
อัยการเผยผู้ต้องหากลับคำให้การไม่กระทบสำนวนคดีเกาะเต่า
อัยการยันให้ความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่ายคดีเกาะเต่า ชี้ผู้ต้องหากลับคำไม่กระทบสำนวน ยึดพยาน-หลักฐานนิติวิทยาศาสตร์
อัยการยันให้ความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่ายคดีเกาะเต่า ชี้ผู้ต้องหากลับคำไม่กระทบสำนวน ยึดพยาน-หลักฐานนิติวิทยาศาสตร์
เมื่อวันที่ 22 ต.ค. นายธวัชชัย เสียงแจ้ว อธิบดีอัยการภาค 8 ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานพนักงานอัยการในคดี ให้สัมภาษณ์กรณี 2 ผู้ต้องหาคดีฆาตกรรมนักท่องเที่ยวที่เกาะเต่า ทำหนังสือขอความเป็นธรรมต่อพนักงานอัยการจังหวัดเกาะสมุยผ่านทนายความ สำนักงานสิทธิมนุษยชน สภาทนายความ โดยอ้างว่า ถูกบังคับให้รับสารภาพ ว่า พนักงานอัยการพิจารณาให้ความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่ายเหมือนกับคดีอื่นทั่วไป โดยดูจากสำนวนของผู้เสียหายและผู้ต้องหา ถ้าพยานหลักฐานไม่มีก็ปล่อยตัวไป ถ้ามีหรือเกี่ยวข้องกับใครบ้างก็ต้องเรียกสอบเพิ่มเติมและส่งฟ้องต่อศาลไปต่อสู้กันในชั้นศาล ซึ่งคดีนี้พนักงานอัยการจะต้องดำเนินการด้วยความละเอียด เพราะเป็นเรื่องที่ประชาชนสนใจสูง
"การกลับคำให้การของผู้ต้องหาจะไม่ส่งกระทบต่อการทำสำนวนและการดำเนินคดี เนื่องจากอัยการได้ให้ความสำคัญกับพยานและหลักฐานเป็นหลักไม่ได้พิจารณาว่าผู้ต้องหารับสารภาพหรือไม่ สำหรับคดีนี้อัยการมุ่งน้ำหนักไปที่หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ และการยืนยันจากแพทย์ ซึ่งจะเป็นหลักฐานสำคัญที่สุดในการพิจารณาส่งฟ้องผู้ต้องหาดำเนินคดี"นายธวัชชัย กล่าว
นายธวัชชัย กล่าวว่า ส่วนความคืบหน้าสำนวนในคดีที่พนักงานอัยการสั่งให้พนักงานสอบสวนไปสอบเพิ่มในบางประเด็น ขณะนี้สำนวนสอบเพิ่มยังไม่ได้ส่งมาถึงพนักงานอัยการจังหวัดเกาะสมุย คาดว่าตำรวจคงต้องใช้เวลาในการทำให้สำนวนมีความสมบูรณ์และรัดกุมที่สุด โดยยังไม่สามารถระบุวันที่แน่ชัดได้ ซึ่งการที่ล่าช้าจะไม่สร้างความกดดันและไม่ส่งกระทบต่อการพิจารณาคดีเช่นกันสำหรับสำนวนคดีที่ส่งมาในครั้งแรกนั้นมีความสมบูรณ์ของหลักฐานกว่า 90% แต่ให้ไปสอบเพิ่มจากผู้ต้องหาและสอบพยานแวดล้อมกับพยานวัตถุเพิ่ม
ส่วนกรณีสังคมและต่างประเทศได้แสดงความกังวลต่อคดีนั้น มองว่าเป็นเรื่องที่ดีที่จะได้ช่วยกันตรวจสอบการทำงาน ซึ่งกระบวนยุติธรรมของไทยเป็นไปตามมาตรฐาน และคดีนี้ตำรวจสามารถชี้แจงได้ อย่างไรก็ตามต่างประเทศจะไม่สามารถส่งคนมาก้าวก่ายการทำงานได้ เนื่องจากกฏหมายไม่เปิดช่องโดยจะทำได้แค่ลักษณะการติดต่อประสานงาน เพื่อสอบถามความคืบหน้ากระบวนดำเนินคดีเท่านั้น
ด้าน นายชนินทร์ เลี้ยงสุวรรณ ผู้บัญชาการเรือนจำ อ.เกาะสมุย เปิดเผยว่า ในขั้นตอนของการรับตัวผู้ต้องหาจากศาลมาผู้ต้องหาทุกคนจะต้องผ่านการตรวจร่างกายจากฝ่ายการพยาบาลของเรือนจำก่อนเข้าคุมขัง หากพบบาดแผล หรือ อาการบาดเจ็บ ทางเรือนจำจะจัดส่งเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลทันที ซึ่งในกรณีของผู้ต้องหาคดีเกาะเต่าไม่พบอาการผิดปกติ และไม่ได้รับแจ้ง หรือมีการร้องขอจากผู้ต้องหาทั้ง 2 เกี่ยวกับอาการเจ็บหน้าอก ตามคำกล่าวอ้างของทนายความผู้ต้องหา







