posttoday
กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญตัวชี้ขาดอนาคตปฏิรูป

กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญตัวชี้ขาดอนาคตปฏิรูป

22 ตุลาคม 2557

กระบวนการ “ปฏิรูป” เริ่มต้นออกตัวอย่างเป็นทางการเมื่อที่ประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.)

โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

กระบวนการ “ปฏิรูป” เริ่มต้นออกตัวอย่างเป็นทางการเมื่อที่ประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) เลือก เทียนฉาย กีระนันทน์ เป็นประธาน สปช. พร้อม บวรศักดิ์ อุวรรณโณ และ ทัศนา บุญทอง มานั่งเป็นรองประธานคนที่ 1 และ 2 ตามโผไม่ผิดเพี้ยน

ด้วยภาพลักษณ์ “คนกลาง” ไม่ใช่คู่ขัดแย้งทางการเมือง ไม่มีฝักฝ่าย ไม่ถูกมองว่าอยู่เอียงข้างฝั่งใดฝั่งหนึ่ง การมานั่งในตำแหน่งประธานควบคุมดูแลกลไกปฏิรูป ย่อมทำให้ผลลัพธ์ออกมาน่าเชื่อถือ ไม่ถูกมองว่าเอนเอียงเอื้อประโยชน์ให้ฝั่งใดฝั่งหนึ่ง หรือเพียงแค่ทำตามใบสั่งจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)

ต้นทุนของ เทียนฉาย ในฐานะอดีตอธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีผลงานด้านวิชาการเป็นที่ประจักษ์ มีลูกศิษย์ลูกหาอยู่ทั่วทุกวงการ ย่อมช่วยกรุยทางทำให้กระบวนการปฏิรูปผ่านกลไกของ สปช.เป็นที่ยอมรับจากสังคมมากยิ่งขึ้น

ทว่า ต่อจากนี้ยังต้องจับตาไปที่ 36 กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งประธาน สปช.จะต้องแต่งตั้งให้แล้วเสร็จภายใน 15 วัน นับแต่วันที่มีการเรียกประชุม สปช.เป็นนัดแรก

เมื่อกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญถือเป็น “หางเสือ” สำคัญที่จะตีกรอบควบคุมทิศทางการปฏิรูปว่าจะเดินหน้าไปแนวไหน ผ่านรัฐธรรมนูญฉบับถาวรที่กำลังจะยกร่าง กรรมาธิการทั้ง 36 คน จึงถือว่ามีส่วนสำคัญอย่างมากกับกระบวนการปฏิรูปต่อจากนี้

เบื้องต้นกรอบการร่างรัฐธรรมนูญจะถูกล็อกไว้ด้วยรัฐธรรมนูญชั่วคราว 2557 มาตรา 35 ที่ระบุว่า การร่างรัฐธรรมนูญจะต้องให้ครอบคลุมทั้ง 10 ประเด็น ได้แก่ 1.การรับรองความเป็นราชอาณาจักรอันหนึ่งอันเดียวจะแบ่งแยกมิได้2.การให้มีการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขที่เหมาะสมกับสภาพสังคมของไทย 3.กลไกที่มีประสิทธิภาพในการป้องกัน ตรวจสอบ และขจัดการทุจริตและประพฤติมิชอบ

ประเด็นที่ 4 กลไกที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันและตรวจสอบมิให้ผู้เคยต้องคำพิพากษาหรือคําสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายว่าด้วยกระทำการทุจริตหรือประพฤติมิชอบ หรือเคยกระทำการอันทำให้การเลือกตั้งไม่สุจริตหรือเที่ยงธรรม เข้าดำรงตำแหน่งทางการเมืองอย่างเด็ดขาด 5.กลไกที่มีประสิทธิภาพที่ทําให้เจ้าหน้าที่ของรัฐโดยเฉพาะผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองและพรรคการเมือง สามารถปฏิบัติหน้าที่หรือดำเนินกิจกรรมได้โดยอิสระ 6.กลไกที่มีประสิทธิภาพในการสร้างเสริมความเข้มแข็งของหลักนิติธรรม และการสร้างเสริมคุณธรรม จริยธรรม

ขณะที่ประเด็นที่ 7 กลไกที่มีประสิทธิภาพในการปรับโครงสร้างและขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจและสังคมเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมอย่างยั่งยืน 8.กลไกที่มีประสิทธิภาพในการใช้จ่ายเงินของรัฐให้เป็นไปอย่างคุ้มค่า มีประสิทธิภาพ 9.กลไกที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันมิให้มีการทําลายหลักการสําคัญที่รัฐธรรมนูญจะได้วางไว้ และ 10.กลไกที่จะผลักดันให้มีการปฏิรูปเรื่องสำคัญต่างๆ ให้สมบูรณ์ต่อไป

แต่ในรายละเอียดที่จะเป็นตัวกำหนดทิศทางการปฏิรูปนั้น ขึ้นอยู่กับกรรมาธิการยกร่างที่จะบูรณาการข้อเสนอแนะจากทั้ง สปช. สนช. ครม. และชี้ขาดสุดท้ายว่าอย่างไร

ยิ่งในแต่ละหัวข้อของการปฏิรูปถือเป็นเรื่องใหญ่ที่ยังมีความเห็นแตกต่างกันมากในสังคม ซึ่งไม่ว่าจะลงไปรับฟังความเห็น ข้อเสนอแนะจากหน่วยงานไหนก็ตาม แต่กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญจะรับหน้าที่สรุปว่าจะเลือกเดินทางไหนและเขียนไว้ในรัฐธรรมนูญที่ถือเป็นกฎหมายสูงสุด

ทั้งโจทย์ใหญ่อย่างเรื่องรูปแบบการเลือกตั้ง จำนวน และที่มา สส.และ สว. ที่มาของนายกรัฐมนตรี ขั้นตอนการถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ที่กำลังถูกจับจ้องว่าจะออกมาอย่างไร ท่ามกลางเสียงดักคอจากฟากฝั่งการเมืองว่าไม่ต้องการให้ใช้รัฐธรรมนูญใหม่มาตัดสิทธิกีดกันขั้วอำนาจเก่าเหมือนที่ผ่านมา

ไปจนถึงเรื่ององค์กรอิสระ ว่าจะยุบหรือปรับเปลี่ยนบทบาทอำนาจหน้าที่อย่างไร หลังจากที่ผ่านมาถูกแรงเสียดทานอย่างรุนแรง รวมไปถึงเรื่องการกระจายอำนาจ แนวคิดเรื่องการเลือกผู้ว่าราชการจังหวัด โยกตำรวจให้มาขึ้นกับส่วนท้องถิ่น แต่ละเรื่องล้วนแต่เป็นเรื่องใหญ่และสำคัญ

นั่นเป็นสาเหตุที่ คสช.ต้องวางมือดีอย่าง บวรศักดิ์ อุวรรณโณ มาเป็นประธานกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อควบคุมทิศทางการปฏิรูปเดินหน้าต่อไปได้อย่างราบรื่น

เมื่อบวรศักดิ์เองก็ถือเป็นหนึ่งในกุนซือคนสำคัญของ คสช. ที่มีส่วนร่วมออกแบบวางโครงสร้างเดินหน้าการปฏิรูปประเทศมาตั้งแต่ต้น อีกทั้งการวางตัวบวรศักดิ์มานั่งควบเป็นรองประธาน สปช. ย่อมทำให้การสอดประสานและเพิ่มประสิทธิภาพให้การปฏิรูป

ปัญหาอยู่ตรงส่องดูว่าที่กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ เวลานี้มีทั้งบรรดาขาประจำ ฝั่งตรงข้ามขั้วอำนาจเก่าอยู่เป็นจำนวนมาก จนอาจจะทำให้ผลของการปฏิรูปถูกมองว่ามีธงมาจาก คสช. และไม่เป็นที่ยอมรับจากสังคมในที่สุด

เริ่มตั้งแต่สัดส่วนของ สนช. ครม. และ คสช. อย่างละ 5 คนนั้น ในส่วนของ สนช.ที่มีชื่อติดโผมานั้น ทั้ง กล้านรงค์ จันทิก วัลลภ ตังคณานุรักษ์ นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม พล.อ.บุญสร้างเนียมประดิษฐ์

ส่วนของ ครม.และ คสช. อาจจะยังคาบเกี่ยวกันอยู่บ้าง และนัดหารือกันทั้งสองฝ่ายเพื่อเคาะสุดท้ายในวันที่ 4 พ.ย. เบื้องต้นรายชื่อมีทั้ง พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา วิษณุ เครืองาม มีชัย ฤชุพันธุ์ ขณะที่ สปช. ซึ่งมีสัดส่วนมากที่สุดถึง 20 คน เริ่มมีรายชื่อปรากฏออกมา อาทิ ไพบูลย์ นิติตะวัน เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง คำนูณ สิทธิสมาน ฯลฯ

สุดท้ายต้องรอดูว่าโฉมหน้า 36 กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญจะออกมาอย่างไร และจะเป็นที่ยอมรับของสังคมมากน้อยแค่ไหน หากภาพลักษณ์ที่ออกมายังถูกมองว่าเป็นกลุ่มคนที่มีอคติชัดเจน ไม่ว่าจะตั้งใจทำแค่ไหนก็ย่อมถูกต่อต้านไม่ยอมรับ และทำให้ทุกอย่างที่พยายามทำเสียหาย

หน้าตาของกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ จึงเป็นดัชนีชี้วัดเบื้องต้นว่า กระบวนการปฏิรูปที่ตั้งความหวังว่าจะเป็นทางออกของประเทศจะเป็นจริงได้มากน้อยเพียงใด

ข่าวล่าสุด

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69