posttoday
ถึงเวลาหามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจใหม่

ถึงเวลาหามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจใหม่

20 ตุลาคม 2557

โดย...ชลลดา อิงศรีสว่าง

โดย...ชลลดา อิงศรีสว่าง

การจัดทำตัวเลขประมาณการเศรษฐกิจในปี 2558 ของสำนักพยากรณ์เศรษฐกิจต่างๆ ที่เดิมเคยมองว่าเศรษฐกิจไทยในปีหน้าจะสดใสจากการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณและการกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยการลงทุนของรัฐบาล ก็เริ่มที่จะลังเลว่าเศรษฐกิจไทยจะสดใสจริงหรือไม่

คนที่มองว่าเศรษฐกิจปีหน้าเริ่มจะไม่เฟื่องฟูก่อนคนอื่น คือ กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ที่ประกาศปรับตัวเลขอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจโลกลงก่อนเพื่อน โดยไอเอ็มเอฟประเมินว่าเศรษฐกิจโลกในปี 2015 จะเติบโตเพียง 3.8% จากที่ประมาณการไว้เดิมที่ระดับ 4%

ในขณะที่มองว่าเศรษฐกิจโลกปีนี้ก็จะเติบโตเพียง 3.3% จากเดิมที่คาดไว้ที่ 3.4%

เศรษฐกิจไทยไปผูกพันกับเศรษฐกิจโลกในเรื่องของการส่งออกที่มีมูลค่ารวมกันเฉียด 60% ของมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ของไทยที่มีมูลค่า 12 ล้านล้านบาท

ดังนั้น การส่งออกมีแนวโน้มที่จะย่ำแย่ต่อไป รัฐบาลจึงจะเน้นการบริโภคภายในเพื่อที่จะดันให้เศรษฐกิจขยายตัว

แต่การมาเผาตัวของเกษตรกรที่มีหนี้สินนอกระบบ ถูกขูดรีดดอกเบี้ย และทวงหนี้โหดจนต้องมาขอพึ่งศูนย์ร้องเรียนของสำนักนายกฯ เพื่อประท้วงการทำงานที่ล่าช้าของหน่วยงานรัฐ หน้าทำเนียบรัฐบาล ทำให้ความตระหนักถึงผลเสียของหนี้ครัวเรือนที่สูงขึ้นจนถึงขีดอันตราย และจะทำให้เศรษฐกิจมีปัญหาในอนาคตหากไม่รีบดำเนินการแก้ไข

กองทุนการเงินระหว่างประเทศเคยทำการศึกษากลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้ว พบว่าการมีหนี้ครัวเรือนสูงจะได้รับผลกระทบจากปัจจัยที่ไม่คาดคิดไว้ล่วงหน้ามากกว่าประเทศที่มีหนี้ต่ำ การบริโภคและเศรษฐกิจจะหดตัวรุนแรงขณะที่การว่างงานจะเพิ่มสูงขึ้น

อาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมช.คมนาคม และเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) กล่าวว่า การบริโภคโดยรวมของไทยในปีนี้อาจขยายต่ำกว่า 1% และปี 2558 อาจขยายตัวเพียง 12% เพราะมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงที่ผ่านมาทำให้เกิดการบริโภคล่วงหน้า

ทั้งนี้ ในช่วงรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร การบริโภคของครัวเรือนเพิ่มสูงเป็น 67% จากการบริโภคภาคปกติของไทยที่อยู่ที่ระดับ34% ซึ่งเป็นผลจากนโยบายต่างๆ เช่น กองทุนหมู่บ้าน แต่หลังจากนั้นการบริโภคกลับสู่ภาวะปกติ แต่ในช่วง 12 ปีที่แล้ว การบริโภคเพิ่มขึ้นจากโครงการรถยนต์คันแรก

“ตอนที่ชาวนาขายข้าวเปลือกได้ 1.5 หมื่นบาท ทำให้การบริโภคตอนนั้นสูงกว่าเกณฑ์ปกติ บวกกับการที่รัฐบาลมีมาตรการรถคันแรกทำให้คนใช้จ่ายล่วงหน้า ซึ่งดีมานด์ที่เกิดขึ้นในวันนั้นเป็นการนำเงินในอนาคตมาใช้หมดแล้ว” เลขาธิการ สศช. กล่าว

หลายคนคิดว่า แม้ว่าครัวเรือนจะมีหนี้สินเพิ่มขึ้น แต่หากมีรายได้เข้ามาชำระหนี้ก็ไม่มีปัญหา แต่วันนี้รัฐบาลใหม่ไม่มีนโยบายประชานิยม ไม่มีมาตรการอุ้มรากหญ้าอย่างไร้เหตุผล ส่งผลให้การบริโภคลดลงตามไปด้วย

อาคม เตือนว่า ภาคธุรกิจที่กำลังวางแผนธุรกิจปีหน้า ต้องปรับตัวรับมือกำลังซื้อในประเทศที่ลดลงด้วย

อย่างไรก็ดี นั่นเป็นการมองในมุมของการมีหนี้สูง แต่ อนุสรณ์ ธรรมใจ หนึ่งในกรรมการของคณะกรรมการธนาคารแห่งประเทศไทย (บอร์ด ธปท.) ระบุว่า หนี้ครัวเรือนในระบบของไทยเกินครึ่งเป็นสินเชื่อเคหะและเช่าซื้อรถยนต์ เป็นการซื้อที่อยู่อาศัย ซึ่งถือเป็นสินทรัพย์ โครงสร้างหนี้ไม่เหมือนในเกาหลีใต้ แคนาดา และสหรัฐ ซึ่งเป็นการบริโภคล้วนๆ จึงทำให้ ธปท.ยืนยันมาตลอดว่าไม่ห่วง แต่ก็มีความกังวลใจบ้าง

ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการ ธปท. ระบุว่า การแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือนจะต้องพูดกันในระยะต้องดูที่โครงสร้าง ทั้งรายได้ รายจ่าย การประกอบอาชีพ และการวางแผนทางการเงินของครัวเรือน

อย่างที่มีการพูดกันในการสัมมนาของ ธปท.ที่ผ่านมาก็มีผลการศึกษาระบุว่า หนี้สูงในภาคอีสาน โดยเฉพาะครัวเรือนในภาคการเกษตรที่รายได้ไม่พอรายจ่าย ซึ่งก็มีการดูกันไปถึงการสร้างอาชีพให้เขามีรายได้เพิ่ม รวมถึงการให้ความรู้ทางการเงิน การวางแผนทางการเงิน ที่ต้องเชื่อมโยงไปถึงโอกาสในการเข้าถึงแหล่งทุนในการนำไปประกอบอาชีพ

ผู้ว่าการ ธปท. ระบุว่า ธปท.ต้องดำเนินนโยบายการเงินให้เหมาะสม ถ้าดอกเบี้ยต่ำเกินไปอาจจะทำให้คนรู้สึกว่าเงินราคาถูก การพิจารณาดอกเบี้ยต้องคำถึงถึงการก่อหนี้ด้วย เพื่อไม่ให้หนี้กระทบต่อเสถียรภาพ

แต่ถ้าปล่อยดอกเบี้ยสูงเกินไปก็อาจกระทบได้ รวมไปถึงการเพิ่มเสถียรภาพของสาบันการเงินก็เกี่ยวข้องกัน นอกจากนี้ การให้ความรู้ทางการเงิน การร่วมมือกับที่ทำหน้าที่ปราบปรามเกี่ยวกับเงินกู้นอกระบบ รวมถึงกฎหมายที่เกี่ยวข้องก็ต้องมาดูแล

“ถ้าดูจาก 2 ปีก่อนที่ รมว.คลังอยากให้ ธปท.ลดดอกเบี้ย ตอนนั้นการขยายตัวของสินเชื่อครัวเรือนสูงถึง 20% สินเชื่อรถยนต์ขยายตัว 26% ขณะที่สินเชื่ออื่นๆ ที่เกี่ยวกับการบริโภคขยายตัว 1520% ซึ่ง ธปท.มองว่ายิ่งลดดอกเบี้ยสินเชื่ออาจจะขยายตัวเร็วขึ้น” ประสาร กล่าว

อย่างไรก็ดี ในจังหวะที่เหมาะสมในปีถัดมา ธปท.ก็ปรับลดดอกเบี้ยลง 3 ครั้ง แต่ระดับหนี้เพื่อการบริโภคลดลงมาเหลือหลักเดียวไม่ได้เร่งตัวสูง ส่งให้ต่อมาปีที่แล้ว ธปท.กล้าลดดอกเบี้ยอีก 2 ครั้งเพื่อพยุงเศรษฐกิจ ทั้งหนี้ครัวเรือนยังสูง ดังนั้น เรื่องนี้ต้องติดตามดูตามการประเมินเป็นช่วงๆ

แม้ทุกฝ่ายจะเห็นตรงกันว่า หนี้ครัวเรือนจะเป็นตัวถ่วงเศรษฐกิจ ไม่ให้เดินหน้าไปไหนได้ไกล แต่ก็น่าจะเป็นภาวะชั่วคราว เนื่องจากเครื่องยนต์เศรษฐกิจด้านอื่น ทั้งการส่งออก การลงทุน และการท่องเที่ยว ย่ำแย่ไปหมด รัฐบาลจึงหันมามองการบริโภคในประเทศที่จะนำมาใช้กระตุ้นเศรษฐกิจทดแทนก็พบว่ามีปัญหาเช่นกัน และนำมาทดแทนเครื่องยนต์ตัวอื่นไม่ได้ปัญหาหนี้สินครัวเรือนที่อยู่ในอัตราที่สูงว่า

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท