
ยืนระยะ...
เห็นข่าว พล.อ.ประยุทธ จันทรโอชา นายกรัฐมนตรี ปะทะคารมกับนักข่าวทำเนียบรัฐบาลแล้ว อดอมยิ้มคนเดียวไม่ได้
โดย...ภัทระ คำพิทักษ์
เห็นข่าว พล.อ.ประยุทธ จันทรโอชา นายกรัฐมนตรี ปะทะคารมกับนักข่าวทำเนียบรัฐบาลแล้ว อดอมยิ้มคนเดียวไม่ได้
มิใช่อะไร มันครึกครื้นดีครับ
นักข่าวกับนักการเมือง มันก็อย่างนี้ล่ะครับ เนื้อคู่ หนังคู่ กระดูกคู่ อยู่กันจนจากกันไปข้างหนึ่ง บางยุคบางสมัยอยู่กันนานเข้า พออีกฝ่ายประสบชะตากรรมไปตามวาระก็อดคิดถึงกันไม่ได้ แม้ว่า ช่วงที่อยู่ด้วยกันมันต้องขบกัดกันให้จมเขี้ยวแต่มันก็เป็นงานตามหน้าที่
แบบนี้ดีแล้วครับ ถ้านักข่าวกับนักการเมืองหรือคนที่ต้องรับผิดชอบบ้านเมืองรักกันเมื่อไหร่ คนเสียประโยชน์ก็คือประชาชนทั่วไปนั่นเอง
ชนวนที่ทำให้สองฝ่ายต้องปะทะคารมกันหนนี้เกิดจากหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี ท่านนายกฯก็แถลงยาวเหยียดถึง 50 นาที ครั้นผู้สื่อข่าวถาม ท่านก็ตอบไปอีกเรื่อง ผู้สื่อข่าวอาวุโสเลยต้องกระซุนกันซื่อๆว่า เวลานายกให้สัมภาษณ์ ตอบไม่ตรงประเด็นและไม่สรุป นายกฯก็เลยฉุนกึ๊ก สวนกลับว่า “ไม่ใช่เวลาสรุปก็ต้องสรุปให้จบ ต้องอธิบาย ต้องการให้เกิดกระบวนการเรียนรู้”
พอนักข่าวบอกว่า นักข่าวมีพื้นฐานอยู่แล้ว นายกฯเลยสวนมาด้วยเสียงอันดังว่า “แล้วท่านมีพื้นฐานบริหารราชการแบบผมไหม ท่านเขียน คิด เขียนแล้วพูดแค่นั้น ผมทำอะไรบ้าง คิด เขียน สั่งการ กำกับดูแล เขียนแผนทั้งหมด ใครเขียนได้เขียนมา มายืนตรงนี้เลยมา”
ผู้สื่อข่าวเห็นนายกฯของขึ้นเลยบอกว่า ท่านอย่าโมโห นายกฯก็ว่า ก็พี่พูดดูถูกผมแบบนี้ไม่ได้
ฯลฯ
คนเราพอใส่อารมณ์กัน ช้างก็ตัวเท่ามด มดก็ตัวเท่าช้าง เรื่องศักดิ์ศรี เรื่องความรู้สึกก็จะมาก่อนเหตุมาก่อนผลเป็นธรรมดา
ข้างหนึ่งโกรธ ข้างหนึ่งไม่โกรธตอบ แต่ตบตีกันแบบมืออาชีพอย่างนี้ดีแล้ว
นักข่าวไม่กลัวคนมีอำนาจราชศักดิ์หรอกครับเหตุผลไม่ใช่อะไรหรอก แต่สัจธรรมมันประกาศตัวอยู่มานมนานกาเลแล้วว่า ท่านเหล่านี้มาแล้วก็ไป แต่นักข่าวนั้นจะเป็นนักข่าวเล็ก นักข่าวใหญ่ จะมีหน้าที่ในการบริหารเป็นหัวหน้าข่าว เป็นบรรณาธิการ มันก็มีอยู่ตำแหน่งเดียวตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาทำงานจนปลดระวางไปคือ เป็นนักข่าวเท่านั้น
ดีไม่ดี ปลดระวางไปแล้ว สันดานมันละไม่ได้ รู้เห็นอะไรยังต้องเอามาเล่ามา ไขให้ได้รู้ ไม่ทางใดก็ทางหนึ่งอยู่ดี ตำแหน่งนี้เลยไม่มีใครมาแย่งมาชิงจากใครไปได้เลย ลองว่า ถ้าพวกเขายืนยันว่าจะรักษามันเอาไว้กับตัว
ต่อให้ไล่เขาออกก็เอาสิ่งนี้จากเขาไปไม่ได้ แต่หัวโขนทางการเมืองนั้นมันมาถึงวันไหนก็นับวันถอยหลังได้เลย ใครยั้งไม่อยู่ หยุดไม่เป็น วางไม่ได้ เดือดร้อนทั้งนั้นล่ะ
จะว่าไปเรื่องที่โต้เถียงกันนั้นก็มีเรื่องน่าเอ็นดูอยู่หลายเรื่องเหมือนกัน ว่าก็ว่าเถอะ ผมดีใจนะที่นายกฯท่านนี้ พูดเต็มปากเต็มคำว่า ท่านมีหน้าที่สั่งการ กำกับดูและละเขียนแผนด้วย
เชื่อไหมว่า เราเคยมีนายกฯบางคนต่อสู้ทางกฏหมายมาแล้วว่า ท่านเป็นประธานคณะกรรมการโน้นนี่จริงแต่ไอ้ที่โกงกันนั่นท่านไม่มีหน้าที่จะต้องไปกำกับดูแล คือ ให้นโยบายไปแล้ว จะโกงกันฉันไม่เกี่ยว
นายกฯแบบนี้เราก็เคยมีมากันแล้ว เอิ๊กๆๆ
ส่วนที่เขียนแผนนั้น ท่านก็คงติดมาจากการเป็นทหาร เวลาทหารจะทำอะไรเขาจะเขียนแผนครับแต่นายกฯตู่ก็เคยทำงานมากับอดีตนายกฯหลายท่าน คงจะรู้ดีกว่าเราๆเสียอีกว่า ท่านอดีตนายกฯบางคนนั้น อย่าว่าแต่เขียนแผนเลย แค่อ่านตามที่เขาเขียนให้ ยังอ่านไม่ถูกเลย
ไม่ว่ากันๆ เพราะยุคนี้ต้องสมานฉันท์
ใกล้เคียงกับที่นักข่าวและนายกฯไทยแผลงฤทธิ์ใส่กัน มีข่าวมาจากอินเดียวว่า ตั้งแต่นายนเรนทรา โมดี นายกรัฐมนตรีอินเดียคนใหม่รับตำแหน่งมาจวนจะหกเดือนเข้าแล้วนี่ เขาไม่เคยให้สัมภาษณ์แก่สื่อมวลชนใดเลยไม่ว่า จะเป็นหนังสือพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์ หรือกระทั่งนิตยสาร
อุแม่เจ้า...
นายโมดีใช้การสื่อสารตรงกับประชาชน มีคนอินเดียเป็นเพื่อนกับโมดีทางเฟสบุ๊ต23 ล้านคน และติดตามการทวีตของเขาอีก ราว 10 ล้านคน
ว่ากันว่า ประชากรเหล่านี้คือ กลุ่มคนที่เป็นฐานเสียงสำคัญของนักการเมืองอินเดียเพราะเป็นคนรุ่นใหม่ทั้งนั้น แม้ว่า โมดี จะไม่ให้ราคาผู้สื่อข่าว เพราะต้องการสื่อสารทางเดียว ไม่ยอมถูกตรวจสอบหรือตอบคำถาม แต่นักข่าวอินเดียก็ทำอะไรได้ไม่มากนักเพราะบริษัทเจ้าของสื่อทั้งหลายต้องพึ่งพิงทางการเมืองมากอยู่
เสียงของผู้สื่อข่าวอินเดียเลยเบาว่าเสียงโมดี
เรื่องนี้เป็นอุทธาหรณ์สอนใจครับ
ผมเองนั้นครูพักลักจำมาจนขึ้นใจว่า ถ้าเราประพฤติตนจำเป็นต่อโลก เราก็จะเป็นสิ่งจำเป็นต่อโลก แต่ถ้าไม่ทำตัวจำเป็นต่อโลก โลกก็จะข้ามเราไป
ข้ามไปโดยไม่สนใจด้วยว่า คุณเป็นนายกรัฐมนตรี เป็นนักข่าวใหญ่ นักข่าวน้อยจากที่ไหน
ในสถานการณ์แบบโลกพลิกคว่ำคะมำหงายเช่นนี้ ไม่มีอะไรดีกว่ากระจ่างชัดในหน้าที่ของตน ทำตัวให้จำเป็นต่อโลกและอ่อนโน้มเข้าไว้เพราะโลกมันหดลงเล็กเหลือเกิน เลยทำให้เห็นว่าคนเก่งๆมีเต็มไปหมด
ใครไม่เข้าใจเรื่องพวกนี้ ประเดี๋ยวการเปลี่ยนแปลงก็เก็บกวาดไปเอง อย่าเป็นทุกข์ไปเลย







