
สนช.ให้สมาชิกยื่นความจำนงเป็นกมธ.ยกร่างรธน.
สนช.เปิดให้สมาชิกยื่นความจำนงร่วมเป็นกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญภายใน 28 ต.ค.นี้ ก่อนให้ที่ประชุมลงมติ30ต.ค.
สนช.เปิดให้สมาชิกยื่นความจำนงร่วมเป็นกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญภายใน 28 ต.ค.นี้ ก่อนให้ที่ประชุมลงมติ30ต.ค.
นายเจตน์ ศิรธรานนท์ โฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญกิจการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า ที่ประชุมได้หารือถึงการสรรหากมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญในสัดส่วนของสนช.จำนวน 5 คน ซึ่งที่ประชุมมอบหมายให้ฝ่ายเลขานุการฯ ไปดำเนินการเปิดให้สมาชิกสนช.แสดงความจำนงเพื่อเป็นกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ
ทั้งนี้ กำหนดให้สมาชิกยื่นความจำนงก่อนวันที่ 28 ต.ค.นี้ และหลังจากนั้นวิปสนช.จะนำรายชื่อทั้งหมดหารือต่อที่ประชุม และหากสมาชิกแจ้งความจำนงเกิน 5 คน ทางวิปสนช.จะดำเนินการคัดเลือกให้เหลือเพียง 5 คน จากนั้นจะเสนอรายชื่อดังกล่าวต่อที่ประชุมสนช.ในวันที่ 30 ต.ค.นี้ เพื่อให้ที่ประชุมลงมติเลือกต่อไป
อย่างไรก็ตาม หากสมาชิกสนช.ต้องการเสนอชื่อใครเพิ่มเติ่มในที่ประชุม ก็จะไม่มีการตัดสิทธิการเสนอชื่อของสมาชิก ซึ่งในวันดังกล่าวจะได้ชื่อสมาชิกที่เป็นตัวแทนไปเป็นกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญแน่นอน
นอกจากนี้ ที่ประชุมวิปสนช.ยังได้พิจารณาเรื่องการถอดถอน นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ อดีตประธานสภาผู้แทนราษฎร และ นายนิคม ไวยรัชพานิช อดีตประธานวุฒิสภา โดยที่ประชุมมีมติให้แจกสำนวนการสอบสวนของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้กับสมาชิกสนช.ทุกคน ซึ่งเป็นเอกสารลับ จำนวน 3 ชุด เพื่อให้สมาชิกได้พิจารณาสำนวนประกอบการตัดสินใจในเรื่องดังกล่าว ก่อนที่จะมีการพิจารณาเรื่องดังกล่าวในที่ประชุม สนช.อีกครั้ง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากการประชุมสนช.เมื่อวันที่ 17 ต.ค. เพื่อพิจารณารับสำนวนการถอดถอนนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ อดีตประธานสภาผู้แทนราษฎร และ นายนิคม ไวยรัชพานิช อดีตประธานวุฒิสภา เพื่อเข้าสู่กระบวนการถอดถอนหรือไม่ ได้เลื่อนการพิจารณาออกไปโดยอ้างว่าสนช.ได้รับข้อมูลไม่เพียงพอตัดสินใจ ปรากฏว่าสัปดาห์นี้มีสมาชิกสนช.ได้ทยอยเข้ามาขอเอกสารการไต่สวนกรณีดังกล่าวของป.ป.ช.แล้ว







