posttoday
ม็อบฮ่องกงอ่อนกำลังคนตัดสินศก.มาก่อนเสรี

ม็อบฮ่องกงอ่อนกำลังคนตัดสินศก.มาก่อนเสรี

23 ตุลาคม 2557

โดย...ก้องภพ เทอดสุวรรณ

โดย...ก้องภพ เทอดสุวรรณ

หลังจากผ่านมาได้ราว 1 เดือน ความเคลื่อนไหวเรียกร้องการเลือกตั้งที่สมบูรณ์แบบของประชาชนในเขตบริหารพิเศษฮ่องกง ก็มีเค้าลางชัดเจนว่าขาดแรงสนับสนุนจากผู้เข้าร่วมการชุมนุมที่เคยมีจำนวนหลายแสนคน ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมากลับเหลือเพียงไม่กี่ร้อยคนเท่านั้น

เหตุผลสำคัญที่ส่งผลให้เสียงสนับสนุนเริ่มอ่อนกำลังลง ก็เนื่องจากการชุมนุมที่เริ่มยืดเยื้อเริ่มส่งผลกระทบในแง่ลบต่อเศรษฐกิจ หรือหมายถึงกระทบต่อปากท้องของชาวฮ่องกงโดยตรงนั่นเอง

ที่ผ่านมาความมีเสถียรภาพทางการเมืองนับเป็นเงื่อนไขสำคัญสำหรับการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของเกาะฮ่องกง นอกเหนือจากปัจจัยด้านเสรีด้านการค้าและการลงทุน

ในด้านการค้าและการลงทุน รัฐบาลกลางที่กรุงปักกิ่งให้เสรีภาพด้านเศรษฐกิจแก่ฮ่องกงอย่างเต็มที่ ขณะที่ฮ่องกงก็ทำหน้าที่เป็นประตูการค้าและการลงทุนที่สำคัญให้กับแผ่นดินใหญ่ โดยดัชนีความมีเสรีภาพทางเศรษฐกิจซึ่งจัดทำโดยมูลนิธิเฮอริเทจ ถึงกับจัดอันดับให้ฮ่องกงเป็นดินแดนที่มีเสรีภาพทางเศรษฐกิจที่สุดในโลก ด้วยคะแนนถึง 89.3 จุด เมื่อปี 2013 ที่ผ่านมา

อย่างไรก็ดี รัฐบาลปักกิ่งยังคงสงวนเสรีภาพด้านการเมืองไว้ โดยผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็น “ผู้บริหารเขตปกครองพิเศษฮ่องกง” ต้องได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการการเลือกตั้งของรัฐบาลกลางจำนวน 1,200 คน หรือพูดอีกนัยหนึ่งคือ รัฐบาลกลางจีนเป็นผู้จัดสรรผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งมาให้ชาวฮ่องกงนั่นเอง

กรณีดังกล่าวทำให้ฮ่องกงมีสภาพการเมืองที่มีเสถียรภาพมาโดยตลอด ตั้งแต่ฮ่องกงกลับสู่อ้อมอกของจีนแผ่นดินใหญ่ตั้งแต่ 1 ก.ค. 1997 โดยเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เศรษฐกิจฮ่องกงเติบโตอย่างต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน

เพราะฉะนั้น จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่การประท้วง ซึ่งเป็นการบ่อนทำลายเสถียรภาพทางการเมืองของเขตปกครองพิเศษแห่งนี้ จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจอย่างเลี่ยงไม่ได้

ยืนยันได้จากยอดค้าปลีกที่ปรับตัวลดลง 3045% ในช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา อันเป็นผลกระทบจากการชุมนุม ทำให้การจับจ่ายใช้สอยลดลงอย่างเห็นได้ชัด ขณะที่ยอดขายเครื่องประดับลดลงถึง 50% โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีการชุมนุมอย่างย่านแอดมายรัลตี ย่านเซ็นทรัล และย่านมงก๊ก ทั้งนี้ภาคการค้าปลีกถือเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนหลักเศรษฐกิจฮ่องกง โดยมีสัดส่วนคิดเป็น 30% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี)

นอกจากนี้ การชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตยยังกระทบต่อภาคการท่องเที่ยวของฮ่องกงเช่นกัน โดยนักท่องเที่ยวในช่วง “โกลเด้นวีก” ลดลงจากปีก่อนหน้าถึง 7% ซึ่งโดยปกติช่วงเวลาดังกล่าวจะเป็นช่วงที่มีนักท่องเที่ยวหลั่งไหลเข้ามาในฮ่องกงเป็นจำนวนมาก และส่วนใหญ่ยังเป็นนักท่องเที่ยวจากจีนแผ่นดินใหญ่

ยิ่งไปกว่านั้น ด้านสำนักข่าวซินหัว ยังรายงานว่า ความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้เรียกร้องการเลือกตั้งที่เสรี คิดเป็นค่าเสียหายราว 3.5 แสนล้านเหรียญฮ่องกง (ราว 1.4 ล้านล้านบาท)

ความเสียหายทางเศรษฐกิจดังกล่าว จึงไม่น่าแปลกใจว่านอกจากการประท้วงจะเสียแรงสนับสนุนแล้ว ยังปรากฏมีผู้ต่อต้านจำนวนไม่น้อยอีกด้วย โดยมีผู้ที่ไม่พอใจความเคลื่อนไหวครั้งนี้จำนวนมากออกมาแสดงพลังจนกลายเป็นเหตุการณ์ “ม็อบชนม็อบ”

จริงอยู่ที่หน้าประวัติศาสตร์ฮ่องกงก็ไม่ได้ปลอดจากการเดินขบวนเสียทีเดียว แต่การประท้วงที่ยืดเยื้อยังคงเป็นสิ่งที่เห็นได้ยากในฮ่องกง จึงไม่แปลกที่ผลกระทบทางเศรษฐกิจเพียงเล็กน้อย ก็จะเป็นการปลุกกระแสต่อต้านได้แล้ว

ฝ่ายรัฐบาลฮ่องกงก็ดูเหมือนจะเข้าใจเงื่อนไข ที่เศรษฐกิจฮ่องกงต้องดำเนินอยู่บนสภาพการเมืองที่มีเสถียรภาพเป็นอย่างดี จึงเห็นได้ชัดว่ารัฐบาลพยายามไม่ตอบโต้อย่างรุนแรง แต่พยายามทำให้การชุมนุมยืดเยื้อออกไป เพราะยิ่งการชุมนุมยืดเยื้อเท่าไร ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับเศรษฐกิจย่อมมีมากเท่านั้น และกลายเป็นการเร่งกระแสต่อการชุมนุมมากขึ้น โดยที่ฝ่ายรัฐบาลแทบไม่ต้องใช้ความรุนแรง

ขณะเดียวกันก็ยังมีพลังเงียบอีกจำนวนไม่น้อยทีเดียว ที่เชื่อว่าเศรษฐกิจฮ่องกงจะเดินหน้าไปได้ต้องอาศัยพญามังกรเป็นแรงขับเคลื่อนเช่นเดียวกัน โดยปัจจุบันจีนแผ่นดินใหญ่ถือเป็นหุ้นส่วนการค้าหลักสำหรับเกาะฮ่องกง โดยฮ่องกงมีสัดส่วนการส่งออกไปจีนถึงราว 58% ขณะที่สินค้าขาเข้าก็มีสัดส่วนถึง 45% ยิ่งไปกว่านั้นการลงทุนกว่า 75% ยังมีที่มาจากจีนแผ่นดินใหญ่อีกด้วย

ฉะนั้น ฮ่องกงจึงควรกระชับความสัมพันธ์กับจีนให้แน่นแฟ้นมากขึ้นในอนาคต มากกว่าพยายามผละออกจากอ้อมอกของพญามังกร โดยเว็บไซต์อีโคโนมี วอตช์ ประเมินว่า หากฮ่องกงตัดขาดจากจีนจะมีการลงทุนหายไปถึง 75% ขณะที่ปริมาณการค้าจะหายไปถึงครึ่งหนึ่ง และการลงทุนกับจำนวนนักท่องเที่ยวจะหายไปถึง 1 ใน 4

เช่นเดียวกัน ในอดีตฮ่องกงยังผ่านภาวะความไร้เสถียรภาพมาหลายครั้ง ทั้งการยึดครองจากญี่ปุ่นในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ภาวะสงครามกลางเมืองระหว่างพรรคคอมมิวนิสต์กับพรรคก๊กมินตั๋ง และการปฏิวัติวัฒนธรรมสมัยเหมาเจ๋อตง จึงเป็นเหตุให้กลุ่มคนรุ่นเก่ามีความใฝ่หาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ สวนทางกับกลุ่มผู้ประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนรุ่นใหม่

ด้านนิตยสาร เดอะ ดิบโพลแมต วิเคราะห์ว่า นอกจากเหตุผลทางด้านเศรษฐกิจแล้ว อีกเหตุผลหนึ่งที่ประชาชนต่อต้านการชุมนุมประท้วง ก็เพราะไม่เชื่อว่าการประท้วงไม่ใช่วิถีประชาธิปไตย แต่เป็นการแสดงออกอย่างอนาธิปไตย

ทั้งนี้ ไม่ได้หมายความว่าฮ่องกงไม่ควรมีเสรีภาพในการเลือกผู้นำของตนเอง แต่ตราบใดที่ความมีเสถียรภาพทางการเมืองยังเป็นเงื่อนไขสำคัญสำหรับการดำเนินกิจกรรมเศรษฐกิจ ก็ยากที่คนจะให้การสนับสนุนการเคลื่อนไหวทางการเมืองบนท้องถนนเช่นนี้

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท