
หนี้รุม-แล้งกระหน่ำชาวนารับเงินน้ำตาตก
มาตรการของรัฐบาลที่จ่ายเงินช่วยเหลือต้นทุนการผลิตให้แก่ชาวนาไร่ละ 1,000 บาท รายละไม่เกิน 15 ไร่
โดย...ทีมข่าวภูมิภาคโพสต์ทูเดย์
มาตรการของรัฐบาลที่จ่ายเงินช่วยเหลือต้นทุนการผลิตให้แก่ชาวนาไร่ละ 1,000 บาท รายละไม่เกิน 15 ไร่ ซึ่งเริ่มจ่ายให้กับชาวนาวันแรกในพื้นที่ 8 จังหวัด ประกอบด้วย จ.ลพบุรี ขอนแก่น ศรีสะเกษ มหาสารคาม สุรินทร์ พิจิตร กำแพงเพชร และพิษณุโลก แม้จะมีชาวนาจำนวนมากยินดีที่ได้รับเงิน แต่ก็มีอีกจำนวนไม่น้อยที่เฉยเมยต่อเงินก้อนนี้ เพราะไม่เพียงแต่การนำไปชำระหนี้สินต่างๆ ที่คั่งค้างเท่านั้น แต่เงินก้อนนี้ยังหมายถึงทุนรอนประทังชีวิตในช่วงที่ไม่สามารถทำนาได้เนื่องจากภาวะภัยแล้ง
สมศรี ตรงมา ชาวนาในพื้นที่ ต.ตลุก อ.สรรพยา จ.ชัยนาท แม้จะยังไม่ได้รับเงิน แต่ก็บอกว่าได้เงินมาก็คงต้องนำไปชำระหนี้ค่าเมล็ดพันธุ์ข้าวที่ซื้อเงินเชื่อไว้กับร้าน โดยจ่ายดอกเบี้ย 3% แม้จะต้องเสียดอกเบี้ย แต่ก็จำเป็น เพราะหากเลื่อนการหว่านข้าวยืดเวลาออกไปอาจจะได้รับความเสียหาย
เช่นเดียวกับ อรอุมา พิมพาพันธ์ ชาวนาในพื้นที่ ต.เขาท่าพระ อ.เมือง จ.ชัยนาท ก็บอกว่า หากได้รับเงินก็ตั้งใจจะนำไปใช้หนี้ค่าปุ๋ยและยาฆ่าแมลงที่ซื้อเงินเชื่อมาจากร้าน และส่วนหนึ่งจะนำไปซ่อมเครื่องสูบน้ำที่ชำรุด
อย่างไรก็ตาม แม้จะได้รับเงินช่วยเหลือ แต่ในภาวะที่ทางราชการประกาศห้ามทำนาปรังเนื่องจากปัญหาภัยแล้ง ก็ทำให้ชาวนาหวั่นวิตกถึงรายได้ที่จะเลี้ยงชีวิตในช่วงที่ไม่ได้ทำนา
อ้อน กันเกิด ชาวนาในวัย 75 ปี ชาว จ.ชัยนาท บอกว่า ความต้องการที่แท้จริงของชาวนานั้น คือ ต้องการน้ำทำนามากกว่าเงินช่วยเหลือไร่ละ 1,000 บาท
อดิศักดิ์ คล้ายทิม ชาวนา ต.ท่าโพธิ์ อ.เมือง จ.พิษณุโลก บอกว่า จากการพูดคุยกับเพื่อนชาวนาหลายรายระบุว่า เงินที่ได้ในวันนี้อาจจะไม่เพียงพอใช้จ่ายในครอบครัว เนื่องจากต้นทุนในการทำนาแพงกว่าเดิม แต่ก็ดีใจที่ภาครัฐยังเข้ามาช่วยเหลือบ้าง เพราะช่วงนี้ไม่ได้ทำนารอบใหม่ เนื่องจากน้ำน้อยหวั่นกระทบการทำนา
หอม บุญก่อ ชาวนา ต.ท่าทอง อ.เมือง พิษณุโลก กล่าวว่า แม้จะเป็นเงินที่ไม่มากนัก แต่ก็ดีใจที่รัฐบาลช่วยเหลือ ในภาวะที่ข้าวราคาถูก ปุ๋ย น้ำมันแพง น้ำก็ไม่มีทำนา ชาวนาต้องอยู่ในความเสี่ยง
ปัญหาภัยแล้งดูเหมือนจะสร้างความวิตกกังวลให้กับชาวนามากกว่าอย่างอื่น เพราะกรมชลประทานประกาศชัดว่าจะงดปล่อยน้ำตั้งแต่ช่วงต้นเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา ไปจนถึงสิ้นเดือน เม.ย.ปีหน้า รวมเวลากว่า 7 เดือน การไม่ได้ทำนาก็หมายถึงชาวนาต้องขาดรายได้หลักไปในช่วง 7 เดือนนี้
ที่ จ.อุตรดิตถ์ มงคล คิมสิงห์ รองประธานสภาเทศบาลตำบลบ้านเกาะ อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ นำชาวนา 3 ตำบล ในพื้นที่ อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ ใช้รถเกรดดินปิดกั้นคลองโพธิ์ เพื่อกักเก็บน้ำในคลองไว้ทำนา ไม่ให้น้ำในคลองไหลลงสู่แม่น้ำน่าน พร้อมทั้งร่วมกับบริจาคเงินเพื่อซื้อน้ำมันสำหรับเติมเครื่องสูบน้ำ ที่ได้รับการอนุเคราะห์เครื่องสูบน้ำขนาดท่อ 30 นิ้ว จากสำนักงานทรัพยากรน้ำภาค 9 จ.พิษณุโลก
มงคล บอกว่า ปีนี้แล้งมากกว่าทุกปีที่ผ่านมา ชาวนาเดือดร้อนมากเรื่องน้ำทำนา ขณะเดียวกันเขื่อนสิริกิติ์ก็เตือนว่าให้ชาวนางดการทำนาปรัง เพราะไม่มีน้ำที่จะช่วยชาวนา
“หากไม่ให้ชาวนาทำนา ชาวนาจะไปทำอะไรกิน จึงต้องช่วยเหลือตัวเอง นำรถมาเกรดดินปิดคลองไม่ให้น้ำไหลลงแม่น้ำน่านโดยไม่เกิดประโยชน์อะไร อยากให้หน่วยงานช่วยสนับสนุนค่าน้ำมันสำหรับสูบน้ำให้กับชาวนาบ้าง เพราะราคาน้ำมันดีเซลราคาลิตรละ 29.55 บาท แพงมาก และเครื่องสูบน้ำจะใช้ชั่วโมงละ 38 ลิตร คิดเป็นเงิน 1,122 บาท/ ชั่วโมง เป็นเงินที่มากพอสมควรสำหรับชาวนา” มงคล กล่าว
สำหรับเงินช่วยเหลือค่าปัจจัยการผลิตที่รัฐบาลมอบให้นั้น มงคล กล่าวว่า ส่วนหนึ่งที่เหลือจากการใช้หนี้ก็คงนำมาเป็นค่าน้ำมันสำหรับสูบน้ำทำนาปรัง







