
จ่ายแพง
โฉมหน้าคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ เปิดเผยออกมาแล้ว
โฉมหน้าคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ เปิดเผยออกมาแล้ว
แต่ที่น่าคิดก็คือการปรับคณะรัฐมนตรีครั้งนี้ ได้อะไรขึ้นมาบ้าง และ จะทำให้ประสิทธิภาพการบริหารราชการแผ่นดินดีขึ้นกว่าเดิมหรือ
เพราะถ้าจะพูดให้เต็มปากการปรับคณะรัฐมนตรี ก็เนื่องจากปัจจัยการเมืองเพียงอย่างเดียว
ก่อนการอภิปรายไม่ไว้วางใจ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เคยพูดจะปรับคณะรัฐมนตรี นัยว่าจะเป็นการขยับ สลับเปลี่ยนของพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อเอาหน้าใหม่ ๆ มาเป็นรัฐมนตรี
และหลังจากนั้นก็ปรับจริงๆ แต่เหตุผลสำคัญมาจากการที่ส.ส.บางส่วนของพรรคเพื่อแผ่นดิน ยกมือสวนไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทย
ทุกอย่างกต้องลงเอยที่การสลับไพ่กันใหม่ ที่ไม่ใช่เหตุผลเพื่อประสิทธิภาพ
และไม่แปลกหรอก ถ้าจะมีคำพูดของผู้หลุดจากเก้าอี้อย่างไพฑูรย์ แก้วทอง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ทำนองการปรับครม.ครั้งนี้ เพื่อให้คนหน้าใหม่หลายคนมาอยู่ในตำแหน่งเพียงไม่กี่เดือน ก่อนการเลือกตั้ง
ฟังแล้ว ต้องถอนหายใจ
นี่แหละ ต้นทุนประชาธิปไตยที่ต้องจ่าย
เพราะหากย้อนกลับไปดูการบริหารราชการแผ่นดินของคณะรัฐบาลอภิสิทธิ์ มันเต็มไปด้วยปัญหาและคำถาม
ไล่ตั้งแต่ประเด็นประสิทธิภาพ เนื่องจากรัฐมนตรีมากมายหลายตาล้วนแต่เป็นร่างจำแลง เป็นนอมินี โดยมีตัวจริง เสียงจริง กำกับ พร้อม ๆ กินกับ อยู่หลังฉาก
ปัญหาการทุจริต ปรากฏขึ้นทั้งรัฐมนตรีพรรคประชาธิปัตย์ และพรรคร่วมรัฐบาลด้วยพัดการประมูล ที่นำเข้าสู่การอภิปรายไม่ไว้วางใจของพรรคฝ่ายค้าน
ทุกคนรู้ว่าอะไรเกิดขึ้นในกระทรวงสำคัญ ๆ
แต่ในเมื่อไก่เห็นตีงู งูเห็นนมไก่ ทุกอย่างจึงจบลงด้วยการสมานฉันท์ ฉันรับประทานคำ เธอรับประทานคำ
และยิ่งน่าห่วง ก่อนถึงการเลือกตั้งใหม่ จะไม่เกิดมหกรรมแร้งทึ้งขึ้นมาหรือไร
ต้นทุนประชาธิปไตย หรือการสู้กับขบวนการแดง
ทำไมพวกเราต้องจ่ายแพงเหลือทน







