า 1 กิโลเมตร ซึ่งเป็นจุดเชื่อมต่อผู้โดยสารที่สำคัญ

ทั้งนี้ บริเวณดังกล่าวจะเชื่อมต่อกับสถานีเตาปูนที่เป็นจุดเปลี่ยนถ่ายการเดินทางของประชาชนที่ใหญ่ที่สุด เพราะเป็นจุดเชื่อมต่อรถไฟฟ้า 3 เส้นทาง คือ 1.รถไฟฟ้าสายเฉลิมรัชมงคล (หัวลำโพงบางซื่อ) 2.รถไฟฟ้าสายสีม่วงช่วงบางใหญ่บางซื่อ 3.รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย ช่วงบางซื่อท่าพระ

ขณะที่โครงการนี้มีปัญหามานานและไม่มีความชัดเจนว่าจะเปิดประมูลใหม่หรือรัฐจะลงทุนเอง

อย่างไรก็ตาม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กำชับใน ครม.ว่า ในการเจรจาจะต้องพิจารณารูปแบบการลงทุนที่เหมาะสมและเกิดประโยชน์กับรัฐมากที่สุด

นอกจากนี้ ครม.มีมติอนุมัติ พ.ร.บ.เวนคืนอสังหาริมทรัพย์สร้างรถไฟฟ้าสีเขียวช่วงแบริ่งสมุทรปราการ เพื่อดำเนินการเวนคืนที่ดินจากเอกชน 83 แปลง ซึ่งขณะนี้มีเจ้าของที่ดินตกลงกับการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) แล้ว 76 แปลง อีก 7 แปลง ยังไม่สามารถตกลงทำสัญญากันได้เพราะมีปัญหาเรื่องราคา

ขณะเดียวกัน ครม.ยังมีมติอนุมัติร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่จะเวนคืน และร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่จะดำเนินการสร้างรถไฟฟ้า 4 สาย

1.สายสีเหลือง (ลาดพร้าวสำโรง) มีที่ดิน อาคารสิ่งปลูกสร้างที่จะต้องจัดกรรมสิทธิ์ 184 หลัง

2.สายสีส้ม ช่วงศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทยมีนบุรี มีที่ดินที่จะต้องเวนคืนตามแนวเส้นทาง 594 แปลง ต้องรื้อถอนอาคาร 222 หลัง 3.สายสีชมพู แครายมีนบุรี 4.สายสีเขียว หมอชิตคูคต ซึ่งต้องลงพื้นที่ก่อนจึงจะทราบพื้นที่เวนคืน

จัดการกรรมสิทธิ์ รวมถึงอาคารและสิ่งปลูกสร้างที่ต้องรื้อถอน

แหล่งข่าวจากกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า สำหรับรถไฟฟ้าสายสีเขียวที่กระทรวงคมนาคมได้เสนอให้ ครม.อนุมัติ พ.ร.บ.เวนคืนอสังหาริมทรัพย์ฯ นั้น เมื่อกฎหมายออกมาแล้วจะทำให้รัฐสามารถมีอำนาจบังคับซื้อที่ดินจากเจ้าของทั้ง 7 รายที่ยังไม่สามารถตกลงขายที่ให้กับ รฟม. ได้

ทั้งนี้ ตลอดเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีเขียวจากแบริ่งถึงสมุทรปราการนั้นมีที่ดินที่ต้องจัดการกรรมสิทธิ์แบ่งเป็น 3 ส่วนด้วยกัน ได้แก่ ที่ดินของรัฐ ซึ่งเป็นส่วนที่จัดการเรียบร้อยแล้วเนื่องจากเป็นที่ดินราชพัสดุ จำนวน 18 แปลง และที่ศาสนาสมบัติกลาง 1 แปลง เป็นพื้นที่ของวัดสำโรง (เป็นวัดร้าง) โดยสำนักพุทธศาสนา

ส่วนที่2 เป็นที่เอกชนที่เจรจาทำการขายที่ให้กับ รฟม. แล้ว 76 แปลง โดยในนี้ทำสัญญาซื้อขายและโอนเป็นของ รฟม.แล้ว 66 แปลง อีก 10 แปลงทำสัญญาซ้อข่ายแล้วและอยู่ระหว่างรังวัดแปลงของสำนักงานที่ดิน

สุดท้ายคือ ส่วนที่เอกชนที่ยังมีปัญหา รฟม. วางเงินค่าทดแทนแต่เอกชนไม่ยินยอมทำสัญญาขาย 7 แปลง ซึ่งส่วนนี้จะเป็นส่วนที่สามารถใช้กฎหมายเข้าไปบังคับซื้อได้ ได้แก่ 1.ที่ดินของ นางสาย จันทร์มงคล และนายชัยสิทธิ์ เอี่ยวยิ่งพาณิชย์ ถือครองที่ดิน 1 ไร่ 3 งาน 33.8 ตรว. รัฐต้องการเวนคืน 85 ตรว.

2.นายวิสิทธิ์ เอื้อรักษ์วงชัย ถือครอง 1 ไร่ รัฐจะขอเวนคืน 48 ตรว. 3.นายสว่าง ตั้งทองทวี ถือครอง 3 งาน 48 ตรว. 4.นางประภาพันธ์ ที.วินสัน ถือครอง 1 ไร่ 3 งาน 3 ตรว. รัฐต้องการเวนคืนทั้งหมด 5.นายสมาน ตั้งทองทวี ถือครอง 1 ไร่ 96 ตรว. รัฐต้องการเวนคืนทั้งหมด 6.นางกิมพงษ์ ไกรกาญจน์ และนายกิมแซ แซ่ตั้ง ถือครอง 6 ไร่ 1 งาน 40 ตรว. รัฐต้องการเวนคืน 3 งาน 11.6 ตรว. อและ7.นายวิสาร วิวัฒรางกูล ถือครอง 3 งาน 18 ตรว. รัฐต้องการเวนคืน 12.1 ตรว.

“76 แปลงเขาสามารถตกลงซื้อขายได้ ส่วนที่เหลืออีก 7 แปลงมีการเจรจาไปแล้วหลายรอบ มีการวางเงินค่าทดแทนไปแล้วแต่ยังทำสัญญากันไม่ได้ เมื่อกฎหมายออกมาแล้วจะต้องมีการเข้าไปดำเนินการตามกฎหมายเพื่อให้การลงทุนเดินหน้าได้และประชาชนส่วนใหญ่ได้ประโยชน์” แหล่งข่าว กล่าว

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท