
นโยบายพลังงานซ้ำเติมด้ามขวาน
กระทรวงพลังงานเป็นหน่วยงานบริหารจัดการพลังงานของประเทศและวางแผนบริหารทรัพยากรเพื่อแปรรูป
กระทรวงพลังงานเป็นหน่วยงานบริหารจัดการพลังงานของประเทศและวางแผนบริหารทรัพยากรเพื่อแปรรูปมาใช้เป็นพลังงานในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศและสังคมในปัจจุบัน แต่ในมุมมองของเรากลับมองพลังงานของไทยกำลังป่วยหนัก นโยบายไม่ชัดเจน ปรับแผนตามการเมืองพร้อมเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา
เหมือนคนป่วยมีอาการเป็นไข้ร้อนๆ หนาวๆ ซึ่งอาการแบบนี้สร้างความไม่มั่นใจให้กับประชาชนและนักลงทุน เพราะเราไม่ต้องการผู้นำป่วย วันดีคืนดีไม่รู้จะป่วยตายเมื่อไหร่ อาการป่วยทางพลังงานของประเทศในปัจจุบันยิ่งทำให้รัฐบาลที่กำลังแก้ปัญหาของประเทศอยู่ในขณะนี้ต้องโดนคนป่วยหลอกไปซ้ำเติมประชาชนและผู้ประกอบการอีกทอดหนึ่ง
นโยบายส่งเสริมให้เอกชนผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนโซลาร์เซลล์ ลม ขยะ ชีวมวล และชีวภาพจากพืช โดยส่งเสริม Adder เป็นกรณีพิเศษ 3 จังหวัดชายแดนและ 4 อำเภอ คือ จะนะ นาทวี เทพา และ อ.สะบ้าย้อย เป็นกรณีพิเศษ เพื่อดึงดูดใจนักลงทุน ทำให้การลงทุนเริ่มคึกคัก นักลงทุนเตรียมเม็ดเงินลงทุนหลายหมื่นล้านบาท
วันดีคืนดีคนป่วยทางพลังงานของเราเตรียมนำรูปแบบการอุดหนุนแบบการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนในรูปแบบการลงทุนที่แท้จริง หรือฟีดอินทาริฟ (FIT) มาใช้ โดยสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เตรียมนำเข้าสู่การประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) นำเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่ออนุมัติ
นี่คือวิธีคิดของคนป่วย กลัวเอกชนมีกำไรมาก แต่ถ้าเป็นเอกชนรายใหญ่หรือรัฐวิสาหกิจ คนป่วยพร้อมกำหนดนโบายเอื้อประโยชน์ให้เต็มที่ ผมจึงสรุปว่าพลังงานไทยมีอาการป่วยแต่ถึงขั้นอีโบลาหรือเปล่าก็ไม่แน่
ปลายด้ามขวานของไทยเป็นพื้นที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติที่หลากหลาย เชื้อชาติศาสนา และวัฒนธรรม ลักษณะทางภูมิศาสตร์มีทะเล นา เขา เคยรุ่งเรืองในอดีต แต่หลังเหตุการณ์ก่อความไม่สงบเริ่มรุนแรงขึ้น ทำให้สภาพเศรษฐกิจ สังคม การศึกษา และศาสนาเปลี่ยนแปลงไปแนวทางที่แย่ลงมากมาย
โดยเฉพาะเม็ดเงินลงทุนจากนักธุรกิจในพื้นที่ย้ายเงินลงทุนไป อ.หาดใหญ่ นักลงทุนจากนอกพื้นที่แทบจะไม่กล้าลงทุนในเขตพื้นที่ดังกล่าว ไม่ต้องพูดถึงการลงทุน แค่มีคนชวนไปเที่ยวก็หนาวแล้วคิดดูแล้วกัน
รัฐบาลชุดก่อนมีนโยบายสนับสนุนโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน โดยกระทรวงพลังงานได้กำหนดนโยบายส่งเสริมการลงทุนพลังงานทดแทนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ และ 4 อำเภอ โดยมีค่า Adder พิเศษ ทำให้บริษัทเอกชนให้ความสนใจเข้ามาลงทุนมากมายในรอบปีนี้ โดยเฉพาะเขต 4 อำเภอ สงขลาอย่างน้อย 6 แห่ง อยู่ในขั้นตอนการรวบรวมที่ดิน ทำข้อมูลด้านมวลชน และบางส่วนเริ่มก่อสร้างแล้ว
เมื่อมีข่าวออกมาว่า ในวันที่ 22 ต.ค.นี้ คณะกรรมการ กพช. จะพิจารณายกเลิก Adder มาใช้ระบบ FIT สำหรับพลังงานทดแทน 4 ประเภท ได้แก่ การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลม ขยะ ชีวมวล และก๊าซชีวมวลจากพืช และจะให้มีการยกเลิกระบบ Adder ทำให้มีการสั่งระงับโครงการในพื้นที่จึงเกิดความเดือดร้อนกับประชาชนในพื้นที่ที่เตรียมเข้ามามีส่วนในการก่อสร้างของโรงไฟฟ้า
หากมีการเปลี่ยนแปลงนโยบายจริง จะส่งผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ 4 อำเภอ จ.สงขลา ได้แก่ อ.จะนะ เทพา นาทวี และ อ.สะบ้าย้อย เนื่องจากนโยบายที่มีการอุดหนุนหรือจ่าย Adder นั้น จูงใจให้โรงงานผลิตไฟฟ้าอย่างน้อย 6 แห่ง ที่ขณะนี้มีการสำรวจพื้นที่เพื่อก่อสร้าง จัดซื้อ ที่ดินบางส่วนดำเนินการก่อสร้างไปแล้วนั้น เมื่อรัฐบาลเปลี่ยนแปลงนโยบายอาจทำให้มีการเปลี่ยนแปลงท่าทีการลงทุน จะทำให้ประชาชนเดือดร้อน ทั้งในส่วนเจ้าของที่ดินที่สำรวจทำสัญญาซื้อขายที่ดินไปแล้วในพื้นที่สวนยางที่อายุยางถึงกำหนดโค่นแล้ว คนงานในกระบวนการโค่นยางพารา โรงงานแปรรูปไม้ยางพารา ลานรับซื้อไม้ยางพารา ตลอดจนธุรกิจต่อเนื่องจากการลงทุนในโรงงานไฟฟ้าชีวมวลทั้งระบบ
เพราะระบบ FIT เป็นแนวทางที่ทำให้ผู้ประกอบการอยู่ไม่ได้ เพราะรัฐจะจ่ายให้ผู้ประกอบการที่ 3.50 บาท/หน่วย ไปตลอด 20 ปี โดยจะไม่สามารถปรับขึ้นได้ ขณะที่จากการประเมินขององค์กรระหว่างประเทศได้ คาดว่า ค่าไฟฟ้าในอีก 20 ปีข้างหน้าจะอยู่ที่ 7 บาท/หน่วย
เหตุการณ์แบบนี้ใครจะรับผิดชอบ ผมจึงเสนอว่ากรุณาอย่าซ้ำเติมกันเลยครับ
เพราะผลดีของโครงการไฟฟ้าชีวมวลในพื้นที่นั้นมีค่ามหาศาล
1.ภาวะการซื้อขายที่ดินในพื้นที่เริ่มคึกคัก เพราะจากภาวะราคายางพาราตกต่ำอย่างรุนแรง การซื้อขายที่ดินหยุดชะงักมายาวนาน เมื่อโครงการโรงไฟฟ้าเขามาซื้อที่ดินก่อสร้างโรงไฟฟ้ากระจายใน 4 อำเภอ ทำให้เม็ดเงินหลายพันล้านบาทเข้ามาหมุนในพื้นที่ โดยเฉพาะเจ้าของที่ดินผู้มีส่วนหลายพันคน เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในทางอ้อม
2.แก้ไขปัญหายางพาราตกต่ำในพื้นที่ได้ เพราะโรงไฟฟ้าชีวมวลใช้วัตถุดิบจากไม้ยางพาราเป็นหลัก ชาวสวนยางสามารถโค่นไม้ยางพาราส่งโรงไฟฟ้าได้เลย และราคาไม้ยางพาราไม่ต้องพึ่งการส่งออกตลาดจีน ที่สำคัญเป็นการลดพื้นที่ปลูกยางพาราซึ่งรัฐบาลกำลังออกนโยบายโค่นยาง 1 ล้านไร่ จึงเป็นนโยบายสอดรับพอดี
3.ความมั่นคงทางพลังงานในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดน และ 4 อำเภอ ปัจจุบันยังขาดไฟฟ้าในบางช่วง เราต้องพึ่งพาจากมาเลเซียและพื้นที่อื่น เรามีโรงแยกก๊าซและโรงไฟฟ้าจะนะในพื้นที่แต่ไม่สามารถใช้ประโยชน์ให้คนในพื้นที่ได้อย่างที่ตกลงกันและปัญหาไฟฟ้าดับบ่อย โดยเฉพาะ อ.นาทวี ในอนาคตเรามีพื้นที่พรมแดนติดเพื่อน เมื่อเปิดเออีซีการลงทุนเพิ่ม แต่ความมั่นคงทางพลังงานไม่เพียงพอจะเกิดปัญหาตามมา
4.ช่วยเหลือประชาชนในกระบวนการโค่นยางพารา ตลาดไม้ยางพาราในเขต 3 จังหวัดชายแดน และ 4 อำเภอ มีปริมาณมาก วัตถุดิบล้นตลาดต้องพึ่งพาตลาด อ.สะเดา และหาดใหญ่ ต้องเพิ่มค่าขนส่ง และระบบโควตาในอนาคต วัตถุดิบ กิ่งไม้ ปีกไม้ รากไม้ และส่วนอื่น สามารถเข้าสู่โรงงานได้เลย ราคาวัตถุดิบจะสูงขึ้น ก็จะเป็นผลดีกับเกษตรกร ลานรับซื้อไม้ โรงงานแปรรูปไม้ยางพารา คนงานในกระบวนการโค่นยางทั้งหมด
วันพุธที่ 22 ต.ค. 2557 นี้ คาดว่าคนป่วยทางพลังงานจะนำเรื่องเสนอเพื่อซ้ำเติมด้ามขวานแน่นอน ดังนั้นเพื่อเป็นการช่วยเหลือพี่น้อง 3 จังหวัดชายแดน 4 อำเภอ และผู้ที่ได้รับผลกระทบไม่ว่าประชาชน ทั้งประเทศผู้ประกอบการพลังงานทดแทนทั้ง 4 ประเภท ขอให้ท่านทบทวนนำเสนอคณะกรรมการ กพช. ให้ยกเลิก Adder ใช้ FIT แทน ทำให้ภาวะการลงทุนหยุดชะงักแน่นอน และจะมีผลกระทบในเขตพื้นที่ปลายด้ามขวานที่รัฐทุ่มงบประมาณด้านความมั่นคงปีละหลายหมื่นล้านบาทลงไป
หากปรับนโยบายนี้ ท่านนายกรัฐมนตรีในฐานะประธานที่ประชุม กพช. ท่านกำลังเพิ่มความทุกข์ให้กับประชาชน ทำลายความมั่นคงทางพลังงาน และความมั่นคงทางเศรษฐกิจด้วยนโยบายดังกล่าว
งานนี้พลังงานป่วยซ้ำเติมด้ามขวาน หรือคืนความสุขให้ประชาชนจะได้รู้กัน







