
วัดใจบิ๊กตู่แก้สลากแพงลุยไฟออกหวยออนไลน์
โดย...กนกวรรณ บุญประเสริฐ
โดย...กนกวรรณ บุญประเสริฐ
การเดินหน้าแก้ไขปัญหาสลากเกินราคาในยุคของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี คาดว่าน่าจะเห็นหน้าเห็นหลังกันภายในสิ้นปีนี้หรือต้นปีหน้า
เพราะล่าสุด สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล นำโดย สมชัย สัจจพงษ์ ในฐานะประธานสำนักงานสลากฯ และ พล.ต.ฉลองรัฐ นาคอาทิตย์ ผู้อำนวยการสำนักงานสลากฯ กำลังเดินหน้าแก้ไข พ.ร.บ.สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล พ.ศ. 2517 โดยนำผลศึกษาจากร่าง 4 ฉบับ ได้แก่ ร่างของ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล สมัยดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลังปี 2549 ร่างของ สังศิต พิริยะรังสรรค์ คณบดีวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิตปี 2550 ร่างของ ไชยา พรหมา อดีตประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การเงินการคลังการธนาคาร และสถาบันการเงิน สภาผู้แทนราษฎร ปี 2556 และร่าง พ.ร.บ.กิจการสลากเพื่อสังคมของ มณเฑียร บุญตัน สว.สรรหา ปี 2556 มาปัดฝุ่นศึกษาใหม่เพื่อคัดหาข้อดีข้อด้อยของแต่ละร่าง และเตรียมเปิดเวทีสัมมนาระดมความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน ขมวดปมสุดท้ายในการชงร่าง พ.ร.บ.สำนักงานสลากฉบับใหม่ที่ทันสมัย ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของสังคมในปัจจุบัน ที่สำคัญเพื่อแก้ปัญหาการขายสลากเกินราคาที่เรื้อรังทำลายภาพลักษณ์รัฐบาลและสำนักงานสลากฯ มายาวนานให้สะเด็ดน้ำเสียที
ทั้งนี้ หากเจาะลึกไปที่สาระสำคัญของร่างแต่ละฉบับจะพบว่า ในปี 2549 หลังจากยึดอำนาจรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร รัฐบาลขิงแก่ ที่มี ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล เป็นรองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ได้ขอมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้ยุติการจำหน่ายสลากแบบเลขท้าย 3 และ 2 ตัว หรือหวยออนไลน์ เพราะขัดต่อกฎหมาย เนื่องจากไม่ดำเนินการตาม พ.ร.บ.การพนัน พ.ศ. 2478 และ พ.ร.บ.สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล พ.ศ. 2517 ส่งผลให้รัฐเสียหาย ไม่มีการนำส่งรายได้เข้ารัฐกว่า 3.3 หมื่นล้านบาท โดยกลับเอาเงินไปทำทัวร์นกขมิ้น
และนี่คือปมที่ทำให้ ร่างแก้ไข พ.ร.บ.สำนักงานสลากฯ ฉบับปี 2549 ยังคงเห็นด้วยกับการเดินหน้าขายหวยบนดินต่อไป แต่ต้องทำให้ถูกต้องตามกฎหมายคือ มีการนำส่งรายได้เข้ารัฐ 28% รวมทั้งต้องมีการจ่ายภาษีพนันด้วย เพราะเห็นว่าหวยบนดินสามารถปราบหวยใต้ดินได้อยู่หมัด และแก้ปัญหาสลากใบที่ขายเกินราคาได้ด้วย
แต่ในที่สุด ม.ร.ว.ปรีดิยาธร ต้องตัดสินใจนาทีสุดท้ายถอนร่างดังกล่าวออกจากสภา เพราะต้องการพิจารณาผลกระทบในวงกว้างให้รอบคอบก่อน เพราะมีข้อมูลของโครงการเฝ้าระวังสถานการณ์เด็กและเยาวชน พบว่า วัยรุ่นในระดับมัธยมและอุดมศึกษาเล่นหวยบนดินสูงถึง 20% คิดเป็นเยาวชน 1.5 ล้านคน เม็ดเงินถึง 3,600 ล้านบาท/ปี
จากนั้นก็มาถึงร่างของ สังศิต พิริยะรังสรรค์ อดีตสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ปี 2550 ที่หนุนให้มีการออกสลากแบบอัตโนมัติ โดยใช้วิธีจ่ายรางวัลแบบผันแปร มีการตั้งกองทุนเงินรางวัล และการตั้งกองทุนเพื่อช่วยเหลือสังคม แต่สุดท้ายหวยออนไลน์ก็เงียบหายอีกครั้ง ส่วนหนึ่งเพราะการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง รัฐบาลขาดเสถียรภาพไม่สามารถตัดสินใจนโยบายที่สำคัญๆ ได้
จากนั้นก็ทิ้งช่วงมาจนถึงยุครัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ไชยา พรหมา ได้เสนอร่างแก้ไข พ.ร.บ.ใหม่ สาระสำคัญคือ การแก้มาตรา 5 ให้สามารถออกสลากกินแบ่งรัฐบาลรูปแบบอื่นได้ เช่น สลากตัวเลข ลอตโต้ หรือสลากขูด เป็นต้น และแก้มาตรา 22 ในหมวดการเงินและบัญชี ได้แก่ รายได้ 80% จากการจำหน่ายสลากอื่นๆ ที่ไม่ใช่สลากกินแบ่งรัฐบาลปกติ จะส่งเข้ากองทุนสะสมเงินรางวัล สำหรับการจ่ายรางวัลแต่ละงวด ส่วน 20% ที่เหลือ เป็นค่าใช้จ่ายการบริหารสำนักงานสลากฯ และหากกองทุนสะสมเงินรางวัลจนเกิน 1 หมื่นล้านบาท ก็ให้จัดสรรเงินสำหรับกิจกรรมอื่นๆ เพื่อช่วยสาธารณประโยชน์ต่อไป เช่น การศึกษา สาธารณสุข
ขณะที่ร่างสุดท้าย คือ ร่างของ มณเฑียร บุญตัน สว.สรรหา ปี 2556 ซึ่งถือเป็นร่างฉบับที่มีความสมบรูณ์มากที่สุดร่างหนึ่ง โดยคณะทำงานชุดนี้ได้มีการเสนอปัญหาของสำนักงานสลากฯ ในด้านต่างๆ ด้านหนึ่งที่ถูกระบุถึงคือ ไม่สามารถจัดการปัญหาโควตาสลากได้อย่างเด็ดขาด และเสนอให้มีการออกสลากรูปแบบอื่นๆ อีก 4 ประเภทเพื่อแก้ปัญหา คือ สลากตัวเลขที่ลักษณะเหมือนสลากเลขท้าย 2 ตัว 3 ตัว สลากลอตโต้ สลากกีฬา และสลากแบบรู้ผลทันที หรือสลากขูด
นอกจากนี้ ยังมีข้อให้จัดสรรรายได้ใหม่ โดย 60% ของรายได้ยังจะถูกจัดสรรเป็นเงินรางวัล แต่เงินนำส่งรัฐถูกลดเหลือ 10% จากปัจจุบัน 28% โดยเงินที่เหลือนั้น 15% จะนำไปตั้งเป็นกองทุนเพื่อสังคม ส่วนค่าบริหารจัดการของสำนักงานสลากฯ ยังเป็น 3% ตามเดิม และเพิ่มค่าบริหารจัดการกองทุนอีกไม่เกิน 3% ส่วนค่ากระจายสลากที่เป็นส่วนลดให้ผู้ค้ารายย่อย ยังคงให้ 7% ตามเดิม แต่ไปลดส่วนลดที่ให้กับนิติบุคคลและองค์กรเหลือ 2% จากเดิมให้ 9% และมีการตั้งกองทุนรับซื้อสลาก เพื่อรับซื้อสลากตาย คือสลากที่มีเลขไม่สวย คืนจากรายย่อย ซึ่งจะมีอยู่ราว 12% ของสลากทั้งหมด เพื่อลดอำนาจการต่อรองจากผู้ค้ารายใหญ่ รวมทั้งได้เสนอแนวทางป้องกันการเข้าถึงสลากของเยาวชน เช่น การใช้บัตรประชาชนในการซื้อสลาก การกำหนดเวลาจำหน่ายสลาก ห้ามขายใกล้โรงเรียน วัดเป็นต้น
อย่างไรก็ดี ไม่มีใครสามารถคาดเดาได้ว่าการแก้ พ.ร.บ.สำนักงานสลากฯ จะจบลงที่รูปแบบใด เพราะสถานการณ์ตอนนี้ดูคล้ายกับครั้งที่มีการยึดอำนาจคืนจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ที่ขณะนั้นรัฐบาลขิงแก่มีธงในการจัดการเรื่องหวยบนดิน เหมือนปัจจุบันที่ พล.อ.ประยุทธ์ สั่งชูธงให้แก้เรื่องการขายสลากเกินราคาเป็นหนึ่งในนโยบายเร่งด่วนที่ต้องเร่งคืนความสุขให้ประชาชน โดยมีการปรับเปลี่ยนตัวประธานและผู้อำนวยการสำนักงานสลากฯ ใหม่ และออกมาตรการหลายเรื่อง เช่น การเชิญผู้ค้ารายย่อยมาแสดงตัวรับบัตร การปั๊มตราสีน้ำเงินเพื่อแยกสลากรายย่อยกับรายใหญ่ การส่งเจ้าหน้าที่ออกตรวจ แต่ก็ยังไม่สามารถจัดการกับปัญหาสลากเกินราคาได้
ทำให้ทางออกของเรื่องนี้น่าจะจบที่การออกสลากออนไลน์ แม้จะขัดกับหลักศีลธรรม วัฒนธรรม และผลกระทบทางสังคม ที่จะถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นประเด็นต่อต้าน ประกอบกับปัญหาหนี้ครัวเรือนสูงถึง 82% ของจีดีพี ที่อาจจะถูกจับมาเป็นตัวถ่วงการตัดสินใจของรัฐบาลเพิ่ม
แต่อย่าลืมว่าแม้จะไม่มีสลากออนไลน์ ก็ใช่ว่าคนไทยจะไม่เล่นการพนัน ทั้งนี้ จากผลศึกษาปี 2554 ประมาณการว่ามีคนไทยราว 30 ล้านคนที่เล่นพนันในรูปแบบต่างๆ ซึ่งส่วนใหญ่จะซื้อสลากและหวยใต้ดิน รองลงมาคือพนันบอล จึงเป็นประเด็นที่น่าสนใจว่า หากสังคมยอมรับความจริงในเรื่องนี้ว่า การออกสลากออนไลน์ แล้วใช้เงินกองทุนลด ละ เลิกอบายมุข มารณรงค์ให้คนเล่นพนันแบบไม่งมงาย เริ่มปลูกฝังที่เยาวชนคนรุ่นใหม่ น่าจะอีกทางเลือกที่น่าสนใจ
สุดท้ายแล้วต้องรอดูว่าตอนจบเรื่องนี้จะเหมือนสมัยรัฐบาลขิงแก่ ที่โยนเผือกร้อนให้รัฐบาลชุดต่อไปที่มาจากการเลือกตั้งเป็นผู้ตัดสินหรือไม่ แต่อีกด้านหนึ่ง ถ้ารัฐบาลชุดนี้ทำไม่ได้ ก็คงไม่ต้องหวังให้รัฐบาลไหนเข้าทำเรื่องอีกแล้วก็เป็นได้







