
สภาทนายความเข้าช่วยเหลือ"ป้าสังเวียน"
ขณะที่ แพทย์ ชี้อาการยังทรงตัว พบภาวะแทรกซ้อน
ขณะที่ แพทย์ ชี้อาการยังทรงตัว พบภาวะแทรกซ้อน
จากกรณีนางสังเวียน รักษาเพ็ชร์ อายุ 52 ปีชาวจ.ลพบุรี ที่ก่อเหตุใช้น้ำมันราดใส่ตัวเองก่อนจุดไฟเผาบาดเจ็บสาหัส ระหว่างที่มายื่นหนังสือร้องทุกข์ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ทำเนียบรัฐบาล
ล่าสุด เวลา 11.00 น. วันที่ 17 ต.ค. ที่สภาทนายความ นายอุดมเดช ไกรฤทธิ์ นายกสภาทนายความ พร้อมด้วยนายนิวัติ แก้วล้วน เลขาธิการสภาทนายความ นายสุนทร พยัคฆ์ อุปนายกฝ่ายช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย และน.ส.จันทร์จ๋า ทองอร่าม อายุ 41 ปี น้องสาวของผู้บาดเจ็บ ร่วมกันแถลงข่าวเรื่องการให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ผู้เดือดร้อนจากหนี้นอกระบบ
นายอุดมเดช กล่าวว่า เนื่องจากหนี้นอกระบบเป็นหนี้ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย แต่ยังมีผู้ที่ประกอบธุรกิจในรูปแบบนี้ และมีการใช้เล่ห์ให้ชาวนา เกษตรกร ที่ไม่มีโอกาสเข้าถึงการกู้เงินในระบบปกติ จนตกเป็นลูกหนี้นอกระบบ ทางสภาทนายความจึงได้บังคับใช้กฎหมายระยะสั้น และอาจปรับเพิ่มหลักการของกฎหมายเพื่อคุ้มครองลูกหนี้ โดยเฉพาะให้พ้นวิกฤตได้ โดยหากลูกหนี้ถูกบังคับจากเจ้าหนี้จนขาดความปกติสุขในการใช้ชีวิต สามารถแจ้งขอรับความช่วยเหลือได้ที่สำนักงานคณะกรรมการช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคที่มีประจำอยู่ทุกเขตศาลจังหวัด ซึ่งจะให้ทนายความอาสาของสภาทนายความรับเรื่องแล้วนำไปดำเนินการโดยเร็ว ซึ่งในกรณีที่เจ้าหนี้เป็นเครือข่ายในรูปผู้มีอิทธิพล ทางคณะกรรมการช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย จะประสานขอความช่วยเหลือจากทุกภาคส่วนเพื่อดำเนินการให้ความปลอดภัยแก่ลูกหนี้ โดยจะมีทนายความอาสาเข้าให้ความเหมาะสมตามกรณี นอกจากนี้จะมีการจัดอบรบให้ข้อมูลแก่ลูกหนี้ ในเรื่องหลักของการบังคับใช้กฎหมายบังคับชำระหนี้ที่เป็นธรรมในพื้นที่ที่มีการปล่อยเงินกู้นอกระบบ อีกทั้งจะให้ทางคณะกรรมการพิจารณาร่างกฎหมายของสภาทนายความจัดทำร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2485 เพิ่มเติมหมวด 3/1 เรื่องการฟื้นฟูหนี้ของเกษตรกรหรือลูกหนี้รายย่อยที่มียอดหนี้ค้างชำระตั้งแต่ 500,000 บาทขึ้นไปหรือจำนวนอื่นตามที่เห็นสมควร โดยหลักการดังกล่าวนี้จะสามารถช่วยเหลือให้ลูกหนี้เข้าสู่ระบบกระบวนการยุติธรรมได้อย่างรวดเร็ว
ด้านนายสุนทร กล่าวว่า ขณะนี้ทางสภาทนายความมีกองทุนในการช่วยเหลือชาวนาและเกษตรกรอยู่จำนวน 25 ล้านบาท ชาวนาสามารถเข้ามาขอความช่วยเหลือจากทางสภาทนายความได้ ไม่ต้องรอจนต้องฆ่าตัวตาย หรือเผาตนเอง
ด้านน.ส.จันทร์จ๋า กล่าวว่า ในตอนแรกนั้นพี่สาวตนไม่ได้กู้ยืมเจ้าหนี้เป็นเงินสด เพียงแต่เมื่อ4ปีที่แล้ว ไปซื้ออุปกรณ์การทำนามา แล้วให้เจ้าหนี้จ่ายให้ เบ็ดเสร็จแล้วเป็นเงิน 3.5 แสนบาท มีหลักฐานเป็นใบเสร็จเงินค่าของต่างๆที่ใช้ทำนา เนื่องจากตอนนั้นพี่สาวตน ถือว่าเป็นลูกน้องของเจ้าหนี้ เพราะทำหน้าที่ตามเก็บหนี้สินที่มีคนกู้ยืมไปให้อยู่แล้ว หลังจากนั้น พี่สาวตนก็นำข้าวไปจำนำกับรัฐบาลหวังจะมีเงินมาจ่ายหนี้ แต่ล้มเหลว จึงทำให้ไม่มีเงินจ่ายตามกำหนด เจ้าหนี้มักโทรมาทวงหลายครั้ง บอกให้พี่สาวตนเอาเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีอยู่ทั้งหมดในบ้านไปขายเพื่อนำเงินมาใช้หนี้ รวมทั้งติดตามทางโทรศัพท์ด้วยถ้อยคำรุนแรง เพื่อให้ใช้หนี้สิน และยังเคยถูกชายฉกรรจ์มาที่บ้านพักและนำตัวไปด้วย แต่สุดท้ายจึงต้องเข้าร้องทุกข์ที่ทำเนียบรัฐบาล เนื่องจากติดตามกับอำเภอที่ร้องทุกข์ไปก่อนหน้านี้ไม่มีความคืบหน้า
สำหรับความคืบหน้าอาการของ นางสังเวียน นั้น นพ.พลเลิศ พันธุ์ธนากุล รองคณบดีฝ่ายบริการปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการ รพ.วชิรพยาบาล เปิดเผยว่า ขณะนี้ผู้ป่วยมีอาการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ไม่ดี มีภาวะแทรกซ้อน เริ่มจะมีอาการไข้ แต่ทางคณะแพทย์กำลังทำการวินิจฉัย ว่าอาการไข้นั้นเกิดจากพิษของบาดแผลหรือไม่ ส่วนในภาพรวม อาการของคนไข้ถือว่ายังทรงตัว ทั้งในเรื่องของการหายใจและการมองเห็น ยังต้องประเมินรายละเอียดในการรักษาอีกครั้ง ซึ่งทางคณะแพทย์ผู้รักษาจะแถลงรายละเอียดความคืบหน้าอาการของนางสังเวียน ในเวลา 16.00 น.วันนี้







