
กลุ่มสินค้าระดับกลางบนยังรุ่ง
ในเวทีโลกภาวะเศรษฐกิจชะงักงัน (Stagnation) เป็นคำที่ทุกคนต่างหวาดผวา เพราะนั่นหมายถึงภาวะปากท้อง
ในเวทีโลกภาวะเศรษฐกิจชะงักงัน (Stagnation) เป็นคำที่ทุกคนต่างหวาดผวา เพราะนั่นหมายถึงภาวะปากท้องที่ฝืดเคือง ทำมาค้าขายไม่ขึ้น แม่ค้านั่งตบยุงหน้าแผง คนจนหางานทำยาก เงินเดือนไม่ขยับ โบนัสยิ่งไม่ต้องพูดถึง ส่วนคนรวยแม้จะมีเงินแต่ก็ระวังการใช้จ่ายและลงทุน เหล่านี้ล้วนเป็นความหมายโดยง่ายของเศรษฐกิจชะงัก
ทว่า ในมุมมองของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เศรษฐกิจไทยยังไม่แย่ถึงขั้น Stagnation เพราะไทยยังไม่มีปัญหาว่างงานสูง ที่เป็นเงื่อนไขสำคัญของเศรษฐกิจชะงักงัน อันเป็นผลจากเศรษฐกิจไม่โต หรือโตต่ำต่อเนื่องกันเป็นเวลานาน ส่วนสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) ยอมรับว่าถึงไม่ใช่ก็ใกล้เคียง เพราะจีดีพีปีนี้อยู่ที่ 1% กว่าๆ เท่านั้น
แต่ไม่ว่าความหมายเชิงเทคนิคจะเป็นอย่างไร ในปัจจุบัน สมหมาย ภาษี รมว.คลัง ได้ยอมรับแล้วว่าเศรษฐกิจไทยเข้าสู่ภาวะ Stagnation โดยตัวเลขจีดีพี การส่งออกนำเข้า และการปล่อยสินเชื่อ แย่มาตั้งแต่ช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2556 เป็นสิ่งบ่งชี้ถึงการชะงักงันได้เป็นอย่างดี
ท่ามกลางภาวะเสี่ยงชะงักงันดังกล่าว หลายสินค้าหรือบริการกลับหาช่องทางเปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาสได้ กานต์ ตระกูลฮุน กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย หรือเอสซีจี ให้ความเห็นว่า ธุรกิจที่ยังถือเป็นดาวรุ่ง คือ ปิโตรเคมี พลังงาน และวัสดุก่อสร้าง เนื่องจากมีโอกาสเติบโตตามการขยายตัวของเมือง ประชากร และการลงทุนจากภาครัฐ ขนาดเอสซีจียังตั้งงบลงทุนช่วง 5 ปี (2558-2562) เป็นวงเงิน 2-2.5 แสนล้านบาท ไม่รวมงบจะเข้าซื้อกิจการ (M&A)
ทั้งนี้ ช่วง 5 ปีหน้าจะเน้นลงทุนโครงการใหม่มากกว่าเข้าซื้อกิจการ รวมทั้งโครงการปิโตรคอมเพล็กซ์ในเวียดนาม ที่จะสรุปแผนลงทุน การจัดหาเงินทุนไตรมาสแรกปีหน้า เบื้องต้นคาด 4,500 ล้านเหรียญสหรัฐ ส่วนการเข้าซื้อกิจการยังเน้นภูมิภาคอาเซียน ขณะที่การเข้าซื้อบริษัททั้งยุโรปและสหรัฐ จะเน้นบริษัทที่มีเทคโนโลยี ซึ่งได้เจรจามาระยะหนึ่งแล้ว อย่างไรก็ตามการที่ คณะรัฐมนตรีอนุมัติงบลงทุนโครงการสาธารณูปโภคพื้นฐาน ส่งผลให้ความต้องการใช้วัสดุก่อสร้างหลัก อย่างปูนซิเมนต์เป็นบวก บริษัทฯได้เดินเครื่องเต็มกำลังอยู่แล้ว จากปัจจุบันมีกำลังการผลิต 22.5-22.7 ล้านตันต่อปี
บุญชัย โชควัฒนา ประธานกรรมการ บริษัท สหพัฒนพิบูล ผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคในเครือสหพัฒน์ กล่าวว่า ปีนี้หาสินค้าที่ยังขายดีในภาวะเศรษฐกิจตกต่ำได้ยาก สินค้าที่ยอดขายน่าจะดีเป็นกลุ่มที่จัดโปรโมชั่น ลด แลก แจก แถม เพราะกระตุ้นการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคได้ดีที่สุด ส่วนสินค้าวางตำแหน่งราคาจะแพงก็ไม่แพง จะถูกก็ไม่ถูก เป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ รวมไปถึงเสื้อผ้า สินค้าแฟชั่น
หันมองผ่านช่องทางจำหน่าย สมชาย พรรัตนเจริญ นายกสมาคมค้าปลีกส่งไทย กล่าวว่า สินค้าที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจตกต่ำปีนี้ ในหมวดสินค้าอุปโภคบริโภค อยู่ในกลุ่มน้ำยาถูพื้น ผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกาย น้ำยาสำหรับรีดผ้า เพราะเป็นสินค้าฟุ่มเฟือย ไม่จำเป็นต้องใช้ ส่วนธุรกิจที่เติบโตได้ดียุคเศรษฐกิจฝืดเคือง คือ สินค้าที่ทำซีซั่นนัล มาร์เก็ตติ้ง หรือทำตลาดตามเทศกาล กระแสที่เกิดขึ้น เช่น เทศกาลกินเจและปีใหม่
อนุวัตร เฉลิมไชย นายกสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ท่ามกลางสภาพเศรษฐกิจที่ไม่ดี สินค้าที่เป็นดาวรุ่งหรือยังจำหน่ายได้ดี คือ อาหารพร้อมรับประทาน ร้านอาหาร หรือกระทั่งธุรกิจค้าปลีก เนื่องจากคนชนชั้นกลางยังมีกำลังซื้อ แต่การเติบโตไม่ได้หวือหวามาก นอกจากนี้คือสินค้าที่เกี่ยวกับซีซั่นนัล เช่น สินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับเทศกาลกินเจและเทศกาลปีใหม่ ขณะที่กลุ่มวัสดุก่อสร้างถือเป็นดาวรุ่งแห่งปี จากที่รัฐบาลลงทุนโครงสร้างพื้นฐานกว่า 6 แสนล้านบาท
สำหรับธุรกิจยอดขายไม่ดี จัดว่าเป็นดาวร่วง หนีไม่พ้นสินค้าที่มีกลุ่มเป้าหมายเป็นรากหญ้า อาทิ รถมอเตอร์ไซค์ รถกระบะ สินค้าอุปโภคบริโภคบางประเภท สินค้าที่จัดว่าเป็นดาวร่วงที่สุดแห่งปี คือ สินค้าเกษตร เพราะราคาตกต่ำ กลยุทธ์ตลาดเพื่อกระตุ้นยอดขาย นอกจากเล่นแรงจัดซื้อ 1 แถม 1 แล้ว ควรสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า กลยุทธ์โคมาร์เก็ตติ้ง ร่วมกับพันธมิตรช่วยกันเพิ่มยอดขาย
ด้านธุรกิจไอทีซึ่งถูกมองว่าเป็นธุรกิจที่มีแนวโน้มเติบโตดี ช่วงเศรษฐกิจฝืดเคือง เพราะแทบไม่ต้องมีความเสี่ยงเรื่องการลงทุนหน้าร้าน ทำให้ธุรกิจเอสเอ็มอีต้องการเข้ามาใช้ช่องทางออนไลน์เรียกลูกค้า แต่ก็มีอีกหลายธุรกิจที่ไม่ประสบความสำเร็จจากการใช้ช่องทางนี้ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะนำไปปรับใช้ไม่ถูกต้อง เช่น ร้านขายเสื้อผ้า เครื่องสำอาง นำเข้าอุปกรณ์กีฬา ที่เกิดขึ้นใหม่และปิดตัวลงตลอดเวลา
ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ กรรมการผู้จัดการและผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ราคูเท็น ตลาดดอทคอม กล่าวว่า สิ่งที่เจ้าของธุรกิจควรเปลี่ยนคือระบบความคิดด้านการทำงานแบบเดิม และหันมาใช้ช่องทางออนไลน์เพื่อเปิดโอกาสทำธุรกิจให้มากขึ้น ดังนี้ 1.เปลี่ยนการสื่อสารภายในองค์กรผ่านโซเชียลมีเดีย 2.ใช้ซอฟต์แวร์เข้ามาบริหารจัดการ 3.เปิดช่องทางการขายออนไลน์มากขึ้น
4.หาลูกค้าใหม่ผ่านออนไลน์ 5.สื่อสารกับลูกค้าเก่าผ่านช่องทางออนไลน์ 6.ตื่นตัวกับเทคโนโลยีใหม่ 7.ผู้บริหารควรใช้อุปกรณ์เทคโนโลยี 8.ทีมไอทีต้องทันสมัยและรู้จักใช้อย่างคุ้มค่า 9.มองลูกค้าต่างประเทศ โดยการสนับสนุนของภาครัฐจะเสริมให้การทำธุรกิจอีคอมเมิร์ซลงตัวมากขึ้น เพราะจะเห็นภาพการทำงานชัดเจนขึ้น ดังนั้นเจ้าของธุรกิจควรเตรียมปรับตัวรับกระแสไอทีที่กำลังเข้ามาในอนาคต
ส่วนภาคธุรกิจบริการ ม.ล.สุรวุฒิ ทองแถม รองประธานกรรมการอาวุโส เครือออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ ผู้บริหารโรงแรมอมารี โอโซ และชามา กล่าวว่า ธุรกิจท่องเที่ยวจะยังจัดเป็นกลุ่มดาวรุ่งต่อไปได้ เพราะได้อานิสงส์จากการท่องเที่ยวในประเทศที่จะเติบโต จากปัจจัยสนับสนุนที่รัฐบาลให้นำรายจ่ายจากการใช้บริการผู้ประกอบการท่องเที่ยวที่มีใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมายมาหักลดหย่อนภาษีบุคคลธรรมดาได้ถึงสิ้นปีหน้า จะส่งผลดีกับการท่องเที่ยวในประเทศตั้งแต่ไตรมาส 4 นี้จนถึงปีหน้า
นอกจากธุรกิจที่เป็นดาวรุ่งสวนภาวะเศรษฐกิจที่ชะงักงันแล้ว ท่านผู้รู้ในวงการ ธนา เธียรอัจฉริยะ นักการตลาดอิสระ อดีตผู้สร้างแบรนด์แฮปปี้ ดีแทค กล่าวว่า สินค้าที่มีส่วนแบ่งอันดับ 2 หรือ 3 ของตลาด ควรใช้จังหวะเศรษฐกิจชะงัก ไม่ค่อยมีคนทำกิจกรรมตลาด ชิงสร้างแบรนด์ให้ลูกค้ารู้จักมากขึ้น ขณะที่นักวิชาการ สมภพ มานะรังสรรค์ อธิการบดีสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ กล่าวว่า ภาวะเงินฝืดที่เกิดขึ้นกับประเทศขณะนี้ ผู้ประกอบการสินค้าควรบริหารต้นทุนให้มีประสิทธิภาพ
จากภาพรวมทั้งหมด จะเห็นได้ว่าบนภาวะเศรษฐกิจที่ชะงัก ยังมีโอกาสให้สินค้าหรือบริการแจ้งเกิดได้อีกเพียบเช่นเดียวกับ การบริหารสต๊อก บริหารการตลาด บริหารการเงิน และศึกษาข้อมูลข่าวสารให้ลึกซึ้ง เพราะเป็นปัจจัยหลักที่นักการตลาดต้องนำมาปรับใช้ เพื่อปรับตัวให้ทันสถานการณ์ที่เกิดขึ้นช่วงที่ประเทศไทยอยู่ในสภาวะเงินฝืด ถือเป็นโอกาสของผู้ประกอบการธุรกิจแบรนด์รองอย่างเบอร์ 2 และเบอร์ 3 ที่จะออกมาทำกิจกรรมส่งเสริมการขาย กระตุ้นตลาดและสร้างแบรนด์สินค้าให้เป็นที่รู้จัก เนื่องจากภาวะเงินฝืดเป็นช่วงที่ผู้บริโภคต้องการประหยัดค่าใช้จ่าย และพร้อมที่จะทดลองสินค้าใหม่ๆ ดังนั้นนักการตลาดของแบรนด์เบอร์ 2 เบอร์ 3 ควรนำโอกาสนี้มาพัฒนาสินค้าและทำการตลาดมากขึ้น เพราะเป็นโอกาสที่ดีทางธุรกิจ เมื่อเทียบช่วงที่เศรษฐกิจดี ซึ่งแบรนด์เบอร์ 1 จะเน้นออกมาทำตลาด ขณะที่ผู้บริโภคเองจะสนใจใช้สินค้าแบรนด์เบอร์ 1 มากกว่า เบอร์ 2 และเบอร์ 3 เนื่องจากเป็นช่วงที่มีรายได้และกล้าจับจ่ายใช้สอย
ขณะเดียวกันผู้ประกอบการท่องเที่ยวไทยจะได้รับอานิสงส์จากนักท่องเที่ยวต่างชาติที่อยากมาเที่ยวประเทศเพื่อนบ้านมากขึ้น เช่น พม่า กัมพูชา และลาว ซึ่งไทยเป็นศูนย์กลางการเดินทางเชื่อมต่อไปประเทศเหล่านี้อยู่แล้ว หากบริษัทนำเที่ยวมีแผนรองรับให้ดี และรัฐบาลสนับสนุน ก็จะดึงกลุ่มนี้มาได้
เมื่อพิจารณาให้ละเอียดคงไม่ใช่ผู้ประกอบการท่องเที่ยวทุกรายที่อนาคตสดใส แต่เป็นเฉพาะผู้ประกอบการที่เน้นเจาะตลาดคนไทย โดยเฉพาะกลุ่มโรงแรม 3 ดาว น่าจะได้รับผลดีที่สุดจากการท่องเที่ยวในประเทศคึกคัก รวมถึงการรองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติกลุ่มนิยมเรื่องการต่อราคาที่ยังมาอยู่ ขณะที่โรงแรม 45 ดาว ธุรกิจอาจไม่สดใสนัก เพราะต้องยอมลดราคาเพื่อให้แข่งขันได้
ฝั่งธุรกิจอื่นที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว หากเป็นกลุ่มที่เน้นเจาะตลาดต่างชาติ เช่น ร้านขายของที่ระลึก ร้านอาหาร ที่พัก บริษัทนำเที่ยวที่ทำตลาดนำต่างชาติเที่ยวไทย ก็อาจจะอยู่ในภาวะไม่สดใสเช่นกัน ยกเว้นธุรกิจสนามบินที่สดใสแน่นอน เพราะถึงแม้นักท่องเที่ยวต่างชาติจะเดินทางมาไทยลดลง แต่กลุ่มที่ใช้สนามบินไทยเป็นทางผ่านไปยังประเทศเพื่อนบ้านยังโตสูงอยู่
ขณะที่ตลาดที่อยู่อาศัยที่ยังเป็นดาวรุ่งในเวลานี้ หากประเมินจากยอดขายในรอบ 1 เดือนที่ผ่านมา คอนโดมิเนียมติดสถานีรถไฟฟ้าที่ใกล้เมือง มียอดขายที่ดีมาก ไม่ว่าจะเป็น โครงการแอสปาย สาทรท่าพระ ติดสถานีตลาดพลู จำนวน 1,219 ล้านบาท ราคาเฉลี่ย 9 หมื่นบาท/ตารางเมตร (ตร.ม.) ที่สามารถปิดการขายได้ภายใน 2 วันหลังจากที่เปิดให้จอง ส่วนโครงการแอชตัน อโศก จำนวน 783 ยูนิต ติดเอ็มอาร์ทีสุขุมวิท และบีทีเอสอโศก แม้จะเปิดราคาขายสูงถึง 2.5 แสนบาท/ตร.ม. แต่ก็ได้รับการตอบรับที่ดี เช่นเดียวกับโครงการโนเบิล รีโคล สุขุมวิท 19 (อโศก) จำนวน 288 ยูนิต ที่ราคาขายแตะ 2 แสนบาท/ตร.ม. แต่ก็ปิดการขายได้รวดเร็ว
อย่างไรก็ตาม คนในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ล้วนประเมินว่า ไม่ใช่ทุกโครงการคอนโดมิเนียมใกล้แนวรถไฟฟ้าจะขายดีมากๆ ชนิดที่หมดภายใน 12 วันดัง 3 โครงการดังกล่าว โดยการที่ทั้ง 3 โครงการขายเร็วแม้ว่าจะราคาสูงมาก เพราะอยู่ติดสถานีรถไฟฟ้าจริงๆ







