
เทศกาลท่องเที่ยวที่กิมเจเกาหลีใต้(ตอนจบ)
หลังจากสัปดาห์ที่แล้วผมได้ปูพื้นเกี่ยวกับเทศกาลท่องเที่ยวที่เมืองกิมเจ ประเทศเกาหลีใต้ไปแล้ว ครั้งนี้ผมขอรับใช้ท่านผู้อ่านด้วยการชี้ถึงกลยุทธ์และวิธีการประชาสัมพันธ์ของคณะผู้จัดงานเทศกาลดังกล่าวกันต่อเลยนะครับ
หลังจากสัปดาห์ที่แล้วผมได้ปูพื้นเกี่ยวกับเทศกาลท่องเที่ยวที่เมืองกิมเจ ประเทศเกาหลีใต้ไปแล้ว ครั้งนี้ผมขอรับใช้ท่านผู้อ่านด้วยการชี้ถึงกลยุทธ์และวิธีการประชาสัมพันธ์ของคณะผู้จัดงานเทศกาลดังกล่าวกันต่อเลยนะครับ
คณะผู้บริหารเมืองกิมเจเขาใช้กลยุทธ์การรวมเป็นหนึ่งเดียวกันระหว่างวัฒนธรรม การท่องเที่ยว และการกีฬา แล้วใส่กิจกรรมต่างๆ ลงไป ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับว่าจะเน้นด้านไหนที่เห็นว่าเป็นส่วนที่สำคัญที่สุด
สำหรับเทศกาลสุดขอบฟ้าที่กิมเจ ผู้บริหารของเมืองเน้นด้านการท่องเที่ยวเป็นหลักโดยผ่านการสร้างกิจกรรมที่เกี่ยวกับกีฬาและวัฒนธรรมท้องถิ่นใส่เข้าไปงานเทศกาลเพื่อเป็นตัวดึงดูดนักท่องเที่ยว
ในส่วนของงานด้านการประชาสัมพันธ์ ผู้เขียนต้องชื่นชมวิธีคิดและวิธีการกระจายข่าวสารเกี่ยวกับงานเทศกาลของเขาให้สามารถเผยแพร่ไปได้ทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นการใช้สื่อทั้งออฟไลน์และออนไลน์ โดยผู้ที่สนใจสามารถเข้าถึงรายละเอียดของงานได้อย่างไม่ยากเย็นในหลากหลายมิติ
สิ่งสำคัญคือการทำงานของคณะกรรมการผู้จัดงาน ซึ่งมีนายกเทศมนตรีของเมืองเป็นหัวหอกร่วมกับผู้นำองค์กรด้านการกีฬาและวัฒนธรรมอื่นๆ โดยมีการแบ่งงานกันทำอย่างชัดเจนและเป็นระบบ และที่ยอดเยี่ยมไปกว่านั้น ก็คือ คณะกรรมการจัดงานร่วมแรงร่วมใจกันทำหน้าที่แบบเอาเป็นเอาตาย โดยเฉพาะการดูแลต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติทำให้เกิดความประทับใจแบบไม่รู้ลืมผ่านการว่าจ้างล่ามต่างชาติแต่ละประเทศให้ดูแลนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวชมในงานแบบใกล้ชิดและเป็นกันเอง
นอกจากนี้ อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่า ได้แก่ รัฐบาลกลางของประเทศเกาหลีใต้เอาใจใส่และให้การสนับสนุนงานเทศกาลอย่างเต็มที่จนสามารถคว้ารางวัลเทศกาลยอดเยี่ยมทั้งระดับโลกและระดับประเทศหลายปีติดต่อกัน
ทั้งนี้ แนวคิดที่น่าสนใจและถือว่าเป็นตัวผลักดันให้เมืองกิมเจมีความพิเศษได้มากกว่าแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ ได้แก่ ความลงตัวด้านการผสมผสานระหว่างการท่องเที่ยว วัฒนธรรมและการกีฬาที่ใส่ลงไปในงานเดียวกัน ผ่านทางกิจกรรมที่หลากหลายเพื่อให้บรรดานักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสได้ทั้งในช่วงเวลากลางวันและกลางคืนตลอดระยะเวลาการจัดงานประมาณ 45 วันในแต่ละปี
สำหรับอีกหนึ่งปัจจัยที่เป็นแรงผลักดันให้เทศกาลกิมเจกลายเป็นงานท่องเที่ยวระดับโลก ได้แก่ คณะกรรมการจัดงานที่มีความเข้มแข็ง มีการบริหารจัดการที่ดีและมีเป้าหมายที่ชัดเจนเป็นอันเดียวกัน นั่นก็คือ ทำให้งานเทศกาลท้องถิ่นเป็นงานเทศกาลระดับโลก
หากถามว่าคนไทยทำได้แบบที่ผมเขียนมาทั้งหมดหรือเปล่า ตอบได้เลยว่าทำได้ และถ้าทำจริงๆ จังๆ จะสามารถทำได้ดีกว่าในอีกหลายประเทศทั่วโลกเสียอีก
อย่างไรก็ดี สิ่งที่คนไทยขาด ก็คือ เป้าหมายที่คลุมเครือว่าจะทำเพื่อชื่อเสียงของประเทศ หรือทำเพื่อเน้นด้านการพาณิชย์เป็นหลัก ความร่วมมือร่วมแรงที่ไม่เต็มที่ระหว่างหน่วยงานที่ประเทศไทยมักมีมากมายหลายหน่วยงานในการทำโครงการใหญ่ๆ โครงการเดียวกัน และอีกประการที่สำคัญที่สุด ได้แก่ แนวคิดและวิธีการพัฒนาการท่องเที่ยว กีฬาและวัฒนธรรม ที่ประเทศไทยของเรายังคงต่างคนต่างทำ
ผมหวังว่าผู้อ่านทุกท่านคงได้เรียนรู้วิธีการทำงานและการประชาสัมพันธ์งานเทศกาลดังกล่าว เพื่อที่จะได้นำไปปรับใช้กับโครงการของตัวเองอย่างเหมาะสมนะครับ







