posttoday
"พลังงาน"อาหารจานร้อน

"พลังงาน"อาหารจานร้อน

28 ตุลาคม 2557

นโยบายด้านพลังงานของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ทั้งในรูปของการเดินหน้าปรับโครงสร้างราคาพลังงาน และการเปิดสัมปทานปิโตรเลียม กำลังกลายเป็นสายล่อฟ้าในการดำเนินการอย่างมาก

นโยบายด้านพลังงานของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ทั้งในรูปของการเดินหน้าปรับโครงสร้างราคาพลังงาน และการเปิดสัมปทานปิโตรเลียม กำลังกลายเป็นสายล่อฟ้าในการดำเนินการอย่างมาก

ณรงค์ชัย อัครเศรณี รมว.พลังงาน เปิดเผยว่า เร็วๆ นี้กระทรวงพลังงานจะประกาศปรับโครงสร้างราคาพลังงานอีกครั้ง โดยเฉพาะก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) ตามคำสั่งของรัฐบาล ที่ต้องการให้มีราคาที่เหมาะสม สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง ขณะเดียวกันเพื่อต้องการชะลอการใช้แอลพีจีในภาคขนส่งที่เพิ่มขึ้นด้วย ซึ่งในหลักการโครงสร้างราคาแอลพีจีจะต้องเป็นราคาเดียวกันทั้งหมด

อย่างไรก็ตาม การปรับราคาจะอาศัยในช่วงจังหวะที่เหมาะสม ไม่ทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน โดยจะเชื่อมโยงกับราคาแก๊สโซฮอล์ที่อาจจะปรับลดราคาลง เพื่อให้การใช้แอลพีจีภาคขนส่งลดลงไป เพราะปัจจุบันมีอัตราการใช้ที่ขยายตัวมาก สังเกตได้จากปริมาณปั๊มแอลพีจีที่มีอยู่ทุกพื้นที่ และมีราคาที่ถูกมาก เฉลี่ยแค่ลิตรละ 11-13 บาทเท่านั้น เมื่อเทียบกับราคาน้ำมันเฉลี่ยลิตรละ 30 กว่าบาท

“แนวทางการปรับราคาแอลพีจีจะเกี่ยวข้องกับเรื่องภาษีสรรพสามิตหรือไม่นั้น ในตอนนี้ต้องทำให้ราคาสะท้อนต้นทุนก่อน โดยแอลพีจีราคาสุดท้ายจะต้องเป็นราคาเดียวกันหมด ไม่แยกราคาครัวเรือน หรือราคาภาคขนส่ง” ณรงค์ชัย กล่าว

เมื่อพิจารณาข้อมูลจากณรงค์ชัย หากจะมีการลอยตัวแอลพีจีให้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง จะทำให้ราคาเพิ่มจาก 22.63 บาท/กิโลกรัม เป็น 27.85 บาท/กิโลกรัม

นั่นหมายความว่า หากมีการปรับราคาแอลพีจีให้สะท้อนต้นทุนจะทำให้ก๊าซแอลพีจีขนาดถัง 15 กิโลกรัม เพิ่มขึ้น 78.5 บาท/ถัง จากปัจจุบัน 300 บาท/ถัง

สำหรับการเปิดประมูลสัมปทานปิโตรเลียมรอบใหม่ ครั้งที่ 21 ณรงค์ชัย ยืนยันว่า ยังดำเนินการตามแผนที่ได้วางไว้ ส่วนที่มีการเสนอให้ชะลอออกไปก่อนโดยรอให้สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ทำงานนั้น ขณะนี้จำเป็นต้องหาแหล่งพลังงานให้กับประเทศได้มีใช้อย่างเพียงพอเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการสำรวจ ซึ่งไม่ใช่เรื่องของการปฏิรูปพลังงาน

“ต้องเข้าใจว่า ผมก็มีหน้าที่ที่ต้องทำ มีเวลาแค่ 1 ปีเช่นกัน อะไรที่ต้องดำเนินการก็ต้องทำ ต่างคนต่างมีหน้าที่ที่จะทำงาน แต่ในเรื่องสัมปทานฯ คงไม่ต้องรอ สปช. เพราะไม่ใช่เรื่องที่ต้องมาปฏิรูปกัน เป็นเรื่องที่ต้องทำอยู่แล้ว ในขณะที่หากนำเรื่องนี้ไปหารือใน สปช.จริง การสำรวจและผลิตก็ต้องเดินหน้าอยู่ดี” รมว.พลังงาน กล่าว

ด้านความเคลื่อนไหวของภาคเอกชน ศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน พร้อมด้วย พล.ร.อ.บรรณวิทย์ เก่งเรียน และ พญ.กมลพรรณ ชีวพันธ์ศรี และเครือข่าย ได้ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองกลาง เพื่อขอให้ศาลคุ้มครองชั่วคราว เพื่อขอให้ระงับและยุติการสัมปทานปิโตรเลียมครั้งที่ 21 จำนวน 29 แปลง ตามมติของคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ หรือ กพช.

ศรีสุวรรณ ระบุว่า นายกรัฐมนตรีในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติได้มีมติเปิดสัมปทาน รอบที่ 21 เป็นการใช้อำนาจทางปกครองที่เร่งรีบเร่งรัดดำเนินการ ทั้งๆ ที่ปัญหาพลังงานเป็นที่ถกเถียงกันของภาคประชาชนมาโดยตลอดหลายปีที่ผ่านมา รัฐบาลควรนำปัญหาของภาคประชาชนที่ได้มีการยื่นหนังสือเดินประท้วงไปพิจารณาให้เรียบร้อย โดยเฉพาะการแก้ไข พ.ร.บ.ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514 และแก้ไขเพิ่มเติม

“ทุกคนรับทราบมาโดยตลอดว่า กิจการปิโตรเลียมนั้นสร้างมูลค่ามหาศาลให้ผู้ประกอบการ แต่มีผลตอบแทนให้ประชาชนน้อยมาก จึงนำไปสู่มูลค่าพลังงานที่ประชาชนต้องใช้สูงเกินจริง แต่ประเทศเพื่อนบ้านกลับใช้ระบบแบ่งปันผลผลิต ซึ่งน่าจะให้ผลประโยชน์กับประเทศชาติมากกว่า” ศรีสุวรรณ กล่าวในตอนท้าย

ปัญหาความขัดแย้งทางความคิดในเรื่องพลังงานกำลังเดือดขึ้นเรื่อยๆ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท