posttoday
สร้างหนี้ใหม่ล้างหนี้เก่าเร่งวิกฤตหนี้ครัวเรือน

สร้างหนี้ใหม่ล้างหนี้เก่าเร่งวิกฤตหนี้ครัวเรือน

23 ตุลาคม 2557

การแก้ปัญหานี้ครัวเรือนกำลังเป็นประเด็นปวดหัวให้รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เหนื่อยอีกนาน

โดย...เกียรติศักดิ์ ผิวเกลี้ยง

การแก้ปัญหานี้ครัวเรือนกำลังเป็นประเด็นปวดหัวให้รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เหนื่อยอีกนาน

จากตัวเลขของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) หนี้ครัวเรือนของไทยปี 2557 อยู่ที่ 80% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) เทียบกับปี 2551 ที่อยู่ที่ 55% ของจีดีพี ถือว่าหนี้ครัวเรือนของไทยโตแบบก้าวกระโดดในช่วง 56 ปีที่ผ่านมา

ด้านศูนย์วิจัยกสิกรไทย ก็ออกบทวิเคราะห์ว่า ระดับหนี้ครัวเรือนไทยมีแนวโน้มสูงขึ้นถึง 85% ของจีดีพี ทำให้ประชาชนมีภาระจ่ายเงินต้นและดอกเบี้ยสูงถึง 3040% ของรายได้ เกิดปัญหาตามมา คือ คนเป็นหนี้มีรายได้ไม่พอจ่ายหนี้ และแก้ปัญหาด้วยการกู้หนี้ใหม่มาใช้หนี้เก่า โดยเฉพาะกลุ่มเกษตรกรที่มีรายได้ไม่แน่นอน

ปัญหาดังกล่าวเห็นได้ชัดจากการเร่งใช้หนี้จำนำข้าว 9.2 หมื่นล้านบาท ในช่วงที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้ามาบริหารประเทศ ซึ่งคาดหวังว่าชาวนาจะนำเงินดังกล่าวไปใช้จ่ายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ปรากฏว่าชาวนานำเงินส่วนใหญ่ไปใช้หนี้

แม้แต่การแจกเงินชาวนาไร่ละ 1,000 บาท แต่ไม่เกิน 1.5 หมื่นบาท/ครอบครัว ในขณะนี้ก็มีชาวนาจำนวนไม่น้อยนำเงินที่ได้ไปจ่ายหนี้ค่าปุ๋ย ค่าปัจจัยการผลิตต่างๆ ไม่ได้ไปใช้จ่ายให้เงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ

ล่าสุดผู้บริหารระดับสูงของมูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส ออกมาเปิดเผยว่า ประเทศไทยมีความเสี่ยงต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย เนื่องจากมีระดับหนี้สูงและสินเชื่อขยายตัวอย่างรวดเร็วในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะหนี้ครัวเรือนของไทยในปี 2556 อยู่ที่ 82% ของจีดีพี

สมหมาย ภาษี รมว.คลัง เองก็ออกมายอมรับว่า ประเทศไทยหนีปัญหาหนี้ครัวเรือนได้ยาก เพราะเป็นประเทศที่ประชาชนมีรายได้ต่ำ ต้องไปกู้ยืมนอกระบบ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของหนี้ครัวเรือน แต่รัฐบาลก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้คิดหาวิธีแก้ปัญหาหนี้นอกระบบด้วยการอนุญาตให้เอกชนจัดตั้งบริษัทนาโนไฟแนนซ์ ปล่อยกู้ให้กับรายย่อยโดยไม่มีหลักประกัน เพื่อไปใช้หนี้นอกระบบ

สาระสำคัญของการปล่อยกู้นาโนไฟแนนซ์ จะปล่อยกู้ให้รายย่อยรายละ 11.2 แสนบาท โดยคิดอัตราดอกเบี้ยไม่เกิน 3236% เอกชนสนใจตั้งบริษัทนาโนไฟแนนซ์ต้องมีทุนจดทะเบียนไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท สามารถปล่อยได้ในจังหวัดที่อนุญาตให้เปิดเท่านั้น โดยคลังอยู่ระหว่างการพิจารณาให้นำรายได้เพียงครึ่งเดียวมาคิดคำนวณเสียภาษี เพื่อเป็นแรงจูงใจให้เอกชนเข้ามาเปิดนาโนไฟแนนซ์

อย่างไรก็ตาม การปล่อยกู้นาโนไฟแนนซ์ก็ไม่มีหลักประกันว่า ผู้กู้จะนำไปใช้หนี้นอกระบบตามที่รัฐบาลคาดหวัง หากเป็นเช่นนั้นเท่ากับว่านอกจากแก้ปัญหาไม่ได้ ยังเป็นการเพิ่มหนี้ให้กับประชาชนเพิ่มขึ้น เพราะหนี้นอกระบบก็ยังอยู่และยังมาเป็นหนี้นาโนไฟแนนซ์เพิ่มขึ้น ส่งผลให้หนี้ครัวเรือนสูงเป็นเงาตามตัว

นอกจากนี้ การดำเนินการนาโนไฟแนนซ์ยังมีปัญหาว่าจะมีเอกชนสนใจหรือไม่ เพราะการปล่อยกู้รายย่อยมีต้นทุนสูง และยังต้องอยู่ภายใต้กำกับของกระทรวงการคลัง ต้องเข้ามาอยู่ในระบบภาษี ต้องปล่อยกู้ในพื้นที่จังหวัดที่ได้รับอนุญาต ปล่อยกู้ข้ามจังหวัดไม่ได้ ยิ่งเป็นข้อจำกัดให้เอกชนไม่สนใจมากขึ้น แม้ว่าคลังจะมีแนวคิดให้นำรายได้มาคิดภาษีแค่ครึ่งเดียว ก็อาจจะไม่จูงใจพอ เพราะที่ผ่านมาอยู่นอกระบบก็ไม่ต้องเสียภาษี

การตั้งนาโนไฟแนนซ์ จึงไม่ได้ตอบโจทย์การแก้ปัญหาหนี้นอกระบบ แต่จะเป็นการย่ำอยู่บนความล้มเหลวเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา เพราะการแก้ไขหนี้เก่าหรือหนี้นอกระบบ ไม่สามารถแก้โดยการสร้างหนี้ใหม่ หากจะปล่อยกู้ใหม่ก็ควรให้นำเงินไปประกอบอาชีพเพื่อเพิ่มรายได้ จะได้ผลมากกว่า

หากดูการแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนและหนี้นอกระบบที่ผ่านมา จะเห็นว่าไม่ต่างจากหลักการตั้งนาโนไฟแนนซ์ ที่เป็นการปล่อยกู้ใหม่ไปใช้หนี้เก่า แต่แก้ปัญหาไม่ได้ และยังทำให้ลูกหนี้มีหนี้เพิ่มขึ้น

กรณีการแก้ไขปัญหาหนี้ครูของธนาคารออมสิน ที่รัฐบาลเห็นว่าครูมีหนี้สินจำนวนมาก ทั้งผ่อนบ้าน ผ่อนรถ ผ่อนเงินกู้สหกรณ์ ผ่อนเงินกู้นอกระบบ ก็ให้รวมมูลหนี้เป็นก้อนเดียวมากู้ที่ธนาคารออมสินไปรีไฟแนนซ์หนี้ทั้งหมด แต่ก็แก้ปัญหาหนี้ครูไม่ได้ เพราะผ่านไปไม่นานครูก็มีปัญหา ผ่อนชำระหนี้กับธนาคารออมสินไม่ได้ เพราะไม่มีกำลังผ่อนชำระ เนื่องจากกลับไปสร้างหนี้นอกระบบเพิ่มกลับมาเหมือนเดิม

อีกกรณีหนึ่ง คือ ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย เคยทำโครงการรับรีไฟแนนซ์หนี้บัตรเครดิต ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของหนี้ครัวเรือน ผู้สนใจสามารถรวมยอดหนี้จากบัครเครดิตหลายใบมากู้ธนาคารอิสลามฯ เพื่อไปใช้หนี้บัตรเครดิตใบเก่าทั้งหมด ปรากฏว่าหนี้ที่รีไฟแนนซ์กับธนาคารอิสลามฯ เป็นหนี้เสียเกือบทั้งหมด เพราะลูกหนี้ไม่ผ่อนชำระ และยังไปทำบัตรเครดิตใบใหม่สร้างหนี้เพิ่มเหมือนเดิม

ทั้งสองกรณีจะเห็นว่า การแก้ปัญหาหนี้โดยการปล่อยกู้ใหม่ไปโปะหนี้เก่าไม่ประสบความสำเร็จ

นอกจากนี้ รัฐบาลยังมีแนวคิดให้โครงการธนาคารประชาชนของธนาคารออมสินไปปล่อยกู้แก้ปัญหาหนี้นอกระบบ แต่ทำไม่ได้ เพราะการปล่อยกู้ต้องนำเงินไปเพื่อประกอบอาชีพสร้างรายได้ ไม่สามารถนำไปใช้หนี้เก่าได้

หลังจากนั้นก็มีการขยับคิดตั้งไมโครไฟแนนซ์ โดยให้สถาบันการเงินตั้งบริษัทลูกปล่อยกู้รากหญ้า โดยคิดอัตราดอกเบี้ย 28% เพื่อไปใช้แก้ปัญหาหนี้นอกระบบ แต่ปรากฏว่าสถาบันการเงินไม่เล่นด้วย เพราะรู้ว่าทำไม่คุ้ม ทำไปมีแต่เข้าตัว เพราะการปล่อยกู้ไมโครไฟแนนซ์ เป็นรายย่อยไม่มีหลักประกัน มีต้นทุนและความเสี่ยงสูง

อีกทั้งหนี้นอกระบบจำนวนไม่น้อยเกิดจากการพนัน การใช้จ่ายที่ไม่ถูกกฎหมาย การปล่อยกู้ใหม่เพื่อล้างหนี้เก่าจึงเป็นเรื่องที่สถาบันการเงินไม่อยากเข้าไปยุ่ง เพราะจะเป็นการสนับสนุนคนไม่ดี เสียภาพลักษณ์ของธนาคาร

ดังนั้น การที่รัฐบาลมีแนวคิดตั้งนาโนไฟแนนซ์มาแก้ไขหนี้นอกระบบ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของหนี้ครัวเรือน จึงเห็นทางสำเร็จได้ยาก ในทางกลับกัน อาจยิ่งเร่งให้หนี้ครัวเรือนของไทยมีปัญหาเพิ่มมากขึ้น จนเป็นภัยร้ายของเศรษฐกิจไทยในไม่ช้า

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท