
ตุลาการภิวัฒน์ในสหรัฐอเมริกา (9)
ยุคสมัยของจอห์น มาร์แชล เป็นช่วงของการพัฒนาระบบ ความสำคัญ ความเข้มแข็ง และศักดิ์ศรีของศาล ขณะที่จอห์น มาร์แชล พยายามสร้างเอกภาพในคณะตุลาการเพื่อให้ทุกฝ่ายไม่เกิดความสับสน จอห์น มาร์แชล ได้เปิดโอกาสให้กระบวนการพิจารณาคดีโดยเปิดเผยของศาล เป็นที่รับฟังความเห็นของคู่ความอย่างเต็มที่ เพื่อให้ทุกฝ่ายพอใจว่าศาลเปิดรับความคิดเห็นอย่างเปิดกว้าง สอดคล้องกับปรัชญาการก่อกำเนิดสหรัฐอเมริกา ซึ่งเชิดชูเสรีภาพ สูงเด่น เท่าเทียมกับสิทธิในชีวิตและสิทธิในการแสวงหาความสุข ซึ่งสุดท้ายแล้วอำนาจการตัดสินก็อยู่ที่คณะตุลาการนั่นเอง การเปิดกว้างรับฟังเช่นนี้ มีผู้วิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นการเปิดโอกาสให้มีการ “ฉวยโอกาส” แสดงโวหารของทนายที่เปี่ยมพลังอย่างแดเนียล เวบสเตอร์ แต่ก็เป็นโอกาสอันดีที่โวหารอันงดงามและเต็มเปี่ยมด้วยสาระจะได้ปรากฏต่อสาธารณะ
ยุคสมัยของจอห์น มาร์แชล เป็นช่วงของการพัฒนาระบบ ความสำคัญ ความเข้มแข็ง และศักดิ์ศรีของศาล ขณะที่จอห์น มาร์แชล พยายามสร้างเอกภาพในคณะตุลาการเพื่อให้ทุกฝ่ายไม่เกิดความสับสน จอห์น มาร์แชล ได้เปิดโอกาสให้กระบวนการพิจารณาคดีโดยเปิดเผยของศาล เป็นที่รับฟังความเห็นของคู่ความอย่างเต็มที่ เพื่อให้ทุกฝ่ายพอใจว่าศาลเปิดรับความคิดเห็นอย่างเปิดกว้าง สอดคล้องกับปรัชญาการก่อกำเนิดสหรัฐอเมริกา ซึ่งเชิดชูเสรีภาพ สูงเด่น เท่าเทียมกับสิทธิในชีวิตและสิทธิในการแสวงหาความสุข ซึ่งสุดท้ายแล้วอำนาจการตัดสินก็อยู่ที่คณะตุลาการนั่นเอง การเปิดกว้างรับฟังเช่นนี้ มีผู้วิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นการเปิดโอกาสให้มีการ “ฉวยโอกาส” แสดงโวหารของทนายที่เปี่ยมพลังอย่างแดเนียล เวบสเตอร์ แต่ก็เป็นโอกาสอันดีที่โวหารอันงดงามและเต็มเปี่ยมด้วยสาระจะได้ปรากฏต่อสาธารณะ
แดเนียล เวบสเตอร์ มีพื้นเพมาจากครอบครัวที่ยากจน เป็นคนรักเรียน และมีความจำเป็นเลิศมาตั้งแต่ยังเล็ก เมื่อ พ.ศ. 2332 สหรัฐเพิ่งสถาปนาขึ้นไม่นาน นายพลจอร์จ วอชิงตัน ได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีคนแรก ทำพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่ง เมื่อวันที่ 13 เม.ย. แดนเดินทางเข้าเมือง ตอนนั้นเขาอายุได้เพียง 7 ขวบ เขาเห็นผ้าเช็ดหน้าผืนใหญ่สีแดงสดใสพิมพ์รัฐธรรมนูญของสหรัฐกางโชว์อยู่ในร้านขายของ เขาถามเจ้าของร้านว่าราคาเท่าไร เจ้าของร้านเห็นเหรียญ 25 เซนต์ในมือของแดน จึงบอกว่า “25 เซนต์ แดน นั่นเป็นกฎทั้งหมดที่รัฐบาลใหม่ของเราจะต้องถือปฏิบัติ” แดนซื้อมาทันที เขาไม่เคยรู้เรื่องรัฐธรรมนูญมาก่อนเลย เย็นนั้นเขานั่งหน้าเตาผิง ท่องรัฐธรรมนูญจนขึ้นใจ และจำได้ตลอดชีวิต
เมื่ออายุได้ 15 ปี พ่อกู้เงินส่งเขาไปเรียนหนังสือกับบาทหลวงแซมวล วู้ด เพื่อกวดวิชาเข้าวิทยาลัย สี่เดือนต่อมาหลวงพ่อก็บอกเขาว่าเขาพร้อมที่จะเข้าเรียนในวิทยาลัยแล้ว ด้วยความเสียสละของพี่ชายทำให้เขาได้ไปเข้าเรียนในวิทยาลัยดาร์ตมัธ เขาตากฝนไปตลอดทางจนเปียกปอนและหนาวสั่น เสื้อสีน้ำเงินที่แม่ย้อมให้สีตกจนตัวเขาเป็นสีน้ำเงิน ศาสตราจารย์ที่วิทยาลัยไม่รับเขาเพราะคะแนนสอบเข้าต่ำมาก โดยเฉพาะวิชาพีชคณิตและเรขาคณิต แต่เขาจะกลับบ้านมือเปล่าไม่ได้เพราะพ่อไปกู้หนี้ยืมสินส่งเขามาเรียน เขาจะต้องเข้าเรียนให้ได้ จึงขอเข้าพบคณาจารย์ของวิทยาลัยเป็นกรณีพิเศษ เขาใช้โวหารวิงวอนร้องขออยู่ 2 ชั่วโมง ในที่สุดคณาจารย์ก็ใจอ่อนรับเขาเข้าเรียน
แดนมุ่งมั่นเล่าเรียนด้วยวิริยอุตสาหะอย่างแรงกล้า เขาอ่านหนังสือแทบจะหมดทั้งห้องสมุดของวิทยาลัย ความรู้ที่อัดแน่นในสมองของเขา และความพยายามฝึกฝนอย่างบากบั่นทำให้เขามีชื่อเสียงในฐานะนักแสดงสุนทรพจน์ เมื่ออายุได้เพียง 18 ปี ชาวเมืองเเฮนโนเวอร์จ้างเขาด้วยเงิน 5 เหรียญสหรัฐ ให้กล่าวสุนทรพจน์ในวันชาติ 4 ก.ค. 2343 เขากล่าวสุนทรพจน์ได้อย่างเยี่ยมยอด และปีต่อมาก็ได้ปริญญาจากวิทยาลัย ในปี 2344 ตรงกับปีแรกที่จอห์น มาร์แชล เข้ารับตำแหน่งประธานศาลสูงสุด
18 ปีต่อมา แดนได้ว่าความในคดีวิทยาลัยดาร์ตมัธ ในศาลสูงสุดที่มีจอห์น มาร์แชลเป็นประธานตุลาการ
มูลคดีเกิดจากจอห์น วีลล็อค อธิการของวิทยาลัย ไม่ถูกกับคณะกรรมการสภาวิทยาลัย คณะกรรมการฯ จึงปลดเขาออก ผู้ว่าการรัฐนิวแฮมเชียร์ถือหางข้างวีลล็อค จึงออกรัฐบัญญัติยกฐานะวิทยาลัยและเพิ่มกรรมการจาก 12 เป็น 27 คน กรรมการวิทยาลัยที่ตั้งเข้าไปใหม่เป็นพวกของวีลล็อคทั้งสิ้น เรื่องอลเวงเกิดขึ้นเมื่อกรรมการใหม่จะเข้ามาควบคุมวิทยาลัย แต่กรรมการเก่าไม่ยอมจึงเกิดเป็นคดีความขึ้น และศาลสูงสุดของนิวแฮมเชียร์ตัดสินให้วีลล็อค และผู้ว่าการรัฐเป็นฝ่ายชนะ คดีจึงขึ้นไปสู่ศาลสูงสุดของสหรัฐ
จอห์น วีลล็อค ซึ่งเคยปฏิเสธไม่รับแดนเข้าศึกษา ได้ขอให้แดนเป็นทนายให้ แต่แดนปฏิเสธและรับเป็นทนายให้ฝ่ายคณะกรรมการเก่า ศาลสูงสุดเปิดพิจารณาเรื่องนี้เมื่อวันที่ 10 มี.ค. 2361 องค์คณะตุลาการขณะนั้นขยายเพิ่มเป็น 7 คน
เวลา 11.00 น. ผู้คนเข้าฟังจนแน่นศาล ศาลขานชื่อแดนให้ขึ้นพูด แดนใช้เวลาพูดอยู่ถึง 5 ชั่วโมง ใช้คำพูดง่ายๆ เล่าถึงความเป็นมาของคดี แล้ววกเข้าเล่าเรื่องราวของตัวเองด้วยเสียงสั่นสะท้าน เขาเล่าถึงความทรงจำเรื่องความเสียสละของพ่อและพี่ชายที่ส่งเขาไปเรียนที่ดาร์ตมัธ
เขาสรุปประเด็นข้อเท็จจริง และข้อกฎหมาย และตบท้ายด้วยเรื่องราวของเขา “นี่แหละขอรับคือเรื่องราวของผม มันไม่ใช่เรื่องของสถาบันเล็กๆ นี้เท่านั้น มันเป็นเรื่องของวิทยาลัยทุกแห่งในประเทศ เราจะยอมให้สภานิติบัญญัติแห่งมลรัฐยึดเอาสิ่งที่ไม่ใช่ของมลรัฐ เอาไปใช้ให้ผิดแผกไปจากความมุ่งหมายเดิม และเพื่อประโยชน์ และความมุ่งหมายตามแต่พวกเขาจะเห็นควรหรือขอรับ”
“ใต้เท้าขอรับ ใต้เท้าอาจจะทำลายสถาบันกระจ้อยร่อยนี้ได้ มันอ่อนแอและอยู่ในกำมือของท่าน ใต้เท้าอาจจะดับมันเสีย แต่ถ้าทำเช่นนั้นก็จะต้องทำต่อไป ใต้เท้าจะต้องดับประทีปแห่งความรู้เหล่านี้ทั้งหมดทีละดวง ทั้งๆ ที่มันได้ฉายแสงสว่างทั่วดินแดนมาเป็นเวลากว่าร้อยปีแล้ว”
“อย่างที่กระผมได้กราบเรียนแล้ว มันเป็นเพียงวิทยาลัยเล็กๆ แต่กระนั้นก็ยังคงมีคนที่รักมันอยู่”
มีผู้เห็นน้ำตาของจอห์น มาร์แชล ไหลลงมาตามสองข้ามแก้ม ตุลาการโจเซฟ สตอรี กล่าวว่า “เมื่อแดนพูดจบ ทุกคนนิ่งเงียบกันอยู่อีกนานนับนาที กว่าจะมีคนทำลายความเงียบงันนั้น”
ศาลตัดสินในปีต่อมาให้ฝ่ายแดนชนะ
คำพูดของแดเนียล เวบสเตอร์ในวันนั้น ประทับใจคนทั้งชาติ ทุกคนตั้งแต่พวกผู้ชายในผับ เด็กนักเรียนในห้องเรียน และพระที่เทศน์บนธรรมาสน์ ชอบท่องคำพูดของเขา “อย่างที่กระผมกราบเรียนแล้ว มันเป็นเพียงวิทยาลัยเล็กๆ แต่กระนั้นก็ยังมีคนรักมันอยู่”
จอห์น มาร์แชล ถือเป็นหนึ่งในบรรดา “บิดรผู้ให้กำเนิด” ชาติสหรัฐ เขามีอายุยืนยาวกว่าใครๆ มรดกยิ่งใหญ่ที่เขาทิ้งไว้คือ การวางรากฐานแห่ง “ทฤษฎีและวิถีปฏิบัติแห่งตุลาการภิวัฒน์”
บั้นปลายชีวิต มีคนคิดว่าเขาจะลาออกจากตำแหน่ง แต่ทุกคนก็คาดผิด เมื่อมาร์แชลอายุได้ 73 ปี ในปี 2371 สหรัฐได้ประธานาธิบดีคนใหม่คือ แอนดรู แจ็คสัน ซึ่ง มาร์แชล ไม่ชอบยิ่งกว่าที่ไม่ชอบเจฟเฟอร์สันเสียอีก เขารู้ว่าถ้าเขาลาออก แอนดรู แจ็คสัน จะแต่งตั้ง โรเจอร์ บี ทานีย์ (Roger B Taney) เข้ารับตำแหน่งแทน มาร์แชลมีความคิดเป็นปฏิปักษ์กับทานีย์อย่างแรง ในการเลือกตั้ง 4 ปีต่อมา มาร์แชลหวังว่า แอนดรู แจ็คสัน จะพ่ายแพ้แก่เฮนรี เคลย์ ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้นเขาอาจลาออกจากตำแหน่ง เปิดทางให้คนอื่นที่ไม่ใช่ทานีย์ได้เข้ามาดำรงตำแหน่ง แต่ แอนดรู แจ็คสัน ก็ชนะเลือกตั้งได้เป็นประธานาธิบดีสมัยที่สอง สามปีหลังจากนั้นมาร์แชลก็ถึงแก่มรณกรรมในตำแหน่ง และแอนดรู แจ็คสัน ก็แต่งตั้งทานีย์ เข้ารับตำแหน่งประธานาตุลาการสืบแทนจริงๆ ศาลสูงสุดสหรัฐ “เปลี่ยนโฉม” ครั้งสำคัญตั้งแต่บัดนั้น







