
พม่าทุ่มกำลังรุกกะเหลี่ยงจับตาเปิดศึกหน้าแล้ง
ตั้งแต่ปี 2552 เป็นต้นมาสถานการณ์สู้รบระหว่างกองกำลังรัฐบาลพม่าและชนกลุ่มน้อยกะเหรี่ยง
โดย...ทีมข่าวภูมิภาคโพสต์ทูเดย์
ตั้งแต่ปี 2552 เป็นต้นมาสถานการณ์สู้รบระหว่างกองกำลังรัฐบาลพม่าและชนกลุ่มน้อยกะเหรี่ยง บริเวณชายแดนไทยพม่า ตั้งแต่ จ.แม่ฮ่องสอน ลงมาถึง จ.ตาก เรียกได้ว่าแทบจะยุติลงโดยสิ้นเชิง เว้นแต่ช่วงปลายปี 2553 ซึ่งกลุ่มกะเหรี่ยงดีเคบีเอ สังกัด พล.ต.นะเคามวย ไม่พอใจที่รัฐบาลพม่าบีบบังคับให้เข้าร่วมเป็นกองกำลังรักษาชายแดนในสังกัดรัฐบาล ได้ยกกำลังเข้าโจมตีทหารพม่าในเมืองเมียวดีตรงข้าม อ.แม่สอด จ.ตาก สถานการณ์ยืดเยื้อเกือบสัปดาห์
สงครามชายแดนตะวันตกยุติลงนับตั้งแต่นั้น ยิ่งหลังเลือกตั้งทั่วไปในพม่า รัฐบาลประธานาธิบดีเต็งเส่ง ก็ผ่อนปรนการจำกัดสิทธิทางการเมือง ขณะเดียวกันก็เริ่มกระบวนการยุติความขัดแย้งกับกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ ด้วยการเจรจาสันติภาพ แต่ช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา การปะทะกันระหว่างกองกำลังกะเหรี่ยงและทหารพม่ารอบพื้นที่เมืองเมียวดีก็กลับมาอีกครั้ง
“สิ่งที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นว่ากระบวนการสันติภาพไม่ราบรื่น ทางหนึ่งรัฐบาลพม่าบอกว่าต้องการการเจรจา แต่อีกทางหนึ่งส่งทหารรุกคืบเข้าไปในพื้นที่ของกลุ่มชาติพันธุ์อย่างหนัก ทำให้เกิดการสู้รบในพื้นที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ” พล.อ.บอจ่อแฮ รองผู้บัญชาการทหารสูงสุด กองกำลังสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง หรือเคเอ็นยู เปิดเผยถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
อย่างไรก็ตาม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้เปิดเผยผลการหารือกับประธานาธิบดีเต็งเส่ง ระหว่างเดินทางเยือนพม่าว่า เรื่องหนึ่งที่คุยกันคือโครงการพลังงานไฟฟ้าแม่น้ำสาละวิน ซึ่งเป็นพื้นที่ของกลุ่มกะเหรี่ยงทั้งดีเคบีเอและเคเอ็นยู
พล.อ.บอจ่อแฮ บอกว่า กองทัพพม่าพยายามมานานแล้วที่จะเคลียร์พื้นที่บริเวณนี้ และระยะหลังมานี้พื้นที่รอบๆ โครงการสร้างเขื่อนฮัตจีกั้นแม่น้ำสาละวิน ตรงข้าม อ.ท่าสองยาง จ.ตาก ก็มีทหารพม่าเข้ามาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
“ช่วง 23 เดือนก่อน มีคนของ กฟผ. (การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย) พยายามติดต่อที่จะพบผม แต่ผมปฏิเสธไป มันไม่ใช่แค่จุดยืนของผมเท่านั้นที่ไม่ต้องการให้มีการสร้างเขื่อน แต่ทหารกะเหรี่ยงในพื้นที่ทั้งดีเคบีเอและเคเอ็นยูต่างก็คัดค้านเขื่อน เพราะจะสร้างความเดือดร้อนแก่แผ่นดินของเรา ประชาชนของเรา”
ด้านนายทหารดีเคบีเอรายหนึ่ง กล่าวว่า ทหารพม่ากองพลที่ 22 ได้เข้าควบคุมแม่น้ำสาละวินฝั่งตะวันออกและมีคำสั่งให้กองพันพิทักษ์ชายแดน ซึ่งเป็นกะเหรี่ยงในสังกัด พล.ต.หม่องชิตู่ เสริมกำลังเข้ามาสมทบ คาดว่ากำลังของ พล.ต.หม่องชิตู่ จะเป็นชุดเข้าตีที่มั่นของกลุ่มกะเหรี่ยงดีเคบีเอในพื้นที่ ขณะที่ฝากตะวันตกของแม่น้ำสาละวินก็มีทหารพม่ากองพลที่ 44 ดูแลอยู่ โดยมีกำลังกะเหรี่ยงของ พล.ต.หม่องชิตู่ อีก 2 กองพัน ซึ่งเปิดฉากโจมตีกลุ่มดีเคบีเอเมื่อไม่นานมานี้เข้าร่วมด้วย
“ผมมั่นใจว่าการปะทะที่เกิดขึ้นส่วนหนึ่งเป็นแรงกดดันที่รัฐบาลพม่าต้องการให้มีการสร้างเขื่อนในพื้นที่ รวมถึงต้องการเข้ามาควบคุมพื้นที่แนวสายส่งไฟฟ้าเข้าประเทศไทยด้วย ทุกวันนี้พวกเราอยู่ได้ เพราะชาวบ้านอยู่ได้ ถ้าชาวบ้านอยู่ไม่ได้ทหารจะอยู่ได้อย่างไร”
การเสริมกำลังของทหารพม่าเข้าพื้นที่เผชิญหน้ากับกลุ่มดีเคบีเอและเคเอ็นยูนั้น ทำให้ภาพการเตรียมกำลังเข้าโจมตีที่มั่นกลุ่มกะเหรี่ยงในช่วงหน้าแล้งซึ่งเกิดขึ้นเป็นประจำทุกปี ในช่วงหลายสิบปีก่อนหน้านี้ ย้อนกลับมาอีกครั้ง
สถานการณ์ชายแดนตะวันตกช่วงฤดูแล้งนี้น่าจับตามากยิ่งขึ้น ในฐานะพื้นที่ซึ่งกำลังจะพัฒนาเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ







