
รอเงินไร่ละพันไม่ไหวแห่นำสิ่งของจำนำซื้อปุ๋ย
ชาวนาบุรีรมย์รอเงินไร่ละพันไม่ไหวแห่นำทรัพย์สินจำนำคึกคักนำเงินซื้อปุ๋ยใส่นาข้าว
ชาวนาบุรีรมย์รอเงินไร่ละพันไม่ไหวแห่นำทรัพย์สินจำนำคึกคักนำเงินซื้อปุ๋ยใส่นาข้าว
เมื่อวันที่ 27 ต.ค.ชาวนาจ.บุรีรัมย์ แห่นำทรัพย์สินมีค่า เช่น ทองคำรูปพรรณ เครื่องใช้ไฟฟ้า ไปจำนำที่สถานธนานุบาลเทศบาลเมืองบุรีรัมย์อย่างคึกคักเพื่อนำเงินไปเป็นค่าใช้จ่ายในครอบครัว ทั้งนำไปซื้อปุ๋ยใส่นาข้าวรอบสุดท้ายและบางส่วนก็เตรียมไว้เป็นค่าจ้างในการเก็บเกี่ยวข้าว เนื่องจากขณะนี้ชาวนายังไม่ได้รับเงินช่วยเหลือไร่ละ 1,000 บาทจากรัฐบาลเพราะยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบรายชื่อและรับรองจากคณะกรรมการฯขณะที่ทางสถาธนานุบาลฯ ได้เตรียมเงินสดไว้รองรับให้บริการลูกค้ากว่า 100 ล้านบาท ทั้งยังมีเงินหมุนเวียนจากทรัพย์สินที่รับจำนำอีกกว่า 300 ล้านบาทด้วย ซึ่งคาดว่าจะเพียงพอให้บริการประชาชน
นายประเสริฐ สันคำ ผู้ช่วยผู้จัดการสถานธนานุบาลเทศบาลเมืองบุรีรัมย์ กล่าวว่า ในช่วงนี้ได้มีลูกค้าเข้ามาใช้บริการจำนำคึกคักเฉลี่ยวันละ 300 – 400 ราย ต้องใช้เงินให้บริการรับจำนำวันละ 5 – 6 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงปกติเท่าตัว ซึ่งส่วนใหญ่ผู้ที่มาใช้บริการจะเป็นชาวนาที่ต้องการนำเงินไปเป็นค่าจ้างในการเก็บเกี่ยวข้าว และคาดว่าจะมีประชาชนและชาวนานำทรัพย์สินมาใช้บริการจำนำคึกคักไปจนถึงสิ้นสุดฤดูกาลเก็บเกี่ยว
ด้านนางสุจิตรา นุกูลรัมย์ าวนาบ้านหนองค่าย ต.บ้านบัว อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ กล่าวว่า ยังไม่ได้รับเงินช่วยเหลือไร่ละ 1,000 บาทจากรัฐบาล จึงจำเป็นต้องนำผ้าถุงไหมที่เก็บสะสมไว้มาจำนำก่อนเพื่อจะนำเงินไปซื้อปุ๋ยใส่นาข้าวรอบสุดท้ายก่อนจะเก็บจึงอยากให้เร่งดำเนินการจ่ายเงินช่วยเหลือชาวนาไร่ละ 1,000 บาทให้ทันก่อนฤดูกาลเก็บเกี่ยวด้วยเพราะหากจ่ายล่าช้าอาจจะต้องนำทรัพย์สินที่มีอยู่ในบ้านมาจำนำอีกเพราะไม่มีเงินสำรองที่จะนำไปเป็นค่าจ้างเก็บเกี่ยว
นางสุจิตรา กล่าวว่า มาตรการการจ่ายเงินไร่ละ 1,000 บาทแต่ไม่เกินรายละ 15 ไร่ เป็นโครงการที่ดีเพราะสามารถบรรเทาความช่วยเหลือให้กับชาวนาได้ แต่อยากให้ทางภาครัฐเร่งดำเนินการจ่ายให้เร็วกว่านี้เพื่อที่ชาวนาจะได้นำเงินไปใช้จ่ายและเป็นค่าปัจจัยการผลิตให้ทันต่อฤดูกาล







