
เครือข่ายตรังขอระงับสัมปทานปิโตรเลียมรอบที่21
ตรัง-เครือข่ายประชาคมท้องถิ่นตรังร้องระงับสัมปทานปิโตรเลียมรอบที่21ไว้ก่อนจนกว่าจะมีการแก้ไขกฏหมาย
ตรัง-เครือข่ายประชาคมท้องถิ่นตรังร้องระงับสัมปทานปิโตรเลียมรอบที่21ไว้ก่อนจนกว่าจะมีการแก้ไขกฏหมาย
เมื่อวันที่23ต.ค.57 นายชัยพร จันทร์หอม ตัวแทนพร้อมสมาชิกเครือข่ายประชาคมท้องถิ่นตรังกว่า 10 คนยื่นหนังสือต่อนายสมศักดิ์ ปะริสุทโธ เหมทานนท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง เรื่องขอให้หยุดการสัมปทานรอบที่ 21 แต่นายสมศักดิ์ ติดภารกิจจึงเดินทางไปมอบหนังสือผ่าน พ.อ.อัษฎา แสงฤทธิ์ รอง ผอ.กอ.รมน.ตรัง (ฝ่ายทหาร) และ นายพรชัย ช่วยรัตน์ หัวหน้าฝ่ายอนุรักษ์สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดตรังแทน เสนอเรื่องต่อไปยัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี
นายชัยพร กล่าวว่า ทางเครือข่ายเห็นว่า การสัมปทานตาม พ.ร.บ.ปิโตรเลียม พ.ศ.2514 ก่อให้เกิดการสูญเสียอธิปไตยด้านปิโตรเลียม 3 ประการสำคัญ คือ กรรมสิทธิ์ในปิโตรเลียม กรรมสิทธิ์ในข้อมูลปิโตรเลียม กรรมสิทธิ์ในอุปกรณ์การผลิต ซึ่งดำเนินการมากว่า 40 ปี ส่งผลให้ประโยชน์ที่ประชาชน จะได้รับจากปิโตรเลียมของประเทศนั้นน้อยลง รัฐได้ประโยชน์จากการสัมปทานน้อยเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน รวมทั้งประชาชนต้องใช้ปิโตรเลียมในราคาสูงเมื่อเทียบกับประเทศอื่นทั่วโลก การจัดสรรการขุดเจาะปิโตรเลียมรอบใหม่จึงควรสร้างระบบ กติกาเพื่อให้รัฐมีอำนาจอธิปไตยในปิโตรเลียมและจัดสรรเพื่อประโยชน์สูงสุดเพื่อประชาชนเสียก่อน
ดังนั้น เครือข่ายเห็นพ้องกับข้อเสนอปฏิรูปพลังงานของเขาหุ้นปฏิรูปพลังงานจังหวัดตรัง และพี่น้องประชาชนขาหุ้นปฏิรูปพลังงานทั่วประเทศ และขอให้พิจารณาระงับการเปิดสัมปทานรอบที่ 21 เอาไว้ก่อนจนกว่าจะมีการแก้ พรบ.ปิโตรเลียมที่ทำให้รัฐมีอำนาจอธิปไตยในปิโตรเลียมและจัดสรรเพื่อประโยชน์สูงสุดเพื่อประชาชนเช่นการเปลี่ยนระบบสัมปทานเป็นระบบแบ่งปันผลผลิตเพื่อให้รัฐได้อธิปไตยด้านปิโตรเลียมคืนมา







