
"บิ๊กตู่"ถก"ฮุนเซน"ชื่นมื่นร่วมมือเศรษฐกิจ
ประยุทธ์ หารือทวิภาคี ฮุนเซน ชื่นมื่น เคลียร์ใจ ชายแดน ตรียมจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษ-พร้อมเยือนกัมพูชาปลายเดือน ด้าน นายกฯสิงคโปร์ ชวนเยือนประเทศ
ประยุทธ์ หารือทวิภาคี ฮุนเซน ชื่นมื่น เคลียร์ใจ ชายแดน ตรียมจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษ-พร้อมเยือนกัมพูชาปลายเดือน ด้าน นายกฯสิงคโปร์ ชวนเยือนประเทศ
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีหารือทวิภาคีกับ ฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ได้ขอบคุณไมตรีจิตและมิตรภาพ รวมทั้งการสนับสนุนที่ให้กับรัฐบาลไทย การแสดงออกถึงมิตรภาพต่อกันในยามยาก ทั้งสองประเทศจะกระชับความสัมพันธ์กันมากยิ่งขึ้น โดยจะไม่ให้ปัญหาชายแดนเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาการการค้าการลงทุนระหว่างกัน ซึ่งบางพื้นที่สามารถเปิดการค้าขายและพัฒนาเพื่อประโยชน์ร่วมกัน ส่วนการปักปันเขตแดนจะดำเนินการโดยคณะกรรมาธิการร่วมจัดทำหลักเขตแดนทางบก พร้อมเสนอให้มีความร่วมมือแหล่งพลังงานทางทะเลร่วมกัน ไทยเองก็จะรับซื้อสินค้าเกษตร เช่น ในพื้นที่ตาพระยา เพื่อช่วยซื้อสินค้าเกษตรนำมาแปรรูปเพื่อการส่งออกไปต่างประเทศ ซึ่งฝ่ายกัมพูชาให้ความสนใจ และร่วมมือกันต่อไป
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ฝ่ายไทยจะจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษในพื้นที่ชายแดนตรงข้ามปอยเปตของกัมพูชา โดยมีสถานที่อำนวยความสะดวกต่าง ๆ พร้อมโรงงานเล็กเพื่อให้กัมพูชาข้ามเข้ามาทำงานได้สะดวกใกล้บ้าน ซึ่งกัมพูชาอาจพิจารณาจัดตั้งเขตพัฒนาเศรษฐกิจในลักษณะเดียวกันในพื้นที่ติดกันด้วยได้ ซึ่งไทยจะดูแลแรงงานกัมพูชาให้ดีที่สุด ที่ผ่านมาได้จัดตั้งศูนย์ให้บริการจดทะเบียนเบ็ดเสร็จและขอบคุณรัฐบาลกัมพูชาที่ให้การสนับสนุนในเรื่องนี้
นายกรัฐมนตรีกัมพูชาเห็นพ้องกับไทยในการส่งเสริมความสัมพันธ์ด้านการค้า เศรษฐกิจและการท่องเที่ยว รวมทั้งความร่วมมือด้านพลังงาน และเสนอให้มีการพิจารณาเรื่องนี้ในระหว่างที่นายกรัฐมนตรีของไทยจะเดินทางไปเยือนกัมพูชา ในวันที่ 30-31 ตุลาคมนี้
จากนั้นนายกรัฐมนตรีได้หารือทวิภาคีกับนาย ลี เซียนลุง นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ โดยนายกรัฐมนตรี ได้ชี้แจงสถานการณ์ในประเทศไทยให้นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์รับทราบเพื่อสร้างความเชื่อมั่น และต้องการเห็นภาคเอกชนของสิงคโปร์เข้ามาลงทุนในประเทศไทย โดยเฉพาะด้านการแปรรูปสินค้าโภคภัณฑ์ให้มีมูลค่าเพิ่มขึ้น อาทิ ข้าว ยางพารา และน้ำตาล รวมทั้ง ร่วมลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน ผ่านการพัฒนาความเชื่อมโยงระหว่างไทยกับประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียน
ขณะที่ นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ กล่าวว่า เข้าใจสถานการณ์ของไทย และเห็นว่าประเทศไทย และสิงคโปร์มีความสัมพันธ์มายาวนาน โดยเห็นว่าไทยควรเร่งสร้างความมั่นใจให้แก่นักลงทุน และนักท่องเที่ยว จึงเสนอว่าเตรียมเชิญนายกรัฐมนตรีไทยไปอธิบายให้นักธุรกิจของสิงคโปร์ เพื่อสร้างความมั่นใจ ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้ตอบรับแต่ยังไม่กำหนดวันที่ชัดเจน







