posttoday
เสนอโยกอปท. ออกจาก มท.

เสนอโยกอปท. ออกจาก มท.

28 ตุลาคม 2557

นักวิชาการ แนะปฏิรูปอปท. ต้องกำหนดหน้าที่ชัดเจน ปรับการสรรงบ เปลี่ยนระบบเลือกตั้ง ควบคู่การปฏิรูประบบราชการ ด้านสปช. จังหวัด เสนอตั้งอปท. นอกกำกับ มท. เพื่อเพิ่มศักยภาพ

นักวิชาการ แนะปฏิรูปอปท.  ต้องกำหนดหน้าที่ชัดเจน ปรับการสรรงบ เปลี่ยนระบบเลือกตั้ง ควบคู่การปฏิรูประบบราชการ ด้านสปช. จังหวัด เสนอตั้งอปท. นอกกำกับ มท. เพื่อเพิ่มศักยภาพ

วันที่ 28 ต.ค. ณ ห้องประชุมวายุภักษ์ โรงแรมเซ็นทารา ศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะ  ในการสัมมนา ครั้งที่ 5 การปฏิรูปประเทศไทย ร่วมคิด ร่วมปฏิรูป การกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นไทย ภายใต้โครงการสัมมนา สู่ทศวรรษที่เก้า : ก้าวใหม่ของระบอบประชาธิปไตยไทย

รศ. ตระกูล มีชัย อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เสนอว่า การปฏิรูปอปท. ไม่จำเป็นจะต้องยกเลิกระบบราชการส่วนภูมิภาค แต่ต้องปรับบทบาทหน้าที่ของตน ไม่ทับซ้อนกับอปท. เนื่องจากรัฐส่วนกลางและรัฐส่วนภูมิภาค ควรทำภารกิจของรัฐเท่านั้น นอกจากนั้นท้องถิ่นรับผิดชอบ ส่วนกรณีความขัดแย้งว่าจะต้องยุบอบจ. หรือไม่ คำตอบคือไม่จำเป็นต้องยุบ แต่จะต้องมีการตั้งองค์กรที่จะประสานกระหว่างอบจ. และอปท. ใหม่อย่างชัดเจน 

ศ. สกนธ์ วรัญญูวัฒนา คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) กล่าวว่า ปัญหาของอปท. คือความขัดแย้งของอปท. และหน่วยงานราชการส่วนภูมิภาค โดยเฉพาะมิติของการจัดสรรงบประมาณ ดังนั้นการปฏิรูปอปท. จะต้องปรับปรุงระบบคลังของอปท. คือ 1.) จำแนกภารกิจของอปท. จากรัฐบาลและหน่วยงานราชการส่วนภูมิภาคอย่างชัดเจน จากนั้นจึงมีการกำหนดงบประมาณขั้นต่ำให้เหมาะสมกับภารหน้าที่ 2.) ลดการทับซ้อนของฐานรายได้ของอปท. แต่ละประเภท เพื่อลดแย่งฐานรายได้ระหว่างอปท. 3.) รัฐบาลอาจมอบหมาย หรือร่วมกับอปท. ในการให้บริการ 4.) กำหนดความเป็นเจ้าของรายได้ภาษีระหว่างรัฐบาลกับอปท. และระหว่างอปท. ด้วยกันเอง เพื่อป้องกันมิให้มีการแย่งฐานรายได้ เช่น รวมรายได้ภาษีที่ฐานะระดับจังหวัด 5.) เร่งรัดออกภาษีใหม่ให้กับอปท. เช่น ภาษีที่ดินและบำรุงสิ่งปลูกสร้าง ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา และภาษีที่อยู่อาศัย เป็นต้น และ 6.) กำหนดประเภทเงินอุดหนุนของรัฐบาลให้มีเป้าหมายชัดเจน ไม่ใช่การพิจารณางบประมาณต่อหัว

รศ. ศุภสวัสดิ์ ชัชวาลย์ อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มธ. กล่าวว่า อุปสรรคของการกระจายอำนาจ คือของจำกัดของกระบวนการกระจายอำนาจและข้อจำกัดของอปท. โดยเฉพาะกรอบความคิดแบบอนุรักษ์นิยม ที่เข้าใจผิดว่าหน้าที่ของอปท. คือการทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายจากรัฐบาล อีกทั้งยังต้องต่อสู่กับระบบราชการ ดังนั้นการปฏิรูปอปท. จะเริ่มการทำความเข้าใจกับนิยามการกระจายอำนาจ ที่อปท. จะต้องเป็นผู้ริเริ่มกระบวนการทำงานตั้งแต่การคิดและปฏิบัติ ไม่ใช่รับคำสั่งหรือนโยบายจากรัฐบาลอย่างเดียว นอกจากนั้นจะต้องออกแบบภารกิจที่จะถ่ายโอนให้ชัดเจน พิจารณาจากภารกิจก่อน แล้วจึงออกแบบโครงสร้างที่สอดคล้องกับการทำงาน

"สปช. ด้านปกครองท้องถิ่น 15 ท่าน จะต้องหารือกับสปช. ด้านบริหารราชการแผ่นดิน 15 ท่าน ไม่อย่างนั้นปฏิรูปจะไม่สำเร็จ เพราะเมื่อกำหนดหน้าที่แล้วอาจจะต้องยุบหน่วยงานราชการที่มีหน้าที่ซ้ำซ้อน รวมถึงการจัดสรรอำนาจหน้าที่อย่างเหมาะสม" รศ. ศุภสวัสดิ์ ระบุ

นายประจักษ์ ก้องกีรติ คณะรัฐศาสตร์ มธ. กล่าวว่า ประเด็นสำคัญการปฏิรูปอปท. คือการปฏิรูประบบเลือกตั้ง ซึ่งต้องก้าวข้ามข้อถกเถียงเรื่องที่มาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ไม่ว่าจะเป็นการแต่งตั้งหรือสรรหา แต่ควรพิจารณาว่าระบบเลือกตั้งอย่างไรจะดีที่สุด เพราะประชาชนจะสามารถมีส่วนร่วมและตรวจสอบได้มากที่สุด หากเห็นว่าระบบเลือกตั้งมีปัญหา เช่น การทุจริต ควรหากลไกในการเลือกตั้งใหม่  ไม่ใช่แค่ระบบที่บริสุทธิ์ยุติธรรม

"เสนอเลือกสท. และอบต. เขตเดียวคนเดียว ข้อดีคือใครรับผิดชอบพื้นที่ไหนกำหนดชัดเจน ในเมื่อนายกฯ อบจ. ยังเลือกเขตเดียวคนเดียวได้ ไม่อย่างนั้นจะเหมือนับส.ส. ในอดีตที่มีปัญหาเรื่องเขตรับผิดชอบ นอกจากนั้นจะต้องนึกถึงอสมมาตร คือการเลือกตั้งที่แตกต่างในแต่ละพื้นที่ " นายประจักษ์ กล่าว

นายทนงศักดิ์ ทวีทอง สปช. จ. สุราษฎร์ธานี และนายกฯ อบจ. สุราษฎร์ธานี กล่าวว่า การผลักดันให้อปท. มีศักยภาพมากขึ้นคงกระทำไม่สำเร็จ เพราะหากระบบราชการส่วนภูมิภาคไม่แบ่งภาระหน้าที่ให้กับอปท. ซึ่งในปีที่ผ่านมาอปท. มีงบประมาณกว่า 200 ล้านบาท แต่หากจะผลักดันให้มีงบประมาณถึง 350 ล้านบาท จะต้องมีการระบุภารหน้าที่ให้ชัดเจน ไม่อย่างนั้นจะตอบสังคมไม่ได้ ต่อกรณีที่งบประมาณเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ในส่วนของสปช. สังคมจะต้องช่วยกันกดดันไม่ใช้สปช. ทำงานเหมือนกับสภาผู้แทนราษฎร ที่ศูนย์เสียเวลาไปกับการถกเถียงมิติการจัดสรรอำนาจหรือตำแหน่งหน้าที่เหมือนกับความวุ่นวายที่เกิดขึ้นในวานนี้

นายธีรศักดิ์ พานิชวิทย์  สปช. จ.เพชรบุรี และนายกฯ อบต.บ้านหม้อ อ.เมือง จ.เพชรบุรี กล่าวว่า อปท. จะต้องเตรียมความพร้อมในการปฏิรูปตนเอง เริ่มจากการกำหนดภาระหน้าที่ของอปท. ให้ชัดเจน ดำเนินงานอย่างโปร่งใส ขจัดข้อครหาเรื่องการทุจริต และลดความแตกแยกในอปท. ด้วยกันเอง นอกจากนั้นจะต้องยกระดับความสามารถการปกครองท้องถิ่นในการปฏิรูปครั้งนี้ โดยรัฐบาลกับอปท. จะต้องเชื่อมโยงกันโดยตรง อปท. จะต้องไม่อยู่ใต้กำกับของกระทรวงมหาไทย แต่ควรไปสังกัดภายใต้สภาองค์กรปกครองท้องถิ่นแห่งชาติ

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท