posttoday
ชอุ่ม ปัญจพรรค์ ต.อ.1 รุ่นที่ 1

ชอุ่ม ปัญจพรรค์ ต.อ.1 รุ่นที่ 1

19 ตุลาคม 2557

โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา เป็นโรงเรียนสหศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลายแห่งแรกของประเทศไทย

โดย...สมาน สุดโต

โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา เป็นโรงเรียนสหศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลายแห่งแรกของประเทศไทย ก่อตั้งเมื่อวันที่ 3 ม.ค. 2480 (ขณะนั้นนับวันที่ 1 เม.ย.เป็นวันขึ้นปีใหม่ นับอย่างสากลถือเป็น พ.ศ. 2481) โดยมติของสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มี ฯพณฯ ศาสตราจารย์ ม.ล.ปิ่นมาลากุล เป็นผู้อำนวยการท่านแรก

ส่วนนักเรียนคนแรกของโรงเรียนนี้ ที่มีหมายเลขประจำตัว ต.อ. 1 ได้แก่ ชอุ่ม ปัญจพรรค์ นักประพันธ์และนักแต่งเพลงรางวัลนราธิป ซึ่งเป็นนักเรียนรุ่นที่ 1 เมื่อเปิดโรงเรียนเป็นครั้งแรก ใน พ.ศ. 2480

ม.ล.ปิ่น มาลากุล ผู้อำนวยการโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา คนแรก (24802487) จึงกล่าวว่า พอชอุ่มมาเข้า จึงเป็นโรงเรียนขึ้นมา

สุวิทย์ ขันธวิทย์ ส่งหนังสือ หนึ่งในดวงใจ รักพี่นี้เถิดเอาบุญ พิมพ์เป็นที่ระลึกงานพระราชทานเพลิงศพ ชอุ่ม ปัญจพรรค์ แย้มงาม เมื่อวันที่ 9 ม.ค. 2557 ณ เมรุวัดมกุฏกษัตริยาราม มาให้ ดังนั้นข้อมูลและภาพจึงอ้างอิงจากหนังสือเล่มนี้

ชอุ่ม เกิดวันที่ 6 ธ.ค. 2464 ที่ อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี เป็นพี่สาวของ อาจินต์ ปัญจพรรค์ (ศิลปินแห่งชาติสาขาวรรณศิลป์ พ.ศ. 2534) เป็นบุตรคนที่ 1 ของขุนปัญจพรรคพิบูล ขณะที่ดำรงตำแหน่งปลัดอำเภอบางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี ต่อมาได้รับตำแหน่งสูงขึ้นเป็นข้าหลวงประจำจังหวัด (ผู้ว่าราชการจังหวัด) พังงา ตราด และประจวบคีรีขันธ์) มารดาชื่อว่า กระแส (โกมารทัต)

นิยายสะท้อนชีวิตจริง

ชอุ่มเขียนประวัติตนเองและคุณแม่ในนิยาย เรื่อง คุณนายภูธร ผู้ที่อ่านจนจบจะเห็นภาพเมืองสุพรรณในอดีต เรื่องของคุณแม่กระแส ซึ่งเป็นเมียข้าราชการระดับปลัดอำเภอบางปลาม้า เงินเดือน 40 บาท เมื่อ พ.ศ. 2464 รวมถึงภาพการเดินทางของข้าราชการเมื่อต้องย้ายจากอำเภอหนึ่งไปอีกอำเภอได้ชัดเจน โดยเฉพาะการเดินทางจาก อ.บางปลาม้า ไปที่ อ.เดิมบาง เมื่อ พ.ศ. 24642465 นั้นลำบากแค่ไหน เพราะต้องจ้างเรือแจวจากบางปลาม้าให้ไปส่ง เรือผ่านประตูน้ำโพธิ์พระยาแต่กว่าจะผ่านได้ต้องคอยให้นายประตูเปิดประตูน้ำชลประทานจนกระทั่งระดับน้ำเท่ากันจึงผ่านได้ แต่กว่าจะถึงท่าช้าง หรือเดิมบางนั้นกินเวลานานมาก

(ผู้เขียนเคยนั่งเรือหางยาวเมื่อ พ.ศ. 2507 จากโพธิ์พระยาไป อ.เดิมบาง หรือท่าช้าง ใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 34 ชั่วโมง ถ้าจำไม่ผิด)

นั่งเกวียน

เมื่อขึ้นฝั่งแล้วก็ต้องนั่งเกวียนไปที่อำเภอ แต่กว่าจะถึงอำเภอที่พักก็แสนลำบากลำบน เพราะนั่งเกวียนไปตามทางเกวียน ซึ่งไม่ใช่ถนนลาดยาง จึงมีแต่สภาพขรุขระ โขลกเขลก เป็นหลุมเป็นบ่อ วัวลากเกวียนคงทำหน้าที่ตามปกติ แต่ผู้โดยสารคือคุณนายปลัด ต้องเหน็ดเหนื่อย ส่วนลูกน้อยหรือชอุ่มในวัย 4 เดือน ที่นอนในเปลผ้าที่ผูกกับที่โดยสารของเกวียนแกว่งไปมาตามแรงเหวี่ยงของเกวียนก็หลับไปด้วยความอ่อนเพลียเช่นกัน

ชีวิตลูกเมียข้าราชการบ้านนอก

เรื่อง คุณนายภูธร ตีพิมพ์ในนิตยสารกุลสตรี เป็นประวัติคุณชอุ่มตั้งแต่แรกเกิด หรืออุแว้ จนถึงอายุ 10 ขวบ ใน พ.ศ. 2474 ซึ่งเป็นปีที่คุณกระแสคุณแม่ของคุณชอุ่มป่วยและถึงแก่กรรม

เรื่องดังกล่าว ฉายภาพแรกเกิดถึงอายุ 10 ขวบ ของชอุ่มไว้ทั้งหมด รวมทั้งชีวิตของพ่อที่เป็นปลัด คุณแม่และญาติข้างแม่ที่ให้การช่วยเหลือเกื้อกูลกันตลอด รวมทั้งการเกิดของน้องชายร่วมบิดาอีก 4 คน เช่นเมื่อแรกคลอดนั้น ชอุ่มตัวเล็กมากเพราะคลอดก่อนกำหนด (7 เดือนคลอด) คุณแม่ก็ไม่มีน้ำนมให้ลูกกิน ญาติของแม่จึงอุ้มไปขอดื่มนมคุณแม่ที่มีลูกอ่อนในตลาด อ.บางปลาม้า แต่ไม่มีแม่คนไหนให้ดื่มนม เพราะกลัวว่าหากเด็กที่เล็กเหมือนลูกกรอกตาย จะมาเอาชีวิตลูกของเขาไปด้วย จึงต้องมาใช้สำลีชุบน้ำอุ่นหยอดเข้าปากแทนนม อย่างไรก็ดีก็รอดชีวิตมาได้เหมือนปาฏิหาริย์

ต่อมาบิดาย้ายจาก อ.เดิมบาง มาอยู่ อ.บางปลา หรือบางเลน จ.นครปฐม ซึ่งชอุ่มว่าเหมือนขึ้นสวรรค์ เพราะมีความสะดวกมาก จึงเริ่มเรียนหนังสือที่อำเภอนี้เมื่ออายุ 4 ขวบ ต่อมาจึงเข้ากรุงเทพฯ เข้าเรียนที่โรงเรียนสตรีวิทยา แต่เรียนได้ไม่ถึงเทอมก็ต้องกลับบางปลา (บางเลน) เพราะป่วย

ตอนหนึ่งเล่าว่าเกือบได้เรียนที่โรงเรียนเซนต์โยเซฟฯ เมื่อคุณแม่พาไปฝากให้อยู่บ้านท่านเจ้าพระยามหิธร แต่เมื่อแม่กลับ คุณชอุ่มวิ่งตามมาด้วย เลยไม่ได้เรียนโรงเรียนฝรั่ง

เมื่อท่านขุนปัญจพรรคพิบูล ย้ายไปเป็นนาย อำเภอนางบวช จ.สุพรรณบุรี ชอุ่มจึงเข้าเรียนที่โรงเรียนสงวนหญิง โรงเรียนสตรีประจำจังหวัดสุพรรณบุรี โดยอยู่ในบ้านพักท่านผู้ว่าฯ ผลการเรียนชอุ่มสอบได้ที่ 1 เสมอ

เมื่อท่านขุนผู้บิดาย้ายจาก อ.นางบวช มาเป็นนายอำเภอบางปลาม้า ที่คุ้นเคยเพราะเป็นปลัดมาก่อน จึงมีความสุขมาก ท่านนายอำเภอขอรับลูกสาวจากจวนผู้ว่าฯ กลับบ้านทุกวันเสาร์

ชอุ่มเล่าบรรยากาศสองฝั่งแม่น้ำสุพรรณ ก่อน พ.ศ. 2480 ขณะที่ลงเรือจากท่าเรือสุพรรณมาบ้านสุด หรือ อ.บางปลาม้า บ้านของบิดาไว้อย่างยอดเยี่ยม เช่น ความประทับใจที่เห็นวัดสวยงามที่เศรษฐีสร้างอยู่สองฝั่งแม่น้ำติดๆ กัน ในขณะที่บ้านของชาวบ้านก็ปลูกริมแม่น้ำ มีบันไดทอดลงแม่น้ำทุกแห่ง เป็นภาพแห่งความสงบสุขของชาวสุพรรณ ที่ยากจะลืมเลือน

ต.อ. 1

ชอุ่มเรียนที่โรงเรียนสงวนหญิงโดยพักที่จวนผู้ว่าฯ จนถึง พ.ศ. 2474 บิดาได้ย้ายมาเป็นนายอำเภอ อ.เมือง จ.นครปฐม จึงย้ายตามและเรียนที่โรงเรียนราชินีบูรณะ ซึ่งเป็นโรงเรียนสตรีประจำจังหวัด จบมัธยมศึกษาปีที่ 5 ญาติจึงพามาเรียนต่อที่กรุงเทพฯ สอบเข้าโรงเรียนเบญจมราชาลัย เรียนจบมัธยมศึกษาปีที่ 6 แต่ไม่ได้เรียนต่อมัธยมศึกษาปีที่ 78 เพราะจอมพล ป.พิบูลสงคราม ให้ยุบชั้นเรียน แล้วตั้งโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา จึงมาสอบเข้า และสอบได้เป็นนักเรียนเตรียมเลขประจำตัว ต.อ. 1 และเป็นรุ่นที่ 1

เธอเล่าว่าเมื่อโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา เปิดเรียน เธอจึงมาสมัครเรียนพร้อมทั้งเอกสารการเรียนและทะเบียนบ้านครบ เมื่อยื่นใบสมัคร จึงได้หมายเลขประตัว 1

บรรยากาศ 2480

ชอุ่ม ปัญจพรรค์ เล่าถึงโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาในสมัยแรกว่า แต่ก่อนนี้จะมาโรงเรียนต้องมารถราง โรงเรียนอยู่ถนนพญาไท จะมีรถรางมาจากถนนพระราม 1 มาจากหัวลำโพงมาถึงสามย่านแล้วเดินเข้ามา มีรถเมล์ขาวนายเลิศอยู่สายเดียวจากสะพานควายไปสี่พระยา ป้าอยู่ปากคลองตลาด นั่งรถรางที่บ้านหม้อมาถึงสามย่าน 3 สตางค์ มีถนนพญาไทผ่านหน้าโรงเรียน ถนนโรยด้วยหินแล้วราดยางมะตอยสองข้างทางเป็นคูน้ำปลูกบัวสีชมพูเต็มไปหมด

จากสามย่านผ่านโรงเรียนอุเทนถวายจนถึงสยามสแควร์ในปัจจุบัน เราลงจากรถรางเดินผ่านฟุตปาท ซึ่งกระเบื้องวางเป็นแผ่นๆ พอก้าวได้ หน้าฝนถุงเท้าจะมอมทั้งชายหญิง

นักเรียนรุ่นแรกเป็นหญิงประมาณ 105 คน เมื่อรวมนักเรียนชายก็มีประมาณ 300 คน

การเข้าโรงเรียนเตรียมฯ ชอุ่มถือว่าเป็นจุดแบ่งของชีวิตถือว่า ม.ล.ปิ่นเป็นผู้ยื่นมือมาให้ชอุ่มได้เกาะเป็น ชอุ่ม ปัญจพรรค์ ตอนหลัง ถ้าไม่มีโรงเรียนเตรียมฯ ก็ไม่มี ชอุ่ม ปัญจพรรค์

จบอักษรศาสตร์

เมื่อจบโรงเรียนเตรียมอุดมก็เรียนต่อที่คณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ จบรุ่นที่ 11 สมัครรับราชการที่กรมโฆษณาการ ได้รับเงินเดือน 80 บาททั้งๆ ที่จบอักษร สมัยนั้นจะได้เงินเดือน 110 บาท แต่เพราะกลัวการสอนหนังสือ และอยากแต่งเพลงแต่งละครเหมือนรุ่นพี่ (ทรง สาลิตุล) จึงยอมทำงานที่กรมโฆษณาการดังกล่าว

เมื่อรับราชการที่กรมนี้ งานที่เกี่ยวกับหนังสือและบทความทั้งหลาย อยู่ในความรับผิดชอบของคุณชอุ่มเกือบทั้งสิ้น แม้กระทั่งเป็นหัวหน้าคณะละครวิทยุของกรมโฆษณาการ 2 คณะ และแต่งเพลงประกอบบทละครอีกจำนวนมาก

วิญญาณนักเขียน

ส่วนแววการเป็นนักเขียนนั้น เริ่มตั้งแต่เด็กเพราะชอบขีดชอบเขียนมาตลอด ผลงานเขียนที่ทำให้เป็นนักเขียนอาชีพ คือ เรื่อง ฉันกับกามเทพเป็นนิยายเรื่องสั้น ตีพิมพ์ในสตรีสาร

ชอุ่ม เล่าว่า ชอบเขียนหนังสือมาก บางทีนั่งรถรางเห็นชายแต่งตัวภูมิฐานเหมือนนักเรียนนอกนั่งสูบบุหรี่ กลับถึงบ้านก็เขียนนิยายได้ 1 เรื่อง

ผลงานเขียนที่มีชื่อเสียง เช่น “ทัดดาวบุษยา” “บ้านนอกเข้ากรุง” “เมียนอกกฎหมาย” “มารพิสมัย” “สร้อยฟ้าขายตัว” ส่วนผลงานคำร้อง เช่น เพลงข้องจิต หนึ่งในดวงใจ รักเอาบุญ ดอกพุดตาน สำคัญที่ใจ เกิดเป็นคน แผ่นดินทอง และเพลง หน้าที่ของเด็ก (เด็กเอ๋ยเด็กดี) ได้รับการเชิดชูเกียรติรางวัลนราธิป ประจำปี พ.ศ. 2546

ชีวิตส่วนตัว

สมรสกับจำโนทย์ แย้มงาม ไม่มีบุตรด้วยกัน

โดยหน้าที่สุดท้ายคือทำงานที่ สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 เป็นกรรมการเซ็นเซอร์ของสถานี

ส่วนผลงานที่ทุกคนฟังติดหู คือ คุ้มค่าทุกนาทีดูทีวีสีช่อง 3

คุณชอุ่มได้ถึงแก่กรรมด้วยโรคชรา (อายุ 92 ปี) เมื่อเวลาประมาณ 1 นาฬิกาของวันที่ 28 ก.ย. 2556

(ขอขอบคุณสุวิทย์ ขันธวิทย์ ที่ส่งหนังสือที่มีคุณค่ายิ่งมาให้)

ข่าวล่าสุด

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69