posttoday
หวั่นอีคอมเมิร์ซฟองสบู่รายใหม่แห่ผุด/แข่งทุ่มโฆษณาดุ

หวั่นอีคอมเมิร์ซฟองสบู่รายใหม่แห่ผุด/แข่งทุ่มโฆษณาดุ

23 ตุลาคม 2557

ช่องทางจำหน่ายพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ หรืออีคอมเมิร์ซ ยังคงมีแนวโน้มการเติบโตในทิศทางที่ดี ธุรกิจทั้งขนาดเล็กและใหญ่ต่างก็ต้องการที่จะใช้ช่องทางออนไลน์ในการซื้อขายสินค้ากันมากขึ้น ทำให้มีผู้เล่นรายใหม่ทั้งไทยและต่างประเทศเข้ามาในธุรกิจมาก และต่างทุ่มงบโฆษณาแข่งกันอย่างรุนแรง จนมีความเสี่ยงว่าจะเกิดฟองสบู่ในอนาคตหรือไม่ กับภาพรวมมูลค่าของตลาดช็อปออนไลน์ ที่ล่าสุด สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) คาดว่าสิ้นปีนี้จะมีมูลค่าพุ่งสูงถึง 1 แสนล้านบาท ขณะที่ก่อนหน้านี้สมาคมผู้ค้าปลีกไทยคาดอีคอมเมิร์ซในไทย 9 หมื่นล้านบาท ต้องใช้เวลาอีก 23 ปี ถึงจะเพิ่มเป็น 1 แสนล้านบาท

ช่องทางจำหน่ายพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ หรืออีคอมเมิร์ซ ยังคงมีแนวโน้มการเติบโตในทิศทางที่ดี ธุรกิจทั้งขนาดเล็กและใหญ่ต่างก็ต้องการที่จะใช้ช่องทางออนไลน์ในการซื้อขายสินค้ากันมากขึ้น ทำให้มีผู้เล่นรายใหม่ทั้งไทยและต่างประเทศเข้ามาในธุรกิจมาก และต่างทุ่มงบโฆษณาแข่งกันอย่างรุนแรง จนมีความเสี่ยงว่าจะเกิดฟองสบู่ในอนาคตหรือไม่ กับภาพรวมมูลค่าของตลาดช็อปออนไลน์ ที่ล่าสุด สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) คาดว่าสิ้นปีนี้จะมีมูลค่าพุ่งสูงถึง 1 แสนล้านบาท ขณะที่ก่อนหน้านี้สมาคมผู้ค้าปลีกไทยคาดอีคอมเมิร์ซในไทย 9 หมื่นล้านบาท ต้องใช้เวลาอีก 23 ปี ถึงจะเพิ่มเป็น 1 แสนล้านบาท

ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ กรรมการผู้จัดการและผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ราคูเท็นตลาดดอทคอม กล่าวว่า ตลาดอีคอมเมิร์ซของไทยถือว่าเป็นโอกาสทองของธุรกิจทุกขนาด เห็นได้จากธุรกิจรายใหญ่เริ่มเข้ามาจับกลุ่มลูกค้าออนไลน์และทุ่มงบการตลาดกันสูง จนอาจจะมีโอกาสเสี่ยงให้เกิดยุคฟองสบู่ในธุรกิจนี้มากขึ้น

“ธุรกิจรายใหญ่จากต่างประเทศเริ่มเข้ามาจับตลาดช็อปออนไลน์มากขึ้นและทุ่มงบสูง จนกลายเป็นการเผาเงินแข่งกันอย่างดุเดือด ดังนั้นธุรกิจรายเล็กไม่ควรเสี่ยงแนะนำให้ใช้ช่องทางมาร์เก็ตเพลสในการทำธุรกิจอีคอมเมิร์ซ เพื่อลดความเสี่ยงในการทำธุรกิจออนไลน์ เพราะไม่ต้องแบกรับค่าใช้จ่ายในการพัฒนาระบบไอทีไม่ต้องเจาะตลาดลูกค้ารายใหม่ หรือจัดโปรโมชั่นแข่งกับรายอื่น แค่บริหารจัดการด้านขนส่งและบริหารสินค้าให้เพียงพอกับความต้องการของตลาดก็พอ” ภาวุธ กล่าว

แนวทางของภาครัฐที่มีนโยบายเศรษฐกิจฐานดิจิทัล (ดิจิทัลอีโคโนมี) จะมีส่วนสำคัญในการช่วยสนับสนุนกลุ่มผู้ประกอบการที่มีหน้าร้าน หันหน้าเข้ามาสู่การทำธุรกิจบนอีคอมเมิร์ซมากขึ้น อย่างไรก็ตามสิ่งที่เป็นห่วงคือการเข้าสู่ธุรกิจอีคอมเมิร์ซจะไม่ยั่งยืน หากนโยบายของภาครัฐที่ออกมาช่วยส่งเสริมการเข้าสู่ช่องทางอีคอมเมิร์ซเพียงอย่างเดียว แต่ไม่ได้มองด้านการสร้างรายได้อย่างยั่งยืน

“สิ่งที่จำเป็นต้องทำในช่วงที่ภาครัฐมีนโยบายดิจิทัลอีโคโนมีคือ เรื่องของการให้ความสำคัญในการพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ (ไอที) ให้เอื้ออำนวยต่อการใช้ไอทีทุกด้าน ผู้ประกอบการในธุรกิจอีคอมเมิร์ซรายใหญ่ที่มีความแข็งแกร่งอยู่แล้ว ควรร่วมมือกันเพื่อวางแนวทางร่วมกันเป็นข้อเสนอแก่ภาครัฐ ในการส่งเสริมอีคอมเมิร์ซให้เติบโตได้ยั่งยืนระยะยาว โดยที่ภาครัฐไม่ต้องมาลงทุนทำอีคอมเมิร์ซเอง แต่ให้งบประมาณสนับสนุนแก่เอกชน” ภาวุธ กล่าว

ทั้งนี้ หากอีคอมเมิร์ซเติบโตจะทำให้ธุรกิจเกี่ยวเนื่องเติบโตหรือเกิดใหม่มากขึ้น เช่น ผู้ให้บริการคลังสินค้า ผู้ให้บริการขนส่งสินค้า ผู้ให้บริการเครื่องมือทำตลาดออนไลน์ เป็นต้น ขณะที่ผู้ประกอบการจากต่างประเทศที่จะเข้ามาร่วมทุนหรือซื้อกิจการอีคอมเมิร์ซขนาดใหญ่ในไทย จะเป็นการลงทุนพัฒนาระบบเฉพาะแบรนด์ธุรกิจของตัวเอง มากกว่าการเป็นตลาดกลางซื้อขาย (มาร์เก็ตเพลส) เพราะในไทยมาร์เก็ตเพลสที่เหลือให้ร่วมทุนหรือซื้อกิจการมีเหลือน้อยแล้ว

ช่องทางการชำระเงินหรือผ่อนสินค้าผ่านร้านค้าช็อปออนไลน์เริ่มเติบโตมากขึ้น ซึ่ง 49% เป็นการชำระเงินค่าสินค้าผ่านบัตรเครดิต ซึ่งแบงก์ชาติกระตุ้นให้มีการใช้บัตรเดบิตในการซื้อขายสินค้ามากขึ้น เพื่อเก็บข้อมูลด้านการซื้อขายสินค้าออนไลน์และลดปัญหาการโจรกรรม ทำให้ปัจจุบันจำนวนบัตรเครดิตมีจำนวน 18 ล้านใบ บัตรเดบิตมี 45 ล้านใบ

สำหรับร้านค้าออนไลน์ในระบบที่สร้างรายได้ให้แก่ราคูเท็นตลาดดอทคอม ยังคงเป็นสินค้าไอทีและแกดเจ็ตทำยอดขายกว่า 20 ล้านบาท/ปี และแนวโน้มสินค้าเฉพาะกลุ่มเริ่มมีการเติบโตสูงขึ้น เช่น สินค้าสำหรับเพศทางเลือก สินค้าที่อยู่ในกระแสและสินค้าสำหรับช่วงอายุต่างๆ เป็นต้น

ปัญหาเรื่องการเก็บภาษีอีคอมเมิร์ซสำหรับร้านค้า ภาวุธ มองว่าสรรพากรไม่ควรออกมาชี้แจงอีก เพราะจะส่งผลกระทบในเชิงลบมากกว่า เนื่องจากความเข้าใจในเรื่องภาษีของธุรกิจออนไลน์ยังมีน้อย

“ไม่ใช่เฉพาะในประเทศไทยที่มีความเข้าใจด้านภาษีอีคอมเมิร์ซน้อยที่ต่างประเทศก็เป็นเช่นกัน ดังนั้นการสร้างความเข้าใจควรปล่อยให้เป็นหน้าที่ของภาคธุรกิจได้อธิบายให้ร้านค้าออนไลน์ที่เป็นบุคคลธรรมดาสื่อสารจะดีกว่า” ภาวุธ กล่าวทิ้งท้าย

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท