
นายกฯ บินโชว์ศักยภาพไทย
ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ประเด็นทางการเมืองมุ่งให้ความสนใจเรื่องการเดินทางเยือนต่างประเทศเป็นครั้งที่ 2 ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในระหว่างการประชุมผู้นำเอเชียยุโรป ครั้งที่ 10 (ASEM 10) ที่ประเทศอิตาลี โอกาสนี้นายกรัฐมนตรีย้ำต่อประชาคมโลกถึงสถานการณ์การเมืองไทย โดยนานาชาติให้กำลังใจในการเดินหน้าปฏิรูป และเชื่อมั่นประเทศไทยมากขึ้น อีกทั้งในการประชุมครั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้หารือทวิภาคีกับประเทศในอาเซียน คือ สิงคโปร์และกัมพูชา และผู้นำในเอเชีย คือ จีนและญี่ปุ่น ข้อหารือส่วนใหญ่เน้นการกระชับความร่วมมือทางการค้าการลงทุน พร้อมกับหารือกับภาคเอกชนเพื่อดึงมาลงทุนในภาคอุตสาหกรรมแปรรูปสินค้าเกษตรและโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งนี้นายกรัฐมนตรีเตรียมเยือนประเทศกัมพูชา เพื่อหารือความร่วมมือด้านพลังงานทางทะเลร่วมกัน ในระหว่างวันที่ 3031 ต.ค.นี้ด้วย
ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ประเด็นทางการเมืองมุ่งให้ความสนใจเรื่องการเดินทางเยือนต่างประเทศเป็นครั้งที่ 2 ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในระหว่างการประชุมผู้นำเอเชียยุโรป ครั้งที่ 10 (ASEM 10) ที่ประเทศอิตาลี โอกาสนี้นายกรัฐมนตรีย้ำต่อประชาคมโลกถึงสถานการณ์การเมืองไทย โดยนานาชาติให้กำลังใจในการเดินหน้าปฏิรูป และเชื่อมั่นประเทศไทยมากขึ้น อีกทั้งในการประชุมครั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้หารือทวิภาคีกับประเทศในอาเซียน คือ สิงคโปร์และกัมพูชา และผู้นำในเอเชีย คือ จีนและญี่ปุ่น ข้อหารือส่วนใหญ่เน้นการกระชับความร่วมมือทางการค้าการลงทุน พร้อมกับหารือกับภาคเอกชนเพื่อดึงมาลงทุนในภาคอุตสาหกรรมแปรรูปสินค้าเกษตรและโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งนี้นายกรัฐมนตรีเตรียมเยือนประเทศกัมพูชา เพื่อหารือความร่วมมือด้านพลังงานทางทะเลร่วมกัน ในระหว่างวันที่ 3031 ต.ค.นี้ด้วย
นอกจากนี้ ระหว่างการร่วมประชุม นายกรัฐมนตรีได้เข้าพบ เดวิด คาเมรอน นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ที่ฝากความห่วงใยเกี่ยวกับการเสียชีวิตของ สองนักท่องเที่ยวที่เกาะเต่า ขณะที่ผู้นำประเทศพม่าก็ออกมาแสดงจุดยืนในการช่วยเหลือทางกฎหมายกับผู้ต้องสงสัยชาวพม่าทั้งสองคนในการต่อสู้คดีดังกล่าวเช่นกัน
เลื่อนชี้ชะตา ‘สมศักดิ์นิคม’
ขณะที่การเมืองที่รัฐสภา มีการประชุมลับของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ยาวนานเกือบ 4 ชั่วโมง แต่ก็ไร้ข้อสรุปปมถอดถอน นิคม ไวยรัชพานิช อดีตประธานวุฒิสภา และสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ อดีตประธานรัฐสภา ออกไปอีก 2 สัปดาห์ เนื่องจากต้องมีการพิจารณาเอกสารหลักฐานตามฐานความผิดตามที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ส่งมาให้ มีรายละเอียดทางเอกสารกว่า 4,000 หน้า และยังมีข้อโต้แย้งทางกฎหมายที่ยังตกลงกันไม่ได้
เร่งเฟ้นประธาน สปช.กมธ.ร่างรัฐธรรมนูญ
ขณะที่ระหว่างวันที่ 31 ต.ค.2 พ.ย.นี้ จะมีการประชุมสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) เพื่อหารือกรอบการเลือกประธานและรองประธาน สปช. รวมถึงการตั้งกรรมการเฉพาะกิจขึ้นมาจำนวน 2 คณะ เพื่อพิจารณาเลือกตัวแทน สปช. เข้าไปเป็นกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ เนื่องจากกระบวนการตามที่รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวกำหนดกรอบให้ดำเนินการภายใน 15 วันนับจากวันที่มีประชุม สปช.นัดแรก และจะมีการตั้งคณะกรรมการเพื่อพิจารณายกร่างข้อบังคับการประชุม สปช. เพื่อให้มีผลต่อการดำเนินการจัดตั้งคณะกรรมาธิการสามัญเพื่อทำงานปฏิรูปใน 11 ด้าน
ขณะเดียวกัน ทางรัฐบาลโดย วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย ยืนยันกรอบการยกร่างรัฐธรรมนูญว่าจะใช้เวลาแล้วเสร็จประมาณเดือน ก.ย. 2558 โดยไม่ได้หมายความว่าจะเลือกตั้งได้ทันที เพราะต้องมีการออกกฎหมายลูกอีก 3 ฉบับ คือ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง และ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง ซึ่งในตอนนั้นจะมีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) อยู่อีกหรือไม่รวมถึงต้องให้เวลาสำหรับการเตรียมการจัดตั้งพรรคการเมือง การหาเสียง กับการกำหนดวันเลือกตั้ง ดังนั้นช่วงเวลาอาจจะล้ำไปถึงต้นเดือนม.ค. 2559
รัฐบาลสั่งปราบนายทุนโหด
ปิดท้ายปลายสัปดาห์ เกิดเหตุการณ์น่าสลดใจที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อสาวใหญ่วัย 57 ปี ชื่อ สังเวียน รักษาเพ็ชร คิดสั้นเผาตัวเองประชดชีวิตต่อหน้าเจ้าหน้าที่ศูนย์รับเรื่องร้องเรียน 111 และสื่อมวลชน เพราะน้อยใจที่เป็นหนี้นอกระบบแต่กลับไม่ได้รับการช่วยเหลือ จึงคิดสั้นเอาน้ำมันเบนซินที่แอบพกใส่ขวดเข้ามาจุดไฟเผาตัวเอง ขณะนี้ปลอดภัยรับการรักษาตัวที่โรงพยาบาล เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลสะเทือนอย่างมาก จนทำให้ทางรัฐบาลตื่นตัวสั่งการกระทรวงมหาดไทย โดยเฉพาะ พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามผู้มีอิทธิพลและมือปืนรับจ้าง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอร.ตร.) ทุกหน่วยต้องให้ความสำคัญกับการกดดัน สืบสวน ปราบปราม จับกุมบุคคล กลุ่มบุคคล หรือนิติบุคคลที่เป็นนายทุนปล่อยเงินกู้ในอัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด หรือเงินกู้นอกระบบ รวมทั้งผู้นำเงินหรือทรัพย์สินไปให้กู้และผู้ติดตามทวงหนี้โดยมีพฤติการณ์ข่มขู่ ประทุษร้าย ใช้ความรุนแรงอย่างเข้มข้นและจริงจัง หากพบต้องดำเนินการขั้นเด็ดขาด







