
วุฒิจี้เลิกตัดถนนเขาใหญ่
กมธ.วุฒิ จี้ก.คมนาคมเลิกตัดถนนทำลายเขาใหญ่ เร่งทำประชาพิจารณ์พร้อมปรับปรุงไหล่ทาง
กมธ.วุฒิ จี้ก.คมนาคมเลิกตัดถนนทำลายเขาใหญ่ เร่งทำประชาพิจารณ์พร้อมปรับปรุงไหล่ทาง
ที่รัฐสภา นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ว.สรรหา ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการส่งเสริมภาคประชาชนป้องกันการทุจริต และตรวจสอบการดำเนินการของรัฐ วุฒิสภา แถลงภายหลังการประชุมเพื่อพิจารณากรณีการตัดถนนธนะรัชต์ซึ่งเป็นทางขึ้น อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่เป็น 4 เลนว่า แม้นายกรัฐมนตรีจะสั่งระงับการดำเนินการ แต่กรรมาธิการเรียกร้องว่าระหว่างที่รอการทำประชาพิจารณ์ จะต้องเร่งปรับปรุงถนนบริเวณไหล่ทางตามที่มีอยู่เดิมเพื่อปรับสภาพพื้นดิน ให้เรียบร้อยและปลูกต้นไม้ทดแทนให้กลับคืนสู่สภาพใกล้เคียงเดิมโดยเร็วที่ สุดและขอคัดค้านหากจะเดินหน้าโครงการนี้ต่อไป เพราะ ที่ผ่านมาการทำประชาพิจารณ์ของกรมทางหลวงไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญมาตรา 67วรรคสองที่จะต้องรับฟังความเห็นจากประชาชนอย่างทั่วถึงทั้งอำเภอปากช่อง และทั้งหวัดนครราชสีมา แต่กลับฟังความเห็นเฉพาะหมู่บ้านเดียวหรือตำบลเดียวเท่านั้น
นายไพบูลย์ กล่าวด้วยว่า เมื่อมีการทำประชาพิจารณ์อย่างถูกต้องก็ต้องให้องค์กรอิสระที่จัดตั้งตามรัฐ ธรรมนูญมาตรา 67 วรรคสองเป็นผู้ให้ความเห็น มิใช่ให้เอกชนผู้รับเหมาเป็นผู้ดำเนินการเหมือนที่กระทรวงคมนาคมกระทำ การทำประชาพิจารณ์ของกระทรวงคมนาคมที่ผ่านมาเป็นเพียงแค่พิธีกรรมเท่านั้น เพราะเป็นการทำประชาพิจารณ์ในเดือนก.พ.ที่ผ่านมาหลังการอนุมัติโครงการไป แล้ว ซึ่งถือว่าผิดกฎหมายแน่นอน
ด้านนายเทพมนตรี ลิมปพยอม ที่ปรึกษาอนุกรรมาธิการฯกล่าวเสริมว่า จากการตรวจสอบยืนยันว่าถนนธนะรัชต์อยู่ในเขตมรดกโลกอย่าง แน่นอน ไม่ตรงตามที่กระทรวงคมนาคมกล่าวอ้างถือว่ากระทรวงคมนาคมฝืนต่อแผนบริหาร จัดการเขาใหญ่ซึ่งถูกขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลก เนื่องจากคำว่า“มรดก โลก”จะมีกฎเกณฑ์ตามมาอีกมากมาย อาทิ จำนวนรถยนต์ที่วิ่งผ่าน และต้องไม่เป็นถนนขนาดใหญ่ที่อาจส่งผลกระทบต่อสภาพสิ่งแวดล้อม การจะทำอะไรจึงต้องได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการมรดกโลกเสียก่อน เชื่อว่านายโสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคมไม่รู้ข้อมูลตรงนี้ เพราะไม่เคยคิดขวนขวายหาความรู้ กลับตีค่าต้นไม้เป็นตัวเงิน ไม่สมควรเป็นรัฐมนตรีอีกต่อไป หากโครงการนี้เดินหน้าต่อย่อมจะตามมาด้วยโครงการอื่นๆที่ทำลายสิ่งแวดล้อม อีกรวมทั้งโครงการมอเตอร์เวยบางปะอิน-โคราช
ด้านนายธารา บัวคำศรี ตัวแทนเครือข่ายประชาชนอนุรักษ์เขาใหญ่ กล่าวว่า กรณีนี้จะเป็นตัวอย่างของแนวทางพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่ส่งผลกระทบต่อสิ่ง แวดล้อมอื่นด้วย หากปล่อยให้โครงการลักษณะนี้เกิดขึ้นโดยไม่มีการตรวจสอบจากประชาชนก็จะส่งผล กระทบต่อพื้นที่อนุรักษ์และผืนป่าทั่วประเทศอย่างแน่นอน อยากให้ไปดูสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวที่เขามีนโยบายว่าใน 10ปีข้างหน้าจะคืนผืนป่าให้ประเทศจากเดิม 40% มา เป็น 70%.ให้ได้ ผิดกับประเทศไทยที่ไม่เคยมีนโยบายเรื่องนี้ นอกจากนั้นจากการตรวจสอบการทำประชาพิจารณ์ของกรมทางหลวงทำให้ทราบว่า กระทำกันเพียงแค่ 3 ชั่วโมงมีผู้เข้าร่วม 150 คนประกอบด้วย ตัวแทนกรมทางหลวง 30 คน หัวหน้าส่วนราชการจังหวัด 3-4 คน สื่อมวลชนท้องถิ่น 7-8 คน อบต.-ผู้ใหญ่บ้าน 10 คน และประชาชนผู้สนใจซึ่งไม่มีรายชื่ออีก 80 คนเท่านั้น







