
เอเปกลุยโครงสร้างพื้นฐาน
หวังเป็นกลไกหลักช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจโลกดึงรัฐบาลเอกชนร่วมอัดฉีดลงทุน
หวังเป็นกลไกหลักช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจโลกดึงรัฐบาลเอกชนร่วมอัดฉีดลงทุน
รัฐมนตรีคลังเอเปก แนะรัฐบาลทุ่มงบ ลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน สู้เศรษฐกิจโลกซบเซา
วอลสตรีท เจอร์นัล รายงานอ้างแถลงการณ์ของที่ประชุมรัฐมนตรีคลัง สมาชิกกรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (เอเปก) ที่กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน ว่าที่ประชุมเห็นพ้องกัน ที่จะสนับสนุนการใช้จ่ายในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจโลกที่กำลังซบเซาอยู่ในขณะนี้
ทั้งนี้ โดยที่ภาคเอกชนควรมีบทบาทสำคัญในการเป็นแหล่งทุนในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะการร่วมทุนกันระหว่างภาคเอกชนกับรัฐบาล
“การพัฒนาสาธารณูปโภคพื้นฐานนับเป็นตัวกลางที่จะเชื่อมโยงศักยภาพ ในการเติบโตทางเศรษฐกิจ ให้เข้ากับเป้าหมายในการพัฒนา” แถลงการณ์ ระบุ
ขณะที่ความท้าทายหลักของเศรษฐกิจโลกปัจจุบัน คือการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน ซึ่งขยายตัวเพียง 7.3% เมื่อไตรมาส 3 ที่ผ่านมา หรือต่ำที่สุดในรอบ 5 ปี อย่างไรก็ตาม หล่อจี้เหว่ย รัฐมนตรีคลังของจีน กล่าวว่า ภาวะเศรษฐกิจจีนที่ชะลอตัวยังอยู่ในขอบเขตที่คาดการณ์ไว้
การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน เป็นกลไกที่มักถูกมองว่าเป็นหนทางกระตุ้นเศรษฐกิจที่ง่ายและได้รับการพิสูจน์แล้ว เช่น การสร้างทางพิเศษเชื่อมมลรัฐในสหรัฐช่วงทศวรรษที่ 1950 และการวางระบบรถไฟความเร็วสูงของญี่ปุ่น
อย่างไรก็ดี แอนดรูว วอร์เนอร์ นักเศรษฐศาสตร์ของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) เตือนว่าการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานไม่ได้ช่วยพัฒนาเศรษฐกิจในระยะยาว เพราะในอีกด้านหนึ่งก็มักสร้างหนี้จำนวนมหาศาลเช่นกัน
ด้าน นายสมหมาย ภาษี รมว.คลัง กล่าวในที่ประชุมรัฐมนตรีคลังเอเปก เรียกร้องให้ทุกฝ่ายร่วมมือกันแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจโลกและให้องค์กรระหว่างประเทศมีบทบาทเชิงรุกมากขึ้น ส่วนเศรษฐกิจไทย รัฐบาลจะปรับโครงสร้างด้านเศรษฐกิจและด้านการคลัง เพื่อลดช่องว่างฐานะทางเศรษฐกิจและเร่งการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนต่อไป
ในระหว่างการประชุมดังกล่าว นายสมหมายยังได้ให้สัมภาษณ์สถานีโทรทัศน์ ซีซีทีวีของทางการจีน ว่าไทยให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับประเด็นการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลและพร้อมที่จะให้ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาโครงการต่างๆ ด้วย และให้ความมั่นใจสถานการณ์ในไทยที่ได้กลับเป็นปกติแล้ว และหวังว่านักลงทุนและนักท่องเที่ยวจีนจะสนใจเดินทางมาไทยมากขึ้น







