
เรียกบิ๊กตร.แจงคดีเกาะเต่า
กสม.พบผู้ต้องหาถูกซ้อมจนรับสารภาพ‘สมยศ’ยอมให้อังกฤษสังเกตการณ์เท่านั้น
กสม.พบผู้ต้องหาถูกซ้อมจนรับสารภาพ‘สมยศ’ยอมให้อังกฤษสังเกตการณ์เท่านั้น
กสม.พบร่องรอยเจ้าหน้าที่ซ้อมผู้ต้องหาคดีเกาะเต่า เตรียมเรียกแจง 27 ต.ค.นี้
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ลงพื้นที่เกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี ร่วมกับ พญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ และได้พูดคุยกับสองผู้ต้องหาคดีฆ่านักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ โดยได้ข้อมูลตรงกันว่า เจ้าหน้าที่มีพฤติกรรมซ้อม ทุบตีทำร้าย ใช้ถุงพลาสติกคลุมหัว เพื่อให้รับสารภาพ
นอกจากนี้ จากการตรวจร่างกายผู้ต้องหาเบื้องต้น พบจุดกดเจ็บที่หน้าอกของผู้ต้องหา 1 ราย ซึ่งยังไม่ทราบว่าเป็นอาการเจ็บของกระดูกหรือกล้ามเนื้อ โดยหลังจากนี้คณะอนุกรรมการสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง กสม. จะทำจดหมายถึงผู้บัญชาการเรือนจำ ขอให้มีการเอกซเรย์ผู้ต้องหาเพื่อให้ทราบว่ามีบาดแผลในจุดอื่นอีกหรือไม่
นพ.นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ ประธานอนุกรรมการสิทธิพลเมืองฯ กล่าวว่า เตรียมเชิญตัวแทนจากชุดสืบสวนทั้งหมด รวมถึง พล.ต.ต.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บังคับการสืบสวน กองบังคับการตำรวจนครบาล และ พล.ต.ต.ปวีณ พงษ์สิรินทร์ รอง ผบ.ช.ภาค 8 มาชี้แจงข้อมูล ในวันที่ 27 ต.ค. เวลา 10.00 น.
อย่างไรก็ดี เบื้องต้นได้รับข้อมูลจาก พ.ต.อ.ประชุม เรืองทอง ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเกาะพงัน ว่าคดีดังกล่าวมีชุดสืบสวนทั้งระดับพื้นที่และจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติเข้ามาทำคดีในพื้นที่จำนวนหลายชุด แต่ยืนยันว่าเมื่อจับกุมผู้ต้องหาได้และนำตัวมายังสถานีตำรวจไม่มีการซ้อมทรมาน และผู้ต้องหาได้รับสิทธิในการตั้งทนายตามกฎหมายกำหนด
ด้าน พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวยืนยันว่า ไม่มีการซ้อมผู้ต้องหาอย่างที่ปรากฏเป็นข่าว โดยแพทย์ที่ตรวจร่างกายของสองผู้ต้องหา ยืนยันว่าตามร่างกายไม่พบร่องรอยการถูกทำร้ายใดๆ พร้อมกันนี้ก่อนจะมีการฝากขัง แพทย์ของเรือนจำจังหวัดสุราษฎร์ธานียังได้มีการตรวจร่างกายซ้ำอีกครั้ง อีกทั้งทางสถาบันนิติเวชก็ได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจร่างกายอีกรอบ ซึ่งผลตรวจทุกอย่างยืนยันได้ว่าไม่มีการซ้อมผู้ต้องหา
“มีเพียงแพทย์ของเรือนจำจังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่ระบุว่า 1 ใน 2 ผู้ต้องหาได้มีอาการเจ็บที่หน้าอก แต่ไม่มีบาดแผล ซึ่งไม่มีอะไรยืนยันได้ว่าผู้ต้องหาถูกซ้อม” พล.ต.ท.ประวุฒิ กล่าว
พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) กล่าวว่า เต็มใจที่จะให้เจ้าหน้าที่อังกฤษหรือผู้เชี่ยวชาญเข้ามาสนับสนุนการทำงานของตำรวจ แต่ต้องดำเนินการภายใต้กรอบรัฐธรรมนูญ ยืนยันว่าเข้ามาในฐานะผู้สังเกตการณ์หรือให้คำแนะนำเท่านั้น
“ไม่ใช่เฉพาะประเทศอังกฤษอย่างเดียว ในส่วนของประเทศพม่าเอง เราก็แจ้งไปว่าสามารถส่งเจ้าหน้าที่มาสนับสนุนหรือร่วมสังเกตการณ์ได้เช่นกัน” พล.ต.อ.สมยศ กล่าว
นายเสข วรรณเมธี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า พ่อแม่ของสองผู้ต้องหาชาวพม่า ได้ยื่นขอวีซ่าเพื่อเดินทางมายังประเทศไทยแล้ว โดยสถานเอกอัครราชทูตไทยได้ออกวีซ่าให้แล้ว







