posttoday
ธปท.จับตาหนี้ครัวเรือนพุ่งสูงฉุดเศรษฐกิจเปราะบง

ธปท.จับตาหนี้ครัวเรือนพุ่งสูงฉุดเศรษฐกิจเปราะบง

17 ตุลาคม 2557

ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวสุนทรพจน์งานสัมมนาวิชาการประจำปี

ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวสุนทรพจน์งานสัมมนาวิชาการประจำปีของ ธปท.ว่า การดูแลภาคการเงินต้องชั่งน้ำหนักระหว่างการผลักดันกิจกรรมทางเศรษฐกิจกับการรักษาเสถียรภาพ เพื่อนำไปสู่ความพอดีของภาคการเงิน ซึ่งเป็นสิ่งที่ยากและละเอียดอ่อนดังเช่นกรณีของไทยที่ยังมีช่องว่างมากในการเข้าถึงแหล่งทุน โดยผลสำรวจในปี 2556 พบว่ามีเพียง 41% ของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบธนาคารพาณิชย์ได้ เช่นเดียวกับภาคครัวเรือนที่เข้าถึงบริการด้านสินเชื่อภาคการเงินได้ไม่ถึง 40%

แต่ขณะเดียวกันสัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ที่ปรับขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 83% ก็กำลังเป็นที่จับตากันอยู่ในช่วงนี้ว่าจะสะท้อนความเปราะบางทางการเงินมากน้อยเพียงไร

ประสาร กล่าวว่า ธปท.จับตาดูภาวะหนี้ครัวเรือนอยู่ตลอด โดยอัตราการเพิ่มของหนี้ครัวเรือนลดลง ประกอบกับธนาคารพาณิชย์ผู้ให้กู้และประชาชนผู้ขอกู้ก็เริ่มระวังการกู้มากขึ้น และเมื่อดูในรายละเอียดแยกกลุ่มครัวเรือนจะพบว่า กลุ่มที่มีสัดส่วนหนี้สูงคือ กลุ่มที่ครัวเรือนรายได้ต่ำ แต่ครัวเรือนรายได้กลางและสูงยังมีกำลังในการจัดการหนี้ได้อยู่ ทำให้ ธปท.ไม่ห่วงปัญหาหนี้ครัวเรือนมากนักในระยะสั้น

“คงไม่สามารถแก้ให้ลดลงได้โดยฉับพลันทันใจ เพราะหนี้ครัวเรือน 83% อย่าไปตั้งความหวังว่าภายใน 12 ปีนี้มันจะลดลง เพราะเป็นไปไม่ได้มันต้องใช้เวลา และการแก้ไขที่ดีต้องแก้ด้านรายได้ไม่ให้มุ่งแก้หนี้ด้วยหนี้” ประสาร กล่าว

สำหรับการแก้ปัญหาหนี้นั้นในระยะยาวก็ต้องทำ ขณะเดียวกันปัญหาเฉพาะหน้าก็ต้องแก้ แต่สิ่งสำคัญคือหนี้ไม่ได้แก้ด้วยหนี้ ต้องแก้ด้วยรายได้ ลำพังเอาหนี้ดอกเบี้ยต่ำไปแทนหนี้ดอกเบี้ยสูงมันเหมือนกินยาแก้ปวดที่แก้ได้แค่ระยะสั้น แต่ถ้าแก้ด้านรายได้ก็จะได้ไม่ต้องไปกู้หนี้ยืมมาก

เชาว์ เก่งชน กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย กล่าวว่า การเข้าถึงสินเชื่อของประชาชนในธนาคารพาณิชย์ปรับดีขึ้นต่อเนื่อง แต่ธนาคารก็ยังต้องมีการพัฒนาเงื่อนไขการเข้าถึงสินเชื่อในรูปแบบต่างๆ เพิ่มขึ้น ซึ่งเท่าที่ดูปัญหาการเข้าไม่ถึงสินเชื่อในปัจจุบันไม่ได้มีผลมาจากดอกเบี้ยแพง แต่เป็นเพราะ 1.ความเสี่ยงของผู้กู้ที่พอจะรับได้ โดยเฉพาะในกลุ่มของรายย่อยๆ และเอสเอ็มอีที่ยังวิเคราะห์สินเชื่อยาก เพราะไม่มีงบดุล 2.ต้นทุนการให้บริการรายย่อยมากๆ จะควบคุมไม่ได้ เพราะหากติดตามที่ให้บริการรายย่อยมากๆ ต้นทุนยังแพง

เชาว์ กล่าวถึงแนวทางที่ภาครัฐจะมีส่วนช่วยแก้หนี้นอกระบบว่า รัฐบาลคงต้องไปดูโมเดลโครงสร้างของธนาคาร สถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคาร (นันแบงก์) และธนาคารเฉพาะกิจของรัฐก่อน และดูกลุ่มเป้าหมายที่รัฐบาลจะช่วยก่อนว่าจะช่วยระดับใด กลุ่มรายได้เท่าไร ขนาดวงเงินเท่าไร มียอดสินเชื่อเท่าไร และสินเชื่อนั้นหากดูแลในเชิงธุรกิจเป็นอย่างไร เพื่อหาเครื่องมือในการช่วยให้ผู้กู้หรือลูกหนี้อยู่ได้ ขณะเดียวกันก็ไม่ใช่ให้ภาระที่จะช่วยหนี้กลับมาให้ธนาคารหรือรัฐบาลแบกเพิ่ม

อย่างไรก็ตาม ประชาชนสามารถเข้าถึงสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ดีขึ้นต่อเนื่อง แต่ธนาคารยังต้องมีการพัฒนาเงื่อนไขการเข้าถึงสินเชื่อในรูปแบบต่างๆ เพิ่มขึ้น ซึ่งเท่าที่ดูปัญหาการเข้าไม่ถึงสินเชื่อในปัจจุบันไม่ได้มีผลมาจากดอกเบี้ยแพง แต่เป็นเพราะ 1.ความเสี่ยงของผู้กู้ที่พอจะรับได้ โดยเฉพาะในกลุ่มของรายย่อยๆ และเอสเอ็มอีที่ยังวิเคราะห์สินเชื่อยาก เพราะไม่มีงบดุล 2.ต้นทุนการให้บริการรายย่อยมากๆ ไม่สามารถควบคุมได้ เพราะการติดตามให้บริการรายย่อยมากๆ ต้นทุนยังแพงอยู่

สำหรับแนวโน้มปัญหาหนี้ครัวเรือนจะยังไม่ลดลง โดยถ้าจีดีพีปีหน้าโต 45% หนี้ครัวเรือนจะเพิ่มจากปัจจุบันที่ 83% เป็น 85% ในสิ้นปีนี้ และมีแนวโน้มเพิ่มเป็น 8687% ในปีหน้า แต่ก็ไม่ได้น่ากลัว เพราะมาเลเซียมีหนี้ครัวเรือน 8687% เกาหลีใต้ 90%

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท