
ดับฝันนามันถก
ขายปลีกแพงสวนราคาตลาดโลก.รีดเงินหวังล้างหนี้กองทุนฯคาดกบง.เก็บอีก50-60สต./ลิตร
ขายปลีกแพงสวนราคาตลาดโลก.รีดเงินหวังล้างหนี้กองทุนฯคาดกบง.เก็บอีก50-60สต./ลิตร
ถก กบง.วันนี้ รีดเงินเบนซินดีเซล 50-60 สต. ล้างหนี้กองทุนน้ำมันฯ ใน 7-10 วัน
รายงานข่าวจากกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า ในวันที่ 20 ต.ค. จะมีการประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) มีนายณรงค์ชัย อัครเศรณี รมว.พลังงาน เป็นประธาน โดยมีวาระพิจารณา 2 เรื่อง ประกอบด้วยการพิจารณาปรับเพิ่มอัตราเงินนำส่งเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงของกลุ่มน้ำมันเบนซินและดีเซลอีก 5060 สต./ลิตร
ทั้งนี้ เนื่องจากค่าการตลาดน้ำมันอยู่ในระดับที่สูง ล่าสุดเมื่อวันที่ 17 ต.ค. เฉลี่ยอยู่ที่ระดับ 1.97 บาท ซึ่งราคากลุ่มแก๊สโซฮอล์อยู่ที่ 2.30-2.50 บาท/ลิตร ส่วนดีเซลอยู่ที่ 2.44 บาท/ลิตร โดยเฉพาะเบนซิน 95 ค่าการตลาดอยู่ที่ 3.86 บาท/ลิตร
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะมีการปรับลดราคาขายปลีกน้ำมันกลุ่มเบนซินทุกชนิดไปแล้ว 30 สต./ลิตร เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่เป็นการปรับเพียงส่วนหนึ่งเพื่อรอให้ กบง.มีมติเก็บเพิ่มเงินเข้ากองทุนน้ำมันฯ เพื่อมีเป้าหมายล้างหนี้กองทุนน้ำมันฯ ให้เป็นบวกเร็วขึ้นภายใน 7-10 วันรอจังหวะปรับโครงสร้างภาษีน้ำมันโดยเฉพาะดีเซลในอนาคต โดยปัจจุบันฐานะกองทุนน้ำมันฯ ติดลบอยู่ที่กว่า 2,000 ล้านบาท
นอกจากนี้ จะเสนอให้ตั้งคณะทำงานบริหารน้ำมันเชื้อเพลิง มีปลัดกระทรวงพลังงานเป็นประธาน เพื่อเข้ามาประเมินภาพรวมการใช้เชื้อเพลิงในภาคขนส่งทุกชนิด ให้เหมาะสมกับสถานการณ์และนโยบายพลังงานของประเทศโดยจะพิจารณาถึงชนิดของน้ำมันควรจะมีกี่ประเภท เพราะขณะนี้แก๊สโซฮอล์ที่จำหน่ายในปั๊มน้ำมันมีถึง 4 ชนิด ควรจะยกเลิกชนิดไหนหรือไม่ เช่น แก๊สโซฮอล์ 91 รวมถึงน้ำมันดีเซลที่ปัจจุบันมีส่วนผสมของไบโอดีเซลอยู่ 7% จะสามารถเพิ่มสัดส่วนให้สูงสุดที่เท่าไหร่ และไม่กระทบต่อเครื่องยนต์
ขณะเดียวกันจะมองทิศทางการใช้น้ำมันในระยะยาวจะมีการขยายตัวอย่างไรตามการเติบโตของเศรษฐกิจประเทศ และควรมีโรงกลั่นน้ำมันเพื่อรองรับอัตราการเติบโตของการใช้น้ำมั้นหรือไม่ ทั้งหมดนี้จะทำเป็นแผนภาพรวมของการใช้น้ำมันภาคขนส่งของประเทศ
นายมนูญ ศิริวรรณ นักวิชาการด้านพลังงาน กล่าวว่า การประชุม กบง. ในวันที่ 20 ต.ค.นี้ คาดว่าจะปรับเพิ่มอัตราเงินนำส่งเข้ากองทุนน้ำมันฯ ของเบนซินและดีเซล เนื่องจากมีค่าการตลาดอยู่ในระดับสูง ส่วนจะปรับลดราคาขายปลีกหรือไม่ ต้องรอการตัดสินใจจากที่ประชุม
สำหรับแนวโน้มราคาน้ำมันโลกที่ปรับลดลงในช่วงนี้ เป็นผลมาจากปริมาณน้ำมันที่เกินความต้องการในตลาด โดยเฉพาะอากาศยานที่มีปริมาณการใช้ลดลงตามเที่ยวบิน เนื่องจากกังวลการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสอีโบลา ซึ่งต้องจับตาในขณะที่ผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่(โอเปค)ยังไม่มีสัญญาณที่จะปรับลดกำลังการผลิต โดยคาดว่าจะรอให้มีการประชุมโอเปกในวันที่ 27 ต.ค.นี้ ว่าจะมีมติลดกำลังการผลิตเพื่อพยุงราคาน้ำมันโลกไม่ให้ลดต่ำไปกว่านี้หรือไม่
ทั้งนี้ ราคาน้ำมันดิบเบาที่ตลาดไนเมกซ์ในสหรัฐ ได้ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา จากระดับราคา 89.5 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล เมื่อวันศุกร์ที่ 10 ต.ค. ลงมาอยู่ที่ 82.75 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล เมื่อปิดตลาดวันศุกร์ที่ 17 ต.ค. ขณะที่ในช่วง 1 เดือนนั้นราคาได้ปรับลดลงไปแล้วถึง 10.86% และลดลง 16.25% ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา







