
แก้ให้ตรงจุด
สังคมไทยควรจะปรบมือดังๆ ให้กับนายสมหมาย ภาษี รมว.คลัง เสนาบดีผู้มีหน้าที่กำหนดนโยบายการคลังและเศรษฐกิจของรัฐบาลเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน กล้าที่จะประกาศให้ประชาชนได้รับทราบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นว่า เศรษฐกิจของไทยในขณะนี้ถือว่าอยู่ในภาวะเศรษฐกิจชะงักงัน (Stagnation) เป็นภาวะที่ไม่มีการใช้จ่ายเกิดขึ้น จนทำให้เศรษฐกิจโดยรวมเข้าสู่ภาวะฝืดเคือง
สังคมไทยควรจะปรบมือดังๆ ให้กับนายสมหมาย ภาษี รมว.คลัง เสนาบดีผู้มีหน้าที่กำหนดนโยบายการคลังและเศรษฐกิจของรัฐบาลเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน กล้าที่จะประกาศให้ประชาชนได้รับทราบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นว่า เศรษฐกิจของไทยในขณะนี้ถือว่าอยู่ในภาวะเศรษฐกิจชะงักงัน (Stagnation) เป็นภาวะที่ไม่มีการใช้จ่ายเกิดขึ้น จนทำให้เศรษฐกิจโดยรวมเข้าสู่ภาวะฝืดเคือง
ภาวะเศรษฐกิจชะงักงันนั้น ถือเป็นความเสี่ยงของเศรษฐกิจโดยรวมไม่น้อย เนื่องจากเป็นสถานการณ์ที่ผู้คนไม่มีเงินไปใช้จ่าย ไม่มีการลงทุนใหม่เกิดขึ้น เพราะนักลงทุนขาดความเชื่อมั่น
ขณะที่ภาคการผลิตของประเทศก็ชะลอตัวอยู่ในระดับที่ต่ำ เนื่องจากกำลังซื้อลดลงจนผู้ผลิตขายของไม่ได้ แม้จะลดราคาลงมาเพื่อระบายสต๊อกก็ตาม
ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลในเชิงโครงสร้างต่อการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจที่ไม่สามารถแก้ไขได้ในระยะเวลาอันสั้น แม้จะมีฤทธิ์เดชที่น้อยกว่าภาวะเงินฝืดก็ตาม
ความจริงทางเศรษฐกิจที่ รมว.คลัง ออกมาชี้แจงกับสาธารณะนั้น ถือว่ามีคุณประโยชน์ต่อระบบเศรษฐกิจมหาศาล ผู้ประกอบการนำข้อมูลมาปรับเปลี่ยนแผนธุรกิจให้สอดรับกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้ทันท่วงที
ในการแข่งขันทางธุรกิจนั้น ข้อมูลที่เป็นจริงสำคัญต่อผู้ประกอบการที่จะใช้ประกอบการตัดสินใจเป็นอย่างมาก หากรัฐมนตรีผู้มีหน้าที่บริหารประเทศบิดข้อเท็จจริงจะมีผลกระทบในวงกว้างอย่างคาดไม่ถึง
หากยังจำกันได้ ในสมัยรัฐบาลที่แล้ว นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง หัวหน้าทีมเศรษฐกิจได้ออกมายอมรับต่อประชาชนว่า จำเป็นต้องก่อเหตุโกหก (White Lie) ในเรื่องเป้าหมายการส่งสินค้าออกของประเทศไทยว่าจะเติบโตได้ 15% ทั้งๆ ที่รู้อยู่เต็มอกว่าไม่มีทางเป็นไปได้แน่นอน เพราะต้องการสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนของไทย
ผลที่ตามมาคือ ผู้ประกอบการในประเทศวางแผนธุรกิจผิดพลาดกันทั้งระบบ เพราะคิดว่าจะมีรายได้จากการส่งออกเฉลี่ยเดือนละ 2 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ เข้ามาสั่งซื้อสินค้าและวัตถุดิบเพื่อเพิ่มกำลังการผลิต
แม้รัฐบาลมีหน้าที่ในการสร้างความเชื่อมั่นและจูงใจให้ผู้ที่เกี่ยวข้องเกิดความมั่นใจ แต่ไม่ได้หมายความว่ามีหน้าที่โกหกประชาชนเพื่อสร้างความมั่นใจ
เมื่อรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รู้ว่าระบบเศรษฐกิจในขณะนี้เป็นโรคอะไร และจะมีผลตามมาอย่างไรแล้ว ควรอย่างยิ่งที่จะระดมสรรพกำลังหามาตรการมาแก้ไขผลักดันกำลังซื้อและการลงทุนให้เกิดขึ้น จะได้กอบกู้เศรษฐกิจที่หัวทิ่มหัวตำให้เดินหน้าต่อไป อย่าดึงดันที่จะใช้วาทกรรมมาหลบเลี่ยงความจริง







