posttoday
จุดสลบรัฐบาล

จุดสลบรัฐบาล

27 ตุลาคม 2557

เริ่มออกอาการหลัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ถ่างขาจากตำแหน่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)

โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

เริ่มออกอาการหลัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ถ่างขาจากตำแหน่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มานั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรีบัญชาการฝ่ายบริหารด้วยตัวเอง แต่ทว่าทุกอย่างดูจะไม่เป็นดังใจ ถึงขั้นออกมารำพึงรำพันอยาก “ลาออก” หลายรอบ

ชัดเจนว่ากว่าหนึ่งเดือนที่ผ่านมา รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ต้องเผชิญหน้ากับแรงเสียดทานรอบด้าน แม้นั่นจะยังเป็นเพียงแค่หนังตัวอย่าง หากตั้งรับจัดการแก้ปัญหาให้ดีก็สามารถประคองตัวเองผ่านพ้นคลื่นลมต่อไปได้

แต่ยังไม่อาจนิ่งนอนใจได้ เมื่อยังมีอุปสรรคสำคัญที่ถือเป็นจุดสลบอีกหลายต่อหลายเรื่องยืนรออยู่ข้างหน้า หากพลาดพลั้งรับมือผิดพลาด ย่อมสุ่มเสี่ยงทำให้รัฐนาวาลำนี้ต้องพลิกคว่ำ ก่อนจะไปถึงจุดหมายปลายทางได้ง่ายดาย

เริ่มตั้งแต่ปัจจัยแรกภาวะเศรษฐกิจและปัญหาปากท้อง ซึ่งถือเป็นปัญหาสำคัญปัญหาหนึ่งที่กำลังเห็นเค้าลางความรุนแรงก่อตัว จากสภาพที่บ้านเมืองติดหล่มความขัดแย้งมายาวนานหลายเดือน ฉุดให้เศรษฐกิจชะงักงันต่อเนื่องลากยาวมาจนถึงปัจจุบัน

ล่าสุด สมหมาย ภาษี รมว.คลัง ออกมายอมรับสภาพเศรษฐกิจชะงักงัน หรือสแตกเนชั่น ขณะที่เม็ดเงินที่อัดฉีดลงไปคงต้องใช้เวลาอีกสักพักกว่าจะเห็นผล

ปัญหาของแพงซึ่งถือเป็นปัจจัยอันตรายกัดกร่อนต้นทุนรัฐบาลมาทุกยุคทุกสมัย จึงเป็นปัจจัยที่รัฐบาลต้องเร่งแก้ไขอย่างรวดเร็ว ยิ่งในวันที่ยังคงประกาศกฎอัยการศึก

ปัจจัยที่สอง คือราคาพืชผลการเกษตรตกต่ำ ไล่มาตั้งแต่ข้าวที่ต้องแบกรับภาระปัญหาจากโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาลที่ผ่านมา ซึ่งยังไม่สามารถสรุปยอดขาดทุน รวมไปถึงการสำรวจข้าวที่ค้างสต๊อกในโกดังกลางทั่วประเทศที่ยังไม่เปิดเผยตัวเลขออกมา

ปัญหาใหม่อยู่ที่รัฐบาลจะแก้ปัญหาความเดือดร้อนของชาวนารอบนี้อย่างไรหลังประกาศชัดไม่ใช้วิธีรับจำนำข้าว ขณะที่เงินช่วยเหลือไร่ละ 1,000 บาท ดูจะยังไม่ตอบโจทย์ของชาวนาที่เคยชินกับระบบรับจำนำข้าว

ต่อเนื่องด้วยปัญหายางพาราที่ราคาปัจจุบันวิ่งอยู่ กก.ละ 40 กว่าบาท จนเกษตรกรชาวสวนยางออกมาข่มขู่เตรียมออกมาเดินถนนเคลื่อนไหวอยู่หลายรอบ ซึ่งรัฐบาลที่ผ่านมาต้องเผชิญกับปัญหานี้จนสะบักสะบอม

มาตรการเยียวยาเบื้องต้น ทั้งระยะสั้นและระยะยาวถูกเข็นออกมาช่วยเหลือชาวนา ในวงเงิน 5.85 หมื่นล้านบาท ไม่ว่าจะเป็นซื้อยางจากชาวสวนยางโดยตรงเข้าสต๊อกรัฐบาลรอจนราคาสูงค่อยขายออก ผ่านธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ควบคู่กับการให้องค์การสวนยาง (อ.ส.ย.) เป็นผู้ซื้อยางจากตลาดและสหกรณ์ยางเพื่อมาขายให้รัฐเข้าสต๊อก มาจนถึงเรื่องการพยายามดึงราคาให้อยู่ที่ กก.ละ 60 บาท ล้วนแต่ไม่ใช่เรื่องง่าย และอาจเป็นเพียงแค่การยื้อเวลาได้ในช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้น หากปัญหายังไม่ได้รับการคลี่คลายแท้จริง

ยิ่งหากต่อไป ชาวไร่มันสำปะหลัง ข้าวโพด หรือพืชเศรษฐกิจอื่นๆ ออกมาเรียกร้องให้แก้ปัญหาในวิธีเดียวกันนี้ ย่อมส่งผลเป็นภาระงบประมาณที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และซ้ำเติมปัญหาในภาพรวม

ปัจจัยที่สาม ที่รัฐบาล คสช.ไม่อาจนิ่งนอนใจคือความขัดแย้ง โดยเฉพาะปัญหาความขัดแย้งภายใน รัฐบาล คสช. เมื่อปัจจุบันทั้งกฎอัยการศึกหรืออำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดตามรัฐธรรมนูญชั่วคราวทำให้ฝั่งตรงข้าม คสช.ต้องสงบเสงี่ยมไม่ออกมาเคลื่อนไหวใดๆ ที่สุ่มเสี่ยง

หลังถูกเบียดในโค้งสุดท้าย จนพลาดเก้าอี้ ผบ.ทบ. พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา ถูกโยกไปนั่งเป็นรอง ผบ.สส. ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์เพื่อตัดตอนป้องกันการปฏิวัติซ้อนแม้จะเป็นไปได้ยาก ต่อเนื่องด้วยการปรับทัพผู้การกรมที่เป็นขุมกำลังปฏิวัติ

ปริศนาของ พล.อ.ประยุทธ์ ที่ยอมรับว่ายังมีคลื่นใต้น้ำ “มันก็แรงอยู่ใต้น้ำนั่นแหละ ก็ให้อยู่ใต้น้ำ อย่าให้ขึ้นมาข้างบนน้ำ” จึงยิ่งตอกย้ำเรื่องคลื่นใต้น้ำ

ปัจจัยที่สี่ ผลข้างเคียงจากการปฏิรูป เพราะต้องยอมรับว่าหลายหัวข้อปฏิรูปเป็นเรื่องที่มีความเห็นแตกต่างอย่างสุดขั้วในสังคม ไม่ว่าจะเลือกทางใดทางหนึ่งย่อมมีผลให้เกิดการต่อต้านไม่ยอมรับ ไม่ต้องพูดถึงเรื่องประเด็นการล้างขั้วอำนาจเก่าที่กำลังถูกจับตา

โดยเฉพาะเรื่อง “พลังงาน” ที่ถือเป็นเรื่องใหญ่และมีกลุ่มออกมาเสนอความเห็นในเวทีต่างๆ ในขณะที่บางเวทีอย่างกลุ่มขาหุ้นฯ ปฏิรูปพลังงานอาจเป็นตัวอย่างที่สะท้อนการปิดกั้นการแสดงความคิดเห็น และอาจบานปลายกลายเป็นปัญหาที่ย้อนกลับไปถึงรัฐบาล

ยังไม่รวมกับบรรยากาศ ความขัดแย้งภายในสภาปฏิรูปแห่งชาติ ที่เริ่มสะท้อนให้เห็นความคิดที่ขัดแย้งมากขึ้น หากคุมไม่อยู่และบานปลายย่อมเป็นปัญหาสะเทือนไปทั้งระบบ

ปัจจัยที่ห้า เรื่องการสืบทอดอำนาจ ต้องยอมรับว่าสถานการณ์ทุกวันนี้ที่สงบอยู่ได้ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะโรดแมปที่วางตารางยาวไปถึงการเลือกตั้งช่วงปี 2559 ฝ่ายคู่ขัดแย้ง ขั้วอำนาจเก่าจึงยอมสงบนิ่งรอแค่เวลากลับสู่สนามอีกครั้ง

แต่หากพบความพยายามสืบทอดอำนาจไม่ว่าจะเป็นรูปแบบส่งนอมินีลงสนาม หรือจะขยายวาระของ คสช.ออกไป ย่อมปลุกกระแสคัดค้านต่อต้านได้ไม่ยาก ดังที่ จตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เคยออกมาดักคอพร้อมยกตัวอย่างอดีต

ปัญหาสุดท้าย ที่ส่งผลรุนแรงคือการทุจริตคอร์รัปชั่นซึ่งถือเป็นจุดตายของทุกรัฐบาล หากรัฐบาล คสช.ซึ่งอาสาตัวเข้ามาแก้มะเร็งร้ายของสังคมที่หมักหมมมายาวนาน ต้องถูกเคลือบแคลงด้วยความไม่โปร่งใสแม้แต่เพียงเล็กน้อย ย่อมทำให้รัฐบาลต้องพังครืนลงไปในพริบตา

ตัวอย่างที่ชัดเจนคือกรณี “ไมโครโฟนทองคำ” ที่พ่นพิษจน พล.อ.ประยุทธ์ ต้องรีบตัดตอนยกเลิกโครงการ แม้ผลสอบที่ออกมาจะไม่สามารถเอาผิดใครได้ แต่หากมีกรณีคล้ายกันนี้เกิดซ้ำขึ้นอีกย่อมกัดกร่อนต้นทุนของรัฐบาล และอาจทำให้ต้องพังครืนลงซักวันหนึ่ง

ปัจจัยเหล่านี้จึงเป็นจุดสลบที่รัฐบาลต้องพึงระวังไม่ให้เกิดขึ้น ซึ่งไม่ใช่แค่จะส่งผลต่อเสถียรภาพรัฐบาล แต่จะกระทบยาวไปถึงภารกิจการปฏิรูปที่เป็นความหวังของสังคมเวลานี้อีกด้วย

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท