
สปช.ไม่เห็นด้วยคนนอกร่วมกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ
สปช. หนุนตัดโควต้าคนนอกนั่งกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ หวั่นเสียงน้อยไม่เชื่อมโยงสปช. เชื่อตัวแทนการเมืองกลัวถูกตัดสิทธิ์ไม่ร่วม
สปช. หนุนตัดโควต้าคนนอกนั่งกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ หวั่นเสียงน้อยไม่เชื่อมโยงสปช. เชื่อตัวแทนการเมืองกลัวถูกตัดสิทธิ์ไม่ร่วม
เมื่อวันที่ 27 ต.ค. ที่ประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ซึ่งมี นายเทียนฉาย กีระนันท์ สปช. ทำหน้าที่ประธานเฉพาะคราวพิจารณารายงานความคืบหน้าการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมาธิการกิจการสภาปฏิรูปแห่งชาติ (วิปสปช.ชั่วคราว) ที่ให้พิจารณาแนวทางการสรรหากรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ จากผู้ซึ่งสภาปฏิรูปแห่งชาติเสนอ จำนวน 20 คน
นายอลงกรณ์ พลบุตร สปช.ในฐานะ เลขานุการวิปสปช. ชี้แจงว่า ที่ประชุมวิป สปช. เมื่อวันที่ 22 ต.ค. ที่ผ่านมา ได้ข้อสรุปว่าการเรียกการประชุม สปช. ครั้งแรกคือวันที่ 21 ต.ค. ดังนั้นตามรัฐธรรมนูญจะต้องคัดเลือกกรรมาธิการยกร่งรัฐธรรมนูญให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 4 พ.ย.และได้มีการพิจารณาแนวทางคัดเลือกผู้มีคุณสมบัติสมควรเป็น กมธ. ยกร่าง รธน. โดยมีสัดส่วนจาก สปช. 15 คน คนนอก 5 คน ทั้งนี้ ในวนของการสรรหาจาก สปช. นั้น จะมาจากการเสนอชื่อผู้ที่เหมาะสมจาก สปช. 11 ด้าน และภาคต่างๆ 4 ภาค และทางวิป สปช. ชั่วคราว จะได้มีการสรรหาผู้เหมาะสมอีก 5 คน และให้ สปช. ให้ความเห็นชอบ
นายอำพล จินดาวัฒนะ สปช.ด้านสังคม ในฐานะวิปสปช.ชั่วคราว กล่าวว่า ทางวิปฯ ได้เสนอมาคือสัดส่วนจาก สปช. 15 คน คนนอก 5 คน หรือข้อเสนอที่ให้ สปช. 20 คนเป็น กมธ.ยกร่างฯ นั้น ข้อเสนอก็ไม่ได้ตกไป เพราะจะมีการพิจารณาในที่ประชุมอยู่แล้ว ซึ่งขอให้ที่ประชุมพิจารณาให้ดี เพราะถ้าที่ประชุมเห็นด้วยก็จะได้ดำเนินการต่อไป
บรรยากาศที่ประชุม สปช.ส่วนใหญ่อภิปรายไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอวิป สปช. ต้องการให้เลือกกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญจาก สปช. 20 คน
นายเสรี สุวรรณภานนท์ ด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม อภิปรายว่า เห็นควรให้กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญมาจาก สปช.ทั้ง 20 คน เพื่อให้สะท้อนแนวคิดและข้อเสนอแนะของสปช.ให้กรรมาธิการยกร่างฯ ไปพิจารณา เพราะหากสปช.มาจากคนนอก 5 คนก็จะไม่เชื่อมโยงกับสปช. และเมื่อสปช. 15 คน และคนนอก 5 คน กลายเป็นเสียง 20 คนไม่ได้มาจากสปช.โดยตรง ไม่รวมประธาน กมธ.ยกร่างฯ เสียงก็จะอยู่นอกสภาหมดแล้ว โอกาสที่ข้อสรุปจะไม่เป็นไปตามความเห็นสภา เป็นไปได้สูง
"อาจมีปัญหาเมื่อกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญส่งร่างกลับมาให้ สปช.พิจารณาว่าจะเห็นชอบหรือไม่ และถ้าร่างนี้แก้ปัญหาของประเทศไม่ได้ แต่ไปรองรับแนวคิดทางการเมืองของคนบางกลุ่ม แก้ปัญหาซื้อสิทธิ์ขายเสียงไม่ได้ ส่วนตัวก็คงลงมติไม่รับร่างฯ ถึงแม้จะตายตกไปตามกันก็ต้องยอม ไม่ใช่ว่าไม่เอาคนนอก หรือเห็นว่าคนในเก่งกว่าคนอื่น เป็นเทวดา แต่ผมมองด้วยเหตุด้วยผล สปช.มีความรู้ความสามารถแต่ละด้านหลายคนแค่ด้านกฎหมายก็ 4-5 คนแล้ว หากมาจำกัดสัดส่วนแค่สปช.ด้านละ 1 คนจึงไม่เหมาะสม"นายเสรีกล่าว
นายไพบูลย์ นิติตะวัน สปช.อภิปรายว่า ไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอของวิปเนื่องจากเหตุผล 3 ประการ คือ 1 การร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ถือเป็นภาระของสมาชิก สปช. ที่ได้มาอาสาในการปฏิรูปสำเร็จลุล่วงอย่างเป็นรูปธรรม และต้องการให้มีผลทันทีและทันต่อความต้องการของประชาชน ทางรัฐธรรมนูญกำหนดสัดส่วนให้สมาชิก สปช. 20 คน เป็นเสียงข้างมากใน กมธ. ยกร่าง รธน. เพื่อผลักดันเรื่องการปฏิรูป ซึ่งถือเป็นโอกาสให้ที่ สปช. ทำงานอย่างสมบูรณ์ เพราะถ้าเหลือ 15 คน ก็จะกลายเป็นเสียงข้างน้อย และจะกลายเป็นความยุ่งยาก
2. กระบวนการคัดเลือกสมาชิก สปช. 250 คนนั้น ก็ได้บุคคลที่มีความหลากหลายและเป็นผู้ทรงคุณวุฒิอยู่แล้ว ซึ่งกระบวนการดังกล่าวได้มีการตรวจสอบจากประชาชนและสังคม ซึ่งถ้าคงสัดส่วนเดิมตามรัฐธรรมนูญฯ ก็จะไม่มีข้อครหาใดๆ เพราะผ่านกระบวนการตามรัฐธรรมนูญ และ 3. หากทำตามข้อเสนอของวิปฯ สปช. ชั่วคราวแล้ว เกรงว่าจะสร้างปัญหาในวิปฯ เสียเอง เนื่องจากเงื่อนเวลาที่มีจำกัดอีกทั้งอาจมีข้อครหาว่ามีการเอื้อประโยชน์และมีการทักท้วงจากประชาชน และผู้ที่มาจากภายนอก ย่อมมีข้อจำกัดตามรัฐธรรมนูญ เพราะหากจะเอาคู่ขัดแย้งมาเป็น กมธ. ยกร่างฯ นั้น ส่วนใหญ่ก็ต่างสังกัดพรรคไม่สามารถเป็นกมธ.ยกร่างได้
สุดท้าย นายเทียนฉาย ซึ่งทำหน้าที่ประธานเฉพาะคราวในที่ประชุม ได้ขอพักการประชุมในเวลา 12.30 น. เพื่อไปรับประทานอาหารกลางวัน เป็นเวลา 1 ชม.







