
กสิกรเร่งหนุนรายย่อยบุกการค้าผ่านอาลีบาบา
กสิกรไทย เร่งหนุนสตาร์ทอัพ บุกโลกการค้าดิจิทัลผ่านอาลีบาบาดอทคอม วางเป้าปีแรก 100 ราย
กสิกรไทย เร่งหนุนสตาร์ทอัพ บุกโลกการค้าดิจิทัลผ่านอาลีบาบาดอทคอม วางเป้าปีแรก 100 ราย
นายวัลลภ ว่องจิตต์วุฒิไกร รองกรรมการผู้จัดการ สายงานผลิตภัณฑ์บรรษัทและผู้ประกอบการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ธนาคารจะมุ่งสนับสนุนพัฒนาผู้ประกอบการธุรกิจรายย่อย (เอสเอ็มอี) โดยเฉพาะกลุ่มเริ่มต้นธุรกิจ (สตาร์ทอัพ) ให้ขยายการทำตลาดระหว่างประเทศ ผ่านพันธมิตรธุรกิจเว็บไซต์อาลีบาบาดอทคอม ผู้ให้บริการอีคอมเมิร์ซรูปแบบธุรกิจต่อธุรกิจ (บีทูบี)
ทั้งนี้ ปัจจุบันธนาคารกสิกรไทยมีฐานลูกค้ากลุ่มสตาร์ทอัพราว 1 แสนราย จากจำนวนฐานลูกค้าเอสเอ็มอีทั้งหมด 8 แสนราย ซึ่งพบว่าธุรกิจใหม่มีแนวโน้มเกิดขึ้นต่อเนื่องทุกปี จากความสะดวกของเทคโนโลยีต่างๆ อาทิ 3จี สมาร์ทโฟนแท็บเล็ต เป็นต้น ที่เปิดโอกาสให้เอสเอ็มอีเข้าสู่การทำธุรกิจระหว่างประเทศได้สะดวกรวดเร็วขึ้น
“ปัจจุบันมูลค่าตลาดอีคอมเมิร์ซในไทยอยู่ที่ 1.35 แสนล้านบาท โดยมีกลุ่มสินค้าขายดีอย่างแฟชั่น ของใช้ เครื่องสำอาง เวชภัณฑ์ ฯลฯ และการค้าขณะนี้ได้เคลื่อนสู่ยุคเอ็มคอมเมิร์ซแล้ว” นายวัลลภ กล่าว
นอกจากนี้ ธนาคารอยู่ระหว่างดำเนินการขออนุญาตธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เพื่อให้บริการตรวจสอบสถานะผู้ประกอบการที่จะเข้าสู่ระบบการค้าออนไลน์ ไปยังธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) เพื่อพิจารณาไปเมื่อเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งหากได้รับการอนุมัติแล้ว คาดจะช่วยผลักดันให้กลุ่มลูกค้าเอสเอ็มอีสามารถใช้ช่องทางออนไลน์ขยายธุรกิจระหว่างประเทศได้อย่างน่าเชื่อถือยิ่งขึ้น โดยคาดว่าในปีนี้จะมีผู้เข้าร่วมโครงการกับเว็บไซต์อาลีบาบาดอทคอมไม่ต่ำกว่า 100 รายด้วยในปัจจุบันธนาคารมีฐานลูกค้าเอสเอ็มอีจำนวนมากที่สุด
พร้อมกันนี้ ล่าสุดธนาคารฯร่วมกับอาลีบาบาดอทคอมจัดสัมมนา เปิดโลกการค้าขายออนไลน์ SME รวยได้ในคลิกเดียว พร้อมเชิญสมัครสมาชิกอาลีบาบาซึ่งจะได้สิทธิประโยชน์พิเศษในงาน เสียค่าใช้จ่ายการสมัครราคา 45.5 เหรียญสหรัฐอเมริกา จากอัตราปกติ99 เหรียญฯ เป็นต้น โดยเบื้องต้นธนาคารวางเป้าหมายคาดมีผู้ประกอบการเอสเอ็มอีสนใจสมัครบริการดังกล่าวราว100 รายในปีแรก
นายทิโมธี เหลียง หัวหน้าฝ่ายพัฒนาธุรกิจระดับโลก อาลีบาบาดอทคอม กล่าวว่าปัจจุบันอาลีบาบาครองส่วนแบ่งอันดับ1 ในตลาดอีคอมเมิร์ซ จากการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าทั้งผู้ซื้อผู้ขายใน 240 ประเทศทั่วโลก และมีสำนักงานใหญ่ใน70 ประเทศทั่วโลก ซึ่งรวมถึงการเข้ามาขยายตลาดในไทยเป็นแห่งแรกในภูมิภาคอาเซียน เพื่อรองรับโอกาสการขยายฐานลูกค้าเอสเอ็มอีในไทย ไปยังตลาดต่างประเทศผ่านช่องทางออนไลน์ ตามแนวโน้มที่เกิดขึ้นทั่วโลก







