
แก้ลงทุนยาวก่อนแย่
ปริมาณการลงทุนทางตรงจากต่างประเทศที่หายไปเกือบครึ่งถึงไตรมาสละกว่า 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือกว่า 3.2 หมื่นล้านบาท ตามรายงานของศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ ที่แจ้งว่าสิ่งที่น่ากลัวระยะยาวคือปริมาณการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ หรือเอฟดีไอ ซึ่งสัญญาณแผ่วลงเหลือจากไตรมาสละ 2,500 ล้านเหรียญสหรัฐ เหลือไตรมาสละ 1,500 ล้านเหรียญสหรัฐ
เหตุเพราะการเมืองกระทบความมั่นใจนักลงทุนต่างประเทศ อาจหันไปลงทุนประเทศอื่นแทน ทำให้ไทยเสียโอกาส และที่สำคัญจะมีผลต่อการเติบโตของเศรษฐกิจในระยะยาว ส่วนในระยะสั้นเชื่อว่า การเมืองจะไม่ส่งผลกระทบต่อการเติบโตของเศรษฐกิจมาก เพราะพื้นฐานเศรษฐกิจไทยแข็งแกร่ง เครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจโดยเฉพาะการส่งออกยังดี และเชื่อว่าผลกระทบการเมืองไม่สามารถนำเศรษฐกิจไปสู่วิกฤตได้ ทั้งปัญหาการเมืองที่จบสั้น เช่น 14 ตุลา พฤษภาทมิฬ การสลายการชุมนุม ที่จัตุรัสเทียนอันเหมินในจีน หรือปัญหาการเมืองยืดเยื้อ อาทิ กรณีสามจังหวัดชายแดนใต้ กบฏพยัคฆ์ทมิฬอีแลมในศรีลังกา
ปัญหาการเมืองทั้งแบบจบสั้นและยืดเยื้อยาวนานต่างกระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจแค่ในระดับหนึ่งเท่านั้น ต่างจากผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจ เช่น ปัญหาซับไพรม์สหรัฐ วิกฤตเงินยูโรที่กระทบกับเศรษฐกิจรุนแรงกว่า
จากผลการวิจัยดังกล่าวเห็นได้ว่ารัฐบาลคงจะต้องเร่งสร้างความเชื่อมั่นเพื่อแก้ปัญหาระยะยาว ไม่ให้น้อยไปกว่ามาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการจลาจลเผาบ้านเผาเมือง เพราะการลงทุนทางตรงจากต่างประเทศหากมีการเคลื่อนย้ายไปแล้ว จะเป็นการเคลื่อนย้ายไปแบบทั้งกลุ่มอุตสาหกรรมผลิตที่เกี่ยวเนื่อง
ผลดังกล่าวย่อมต้องกระทบกับอุตสาหกรรมต้นน้ำ กลางน้ำ หรือปลายน้ำของไทยที่ลงทุนเพื่อซัพพลายเกี่ยวเนื่องกับอุตสาหกรรมดังกล่าว ที่สำคัญ เมื่อมีการเคลื่อนย้ายการลงทุนไปประเทศอื่น ส่วนใหญ่จะยากมากที่จะไปโน้มน้าวให้นักลงทุนต่างประเทศย้ายโรงงานกลับมา
ในเมื่อคณะรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ 5 ปรับเพื่อเตรียมรับมือการเลือกตั้งครั้งหน้าลงตัวแล้ว ถึงเวลาที่รัฐบาลจะต้องเร่งแก้ปัญหาการลงทุนระยะยาว ซึ่งที่ผ่านมารัฐบาลได้ออกมาตรการจูงใจทางด้านภาษี โดยยกเว้นเก็บ เพิ่มเวลาให้ หรือลดอัตราภาษีให้ต่ำลง สำหรับต่างชาติที่เข้ามาตั้งสำนักงานปฏิบัติการภูมิภาค (ROH) ในไทย จนทำให้นักลงทุนไทยต่างรู้สึกเสียกำลังใจกับภาษีที่ต้องจ่ายในอัตราที่สูง
มาตรการทางภาษีดังกล่าว รัฐบาลต้องมาดูว่าเกาได้ถูกที่คันหรือยัง นอกจากนี้ปัญหามาบตาพุด อุปสรรคใหญ่เดิมที่นักลงทุนยังไม่สามารถเดินเครื่องจักรผลิตได้ แม้บางโครงการจะสร้างเสร็จแล้ว รัฐบาลได้ปฏิบัติให้เกิดผล เรียกความเชื่อมั่นได้แค่ไหน
หากรัฐบาลไม่เร่งแก้ปัญหาการลงทุน นอกจากจะทำให้การเติบโตระยะยาวของไทยต้องมีปัญหาแล้ว สิ่งนี้ย่อมกระทบการบริโภคของลูกจ้างพนักงานที่ไม่มั่นใจใช้จ่ายในอนาคต เพราะอาจแย่ถึงขั้นต้องตกงาน







