posttoday
"ฟันด์โฟลว์" หนึ่งในตัวชี้ชะตา...ตลาดหุ้น

"ฟันด์โฟลว์" หนึ่งในตัวชี้ชะตา...ตลาดหุ้น

22 ตุลาคม 2557

ฟันด์โฟลว์ (Fund Flows) หรือการหลั่งไหลเข้ามาหรือไหลออกไปของเม็ดเงินจำนวนมหาศาลจากต่างประเทศ เม็ดเงินก้อนใหญ่มหึมานี้เมื่อไหลเข้าหรือไหลออกจากตลาดหุ้นก็จะส่งผลให้หุ้นเกือบจะทุกตัวในตลาดหุ้นบ้านเราเกิดอาการหวั่นไหว โดยเราจะย้อนกลับไปดูความเคลื่อนไหวของฟันด์โฟลว์ในอดีตกัน ดังนี้

ฟันด์โฟลว์ (Fund Flows) หรือการหลั่งไหลเข้ามาหรือไหลออกไปของเม็ดเงินจำนวนมหาศาลจากต่างประเทศ เม็ดเงินก้อนใหญ่มหึมานี้เมื่อไหลเข้าหรือไหลออกจากตลาดหุ้นก็จะส่งผลให้หุ้นเกือบจะทุกตัวในตลาดหุ้นบ้านเราเกิดอาการหวั่นไหว โดยเราจะย้อนกลับไปดูความเคลื่อนไหวของฟันด์โฟลว์ในอดีตกัน ดังนี้

ปี 2551 ปีแห่งวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์

เปิดมาเมื่อวันที่ 2 ม.ค. 2551 ต่างชาติขายสุทธิที่ 736.25 ล้านบาท ในวันเดียวกันดัชนีตลาดหลักทรัพย์ฯ ก็มาปิดที่ 842.97 จุด จากนั้นนักลงทุนต่างชาติก็เริ่มกลับมาซื้อสุทธิในตลาดหุ้นไทยเรื่อยๆ จนถึงวันที่ 23 พ.ค. ก็ทำให้ยอดขายสะสมสุทธิทั้งปีลดเหลือเพียง 612 ล้านบาท ในช่วงเวลาใกล้เคียงกันดัชนีตลาดหุ้นก็ได้ทำสถิติขึ้นไปสูงสุดของปีนี้ที่ 884.19 จุด เมื่อวันที่ 21 พ.ค. หรือห่างจากวันที่มียอดขายสะสมสุทธิของนักลงทุนต่างชาติที่ต่ำที่สุดเพียง 2 วันเท่านั้น

แต่แล้วในวันที่ 16 ก.ย.ของปีนั้น ก็เกิดเหตุการณ์การล่มสลายของวาณิชธนกิจชื่อดังของโลก “เลห์แมน บราเธอร์ส” จากนั้นปริมาณการขายหุ้นของนักลงทุนต่างชาติก็ถาโถมใส่ตลาดหุ้นไทยดั่งพายุบุแคม โดยพบว่าวันทำการสุดท้ายของปี 2551 เมื่อวันที่ 30 ธ.ค. มียอดขายสะสมสุทธิสูงที่สุดของปีของนักลงทุนต่างชาติอยู่ที่ 162,346 ล้านบาท

ส่วนดัชนีตลาดหุ้นปิดตัวลงเมื่อวันที่ 30 ธ.ค.ของปีเดียวกัน โดยดัชนีตกต่ำสุดขีดมาอยู่ที่ 449.96 จุด แต่ดัชนีตลาดหุ้นที่มีค่าต่ำที่สุดกลับไปอยู่ที่ 384.15 จุด เมื่อวันที่ 29 ต.ค.ของปีเดียวกัน ซึ่งห่างจากเหตุการณ์การล่มสลายของวาณิชธนกิจชื่อดังของโลก “เลห์แมน บราเธอร์ส” เพียง 43 วันเท่านั้น

ปี 2552 ปีแห่ง...‘การฟื้นตัว’

ปี 2552 นี้ เป็นปีที่เศรษฐกิจทั่วโลกเริ่มฟื้นตัวจากวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ อย่างไรก็ตามช่วงต้นปีนักลงทุนต่างชาติก็ยังคงขายอย่างต่อเนื่อง และพบว่ามูลค่าการขายหุ้นสะสมสุทธิของนักลงทุนต่างชาติสูงที่สุดเมื่อวันที่ 12 มี.ค.ของปีนี้ โดยมียอดขายสะสมสุทธิอยู่ที่ 10,211 ล้านบาท ในขณะเดียวกันดัชนีตลาดหุ้นในปีนี้ก็ตกลงไปต่ำที่สุดของปี 2552 นี้ที่ 413.09 จุด เมื่อวันที่ 3 มี.ค. ห่างจากวันที่ยอดขายสะสมสุทธิของนักลงทุนต่างชาติสูงที่สุดเพียง 9 วันเท่านั้น

ปี 2553 ดัชนีกลับมาแตะระดับ 1,000 จุดอีกครั้ง

ปริมาณการขายสะสมสุทธิของนักลงทุนต่างชาติขึ้นสูงสุดในช่วงต้นปี โดยเฉพาะในวันที่ 16 ก.พ.ของปีเดียวกัน ด้วยยอดขายสะสมสุทธิ 10,133 ล้านบาท สอดคล้องกับดัชนีตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่เริ่มตกลงมาเรื่อยๆ ในอัตราเร่งที่ช้ากว่าช่วงครึ่งหลังของปี 2552 ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ฯ ตกลงมาถึงจุดที่ต่ำที่สุดที่ระดับ 685.89 จุด เมื่อวันที่ 9 ก.พ.ของปีนั้น ซึ่งอยู่ห่างจากวันที่ปริมาณยอดขายสุทธิสะสมของนักลงทุนต่างชาติขึ้นสูงที่สุดของช่วงต้นปีนั้นเพียง 7 วันเท่านั้น

ปี 2554 ปีแห่ง ‘มหาอุทกภัย’

เริ่มต้นวันทำการวันแรกในวันที่ 4 ม.ค.ของปีนั้นที่ระดับ 1,042.41 จุด จากนั้นปริมาณการขายหุ้นของนักลงทุนต่างชาติก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ปริมาณการขายสุทธิสะสมของนักลงทุนต่างชาติสูงที่สุดของครึ่งปีแรกของปี 2554 เมื่อวันที่ 11 ก.พ.ของปีนั้นด้วยปริมาณขายสะสมสูงถึง 37,704 ล้านบาท ในขณะเดียวกันดัชนีก็ร่วงลงไปต่ำที่สุดของครึ่งปีแรกของปีเดียวกันที่ระดับ 949.09 จุด เมื่อวันที่ 10 ก.พ.ของปีนั้น ระยะเวลาของทั้งสองเหตุการณ์ห่างกันเพียงวันเดียวเท่านั้น

หลังจากนั้นประเทศไทยก็ประสบกับมหาอุทกภัยในช่วงปลายปีนั้นเอง นักลงทุนต่างชาติจึงหันมาเทขายหุ้นออกมาอย่างถล่มทลาย ปริมาณการขายสุทธิสะสมของนักลงทุนต่างชาติสูงที่สุดที่ 37,761 ล้านบาท เมื่อวันที่ 26 ก.ย. 2554 ในขณะที่ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ฯ ทำสถิติต่ำที่สุดของปี 2554 ที่ระดับเพียง 855.45 จุด เมื่อวันที่ 4 ต.ค.ของปีนั้นเหตุการณ์ทั้งสองที่เกิดขึ้นมีระยะเวลาห่างกันเพียง 8 วันเท่านั้น

ปี 2555 ปีแห่งความสดใสเหมือนชื่อปี ‘สอง..ฮ่า..ฮ่า..ฮ่า’

เริ่มจากต้นเดือน ก.พ. แรงซื้อหุ้นจากนักลงทุนต่างชาติเริ่มกระเตื้องขึ้น และไต่ระดับจนถึงระดับที่สูงที่สุดของปี โดยพบว่ายอดการซื้อหุ้นสุทธิสะสมของนักลงทุนต่างชาติขึ้นสูงที่สุดของปี 2555 เมื่อวันที่ 10 เม.ย.ของปีนั้นที่จำนวน 85,959 ล้านบาท ขณะที่ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ฯ ปิดสูงที่สุดในช่วงครึ่งปีแรกเมื่อวันที่ 3 พ.ค.ของปีนั้นที่ระดับ 1,240.03 จุด

ในช่วงเดือนสุดท้ายของปี 2555 พบว่าปริมาณการซื้อหุ้นสุทธิสะสมของนักลงทุนต่างชาติยังถาโถมเข้ามาในตลาดหุ้นไทยอย่างต่อเนื่อง โดยปริมาณการซื้อหุ้นของต่างชาติขึ้นมาสูงที่สุดในช่วงครึ่งปีหลังในวันทำการสุดท้ายของปีเมื่อวันที่ 28 ธ.ค. 2555 ด้วยเม็ดเงินจำนวน 76,388 ล้านบาท

ทางด้านดัชนีตลาดหลักทรัพย์ฯ พบว่าวันที่ 27 ธ.ค.ของปีเดียวกัน ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้ไต่ระดับจนถึงจุดสูงที่สุดของปีนี้ที่ระดับ 1,397.19 จุด ซึ่งพอสรุปได้ว่า เหตุการณ์ทั้งสองที่เกิดขึ้นมีระยะเวลาห่างกันเพียง 1 วันเท่านั้น

ดังนั้น ณ ช่วงเวลาที่ฟันด์โฟลว์ที่มีแนวโน้มจะไหลออกอย่างต่อเนื่อง ก็จะเป็นจุดที่ดัชนีตลาดหุ้นมีโอกาสที่จะลดลงมาเป็นอย่างมาก

ณ เวลานั้น คุณผู้อ่านเคยมีโอกาสได้...ซื้อหุ้นราคาถูกๆ บ้างไหมครับ?

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท