posttoday
เร่งล้างหนี้เป็นของขวัญปีใหม่

เร่งล้างหนี้เป็นของขวัญปีใหม่

22 ตุลาคม 2557

ปัญหาหนี้ครัวเรือนที่เพิ่มขึ้นกลายเป็นปัญหาใหญ่ที่ทำให้เศรษฐกิจไทยกำลังตกอยู่ในภาวะซึมเซา เนื่องจากกลุ่มเกษตรกรที่เป็นคนส่วนใหญ่ในระดับฐานรากไม่มีกำลังซื้อ ทำให้ระบบการผลิตตกอยู่ในภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกไปด้วย

ปัญหาหนี้ครัวเรือนที่เพิ่มขึ้นกลายเป็นปัญหาใหญ่ที่ทำให้เศรษฐกิจไทยกำลังตกอยู่ในภาวะซึมเซา เนื่องจากกลุ่มเกษตรกรที่เป็นคนส่วนใหญ่ในระดับฐานรากไม่มีกำลังซื้อ ทำให้ระบบการผลิตตกอยู่ในภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกไปด้วย

ล่าสุด ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี และปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา รมว.เกษตรและสหกรณ์ อยู่ระหว่างการเตรียมนโยบายที่จะช่วยปลดหนี้หรือล้างหนี้ให้กับเกษตรกรที่ติดอยู่ในสถาบันการเงินของรัฐและเอกชน โดยจะนำร่องจากหนี้ในส่วนของกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ซึ่งปัจจุบันพบว่ามีอยู่ประมาณ 7.9 หมื่นล้านบาท

ที่ผ่านมากองทุนพื้นฟูฯ ที่ตั้งมากว่า 10 ปี ยังไม่สามารถดำเนินการแก้ไขหรือฟื้นฟูหนี้ของสมาชิกได้เลย แต่ต้องเสียงบประมาณสำหรับการบริหารปีละหลายร้อยล้านบาท รัฐบาลจึงกำลังอยู่ระหว่างดำเนินการพิจารณาว่าจะช่วยได้เท่าไร แค่ไหน และรูปแบบอย่างไร เพื่อให้ทันเป็นของขวัญปีใหม่แก่เกษตรกร โดยเงินที่จะใช้ในโครงการดังกล่าวน่าจะมาจากการออกพันธบัตรของรัฐบาล

ขณะนี้ รองนายกฯ ปรีดิยาธร กับรัฐมนตรีปีติพงศ์กำลังคิดว่าจะทำอย่างไรที่จะช่วยปลดหนี้ให้เกษตรกร เพื่อให้เกษตรกรสามารถมีสถานะที่ลืมตาอ้าปากได้ จึงให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปทำตัวเลขสถานะหนี้ของเกษตรกรทั้งประเทศมาให้ดู เพื่อจะได้ประเมินหน้าตักรัฐบาลว่าจะสามารถช่วยได้อย่างไร

เบื้องต้นมีเป้าหมายที่หนี้ของกองทุนพื้นฟูฯ และอาจจะมีการยกเลิก พ.ร.บ.ฉบับนี้ เนื่องจากไม่สามารถปฏิบัติได้ และจากนั้นรัฐจะออกกฎหมายฉบับใหม่ เป็นกฎหมายการเกษตรที่จะมีการตั้งกองทุนที่มาจากจีดีพีภาคเกษตรมาส่งเสริมเกษตรกรในแต่ละรายพืชเหมือนกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ที่มีเงินจากภาษีบาปมาช่วยดูแลเกษตรกรในอนาคตเหมือนกับการดูแลเกษตรกรของสหรัฐ อียู หรือของญี่ปุ่น

ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าวจะพยายามดำเนินการให้ทันสมัยของรัฐบาลนี้ เพื่อให้กฎหมายฉบับใหม่นี้สามารถออกมาในสมัย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

อย่างไรก็ตาม ผลจากการตรวจสอบสถานะหนี้ของเกษตรกร พบว่าเป็นหนี้ของเกษตรกรที่อยู่กับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) 1 ล้านล้านบาท เป็นเอ็นพีแอล 3.9%

หนี้ของเกษตรกรที่มีอยู่กับสมาชิกสหกรณ์รวมแล้ว 118,423 ล้านบาท จากสหกรณ์ 3,732 แห่ง สมาชิก 6.6 ล้านราย เอ็นพีแอล 2.6 หมื่นล้านบาท

หนี้สินเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนกับกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร 79,420 ล้านบาท (เป็นหนี้ใน ธ.ก.ส. 4.4 หมื่นล้านบาท)

หนี้สินของเกษตรกรที่อยู่กับกองทุน ซึ่งอยู่ในการดูแลของกระทรวงเกษตรฯ เช่น กองทุนพัฒนาสหกรณ์ กองทุน ส.ป.ก. กองทุนสงเคราะห์เกษตรกร ประมาณ 9,000 ล้านบาท

หนี้สินของเกษตรกรที่อยู่กับธนาคารพาณิชย์ทั้งระบบ ณ 30 มิ.ย. 2557 จำนวน 1 แสนล้านบาท

ปัญหาหนี้ของกลุ่มเกษตรกรไม่เพียงแต่ทำให้ระบบการหมุนเวียนของเศรษฐกิจชะงักงันเท่านั้น ธนาคารพาณิชย์ที่เป็นท่อส่งเงินในระบบก็เผชิญกับผลกระทบจากปัญหาดังกล่าว

แม้ธนาคารพาณิชย์ 11 แห่ง ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยจะมีผลกำไรงวดไตรมาส 3 ปี 2557 รวม 5.42 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.58% เมื่อเปรียบเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 5.13 หมื่นล้านบาท ขณะที่งวด 9 เดือน มีกำไรสุทธิ 1.57 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.63% เมื่อเปรียบเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 1.53 แสนล้านบาท

โดยธนาคารขนาดใหญ่กำไรดีถ้วนหน้า กสิกรไทย 1.25 หมื่นล้านบาท ธนาคารกรุงเทพ 9,574.65 ล้านบาท กรุงไทย 9,255.23 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของธนาคารขนาดเล็กที่มุ่งเน้นในการปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ ส่วนใหญ่กำไรจะปรับตัวลดลงทั้งงวดไตรมาส 3 และงวด 9 เดือน

ธนาคารเกียรตินาคิน ไตรมาส 3 กำไรสุทธิ 846.94 ล้านบาท ลดลง 14.38% เมื่อเปรียบเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 989.27 ล้านบาท ส่วนงวด 9 เดือน มีกำไรสุทธิ 2,148.39 ล้านบาท ลดลง 36.60% จาก 3,388.69 ล้านบาท

ทิสโก้มีกำไรสุทธิ 1,088.96 ล้านบาท ลดลง 3.80% จากงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 1,131.99 ล้านบาท ส่วนงวด 9 เดือน มีกำไรสุทธิ 3,015.44 ล้านบาท ลดลง 12.54% เมื่อเปรียบเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 3,444.63 ล้านบาททั้งนี้ในส่วนของหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้(เอ็นพีแอล)นั้นธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า ณ สิ้นเดือนก.ย. 2557 ธนาคารมีสินเชื่อด้อยคุณภาพ 4.61หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 2,890 ล้านบาท จาก ณ สิ้นปีก่อน แต่มีอัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพต่อเงินให้สินเชื่อที่ 2.3 % เมื่อเทียบกับ ณ สิ้นปี 2556 ซึ่งอยู่ที่ 2.2 % สินเชื่อด้อยคุณภาพที่เพิ่มขึ้นเกิดจากลูกค้าขนาดกลางถึงใหญ่บางรายได้รับผลกระทบจากความเปลี่ยนแปลงภาวะเศรษฐกิจและตลาดการแข่งขัน ซึ่งธนาคารได้มีการดูแล ให้คำปรึกษา และความช่วยเหลือแก่ลูกค้าอย่างใกล้ชิดเพื่อรักษาคุณภาพสินเชื่อให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม

นางกิตติยา โตธนะเกษม รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส ปฏิบัติหน้าที่แทน กรรมการผู้จัดการใหญ่กล่าวว่า สำหรับงวด 9 เดือนปี 2557 ธนาคารและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิ จำนวน 25,172 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.49% เมื่อเทียบกับระยะเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยธนาคารยังคงมีรายได้ดอกเบี้ยสุทธิและรายได้

ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิ ซึ่งเป็นธุรกิจหลักของธนาคารเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ตั้งแต่ไตรมาสที่ 2/2557

ธนาคารได้มีการปรับนโยบายการกันเงินสำรองค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญรายเดือน เพิ่มจากเดือนละ 500 ล้านบาท เป็น 700 ล้านบาท เพื่อให้ธนาคารมีเงินสำรองหนี้สูญที่เหมาะสมกับจำนวนเงินให้สินเชื่อแก่

ลูกหนี้ที่เพิ่มขึ้น รวมทั้งธนาคารได้พิจารณากันสำรองเพิ่มเติมในไตรมาสที่ 2/2557 จำนวน 3,000 ล้านบาท

ส่งผลให้ในงวด 9 เดือนปี 2557 ธนาคารตั้งสำรองรวม 9,965 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 791 ล้านบาท หรือ 8.62% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีที่ผ่านมา แม้ว่าอัตราส่วนค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพ ลดลงจาก109.47% ณ สิ้นปี 2556 เป็น 107.92 % จากสินเชื่อด้อยคุณภาพที่เพิ่มขึ้น แต่ธนาคารมีค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญครบถ้วนตามที่หน่วยงานกำกับกำหนด

ทั้งนี้ เงินให้สินเชื่อแก่ลูกหนี้ ณ 30 กันยายน 2557 ธนาคารมีเงินให้สินเชื่อแก่ลูกหนี้ (หลังหักรายได้รอตัดบัญชี) เท่ากับ 1,800,967 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 89,877 ล้านบาทหรือ 5.25 % จาก ณ 31 ธันวาคม 2556 โดยเพิ่มขึ้นจากลูกค้ารายย่อยและลูกค้าภาครัฐเป็นหลักขณะที่สินเชื่อด้อยคุณภาพ (เอ็นพีแอล)ธนาคารมีสินเชื่อด้อยคุณภาพ ณ 30 ก.ย.2557 จำนวน 67,467 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11,009 ล้านบาท หรือ 19.50 % จาก ณ 31 ธันวาคม 2556 โดยมี NPLs Ratio (gross) เท่ากับ 3.08% และ NPLs Ratio (net) เท่ากับ

1.64 % ซึ่งสินเชื่อด้อยคุณภาพที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่มาจากลูกค้า SME ขนาดเล็ก และลูกค้ารายย่อยบางส่วน ซึ่งเป็นไป

ตามภาวะเศรษฐกิจภายในประเทศที่ยังไม่ฟื้นตัวดี ประกอบกับภาระหนี้ภาคครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูง ทั้งนี้

ธนาคารยังคงมีนโยบายในการดูแลลูกค้าอย่างใกล้ชิด และรักษาอัตราส่วนค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญต่อสินเชื่อ

ด้อยคุณภาพให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม โดยเท่ากับร้อยละ 107.92 ณ สิ้นไตรมาสที่ 3/2557

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท