posttoday
กับดักหนี้ครัวเรือนปัญหาที่รัฐบาลแก้ไขได้ยาก

กับดักหนี้ครัวเรือนปัญหาที่รัฐบาลแก้ไขได้ยาก

16 ตุลาคม 2557

การเผาตัวเองของเกษตรกรหญิงชาวลพบุรี ที่บริเวณศูนย์บริการประชาชน ทำเนียบรัฐบาล

โดย...เกียรติศักดิ์ ผิวเกลี้ยง

การเผาตัวเองของเกษตรกรหญิงชาวลพบุรี ที่บริเวณศูนย์บริการประชาชน ทำเนียบรัฐบาล ระหว่างมาติดตามเรื่องร้องเรียนการเป็นหนี้สินนอกระบบ แต่ปัญหากลับยังไม่ได้รับการแก้ไขทั้งที่ได้ร้องเรียนมานานหลายเดือน สะท้อนปัญหาการขาดการติดตามงานอย่างต่อเนื่องของเจ้าหน้าที่รัฐ ที่ได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรี

ก่อนหน้านี้ ก็มีปัญหาชาวนาไม่ได้รับเงินจำนำข้าวจากรัฐบาลในโครงการรับจำนำข้าวจนคิดมากเสียชีวิตไปหลายคน เพราะไม่มีเงินไปจ่ายหนี้นอกระบบที่กู้ยืมมา ส่งผลให้ปัญหาหนี้นอกระบบกลายเป็นปัญหาของสังคมไทยที่หลายฝ่ายวิตก เพราะทำให้คนที่เป็นหนี้หาทางออกไม่ได้จนตรอมใจตายและรุนแรงถึงขั้นพยายามฆ่าตัวตายอย่างในกรณีที่เพิ่งเกิดล่าสุด

สอดคล้องกับบริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ที่ประเมินออกมาล่าสุดว่า ระดับหนี้ครัวเรือนไทยมีแนวโน้มที่จะสูงขึ้น โดยขยับอย่างต่อเนื่องอยู่ระดับ 85% ของจีดีพี เพิ่มจากปีที่ผ่านมาที่อยู่ระดับ 83% ของจีดีพี ทำให้ประชาชนมีภาระจ่ายเงินต้นและดอกเบี้ยสูงถึง 3040% ของรายได้ หรือ 1 ใน 3 ของรายได้ และบางรายสูงเกือบครึ่งของรายได้

ปัญหาที่ตามมาภาระจ่ายหนี้ที่สูง ทำให้ความสามารถการกู้เงินในอนาคตน้อยลงและมีปัญหาของการกู้หนี้ใหม่มาใช้หนี้เก่า โดยเฉพาะกลุ่มเกษตรกรน่าเป็นห่วงที่มีรายได้ไม่แน่นอน เข้าไม่ถึงสินเชื่อของสถาบันการเงินทำให้ต้องไปกู้เงินนอกระบบ โดยหนี้ครัวเรือนในอนาคตจะทวีความรุนแรงมากขึ้น เพราะอัตราดอกเบี้ยมีแนวโน้มสูงขึ้น

ก่อนหน้านี้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ก็ออกมาเตือนปัญหาหนี้ครัวเรือนปี 2557 ของไทยอยู่ที่ 80% ของจีดีพี เทียบกับปี 2551 หนี้ครัวเรือนของไทยอยู่ที่ 55% ของจีดีพี หนี้ครัวเรือนที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วส่วนหนึ่งมาจากโครงการประชานิยมของรัฐบาล ทั้ง กองทุนหมู่บ้าน และโครงการรถคันแรก

ปัญหาหนี้ครัวเรือนที่รุนแรงไม่มีแนวโน้มลดลงเป็นสิ่งที่รัฐบาลต้องเร่งแก้ไข แม้ว่ารัฐบาลปัจจุบันจะไม่มีโครงการประชานิยมให้ประชาชนเร่งใช้จ่ายเป็นหนี้เพิ่มขึ้นก็ตาม เพราะการเข้ามาของรัฐบาลต้องแก้ทั้งปัญหาเก่าและใหม่ที่เกิดขึ้น ไม่สามารถเลือกที่รักมักที่ชังได้

แต่โจทย์ของการแก้หนี้ครัวเรือนเป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องคิดใหม่ทำใหม่กันครั้งใหญ่ เพื่อให้การแก้ไขปัญหาได้ผลแตกต่างจากที่ผ่านมา ที่มีการแก้หลายครั้งแต่ปัญหาหนี้นอกระบบก็ยังไม่ทุเลาลง เป็นการแก้ให้ได้ชื่อว่ารัฐบาลได้ทำแล้วเสียเป็นส่วนใหญ่

การแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนในอดีต แต่ดำเนินการแก้ไขปัญหาในรูปแบบเก่า เช่น ให้มาลงทะเบียนแก้หนี้ พักชำระหนี้ให้ เป็นการลดภาระดอกเบี้ยให้เจ้าหนี้และไม่ต้องจ่ายเงินต้นชั่วคราว แต่หนี้ที่แท้จริงก็ยังอยู่เท่าเดิม เมื่อต้องกลับมาชำระหนี้เหมือนเดิมก็เกิดปัญหาชักหน้าไม่ถึงหลังชำระหนี้ได้เหมือนเดิม

ส่วนการแก้หนี้นอกระบบ รัฐบาลก็ใช้แต่วิธีการการโอนเข้ามาในระบบ โดยมีแบงก์รัฐปล่อยหนี้ให้เจ้าหนี้ไปชำระหนี้นอกระบบ แต่ก็พบว่าลูกหนี้มีการกลับไปเป็นหนี้นอกระบบอีก ทำให้ปัญหาทวีความรุนแรง เพราะมีหนี้นอกระบบที่ไปก่อใหม่ก็ใช้ไม่ได้ หนี้ในระบบก็ขาดชำระ เป็นปัญหาทั้งลูกหนี้และเจ้าหนี้ที่เป็นแบงก์รัฐ เกิดความเสียหายมีหนี้เสียเพิ่มขึ้น

นอกจากนี้ รัฐบาลที่ผ่านมายังพยายามแก้ไขหนี้ครัวเรือน โดยการพยายามกระตุ้นเศรษฐกิจให้ขยายตัวมากที่สุด เพื่อเพิ่มรายได้ให้กับประชาชนเพิ่มมากขึ้น มีการเพิ่มค่าแรง เพิ่มเงินเดือนให้ข้าราชการ ขณะเดียวกันก็มีการลดรายจ่าย ดูแลราคาพลังงาน คุมราคาสินค้า แต่ก็ทำได้จำกัด ทำมากก็กระทบฐานะการคลังของประเทศ

อย่างไรก็ตาม การเพิ่มรายได้ลดรายจ่ายก็ไม่สามารถแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนได้ เพราะรายได้ที่เพิ่มขึ้นไม่ทันรายจ่ายที่วิ่งแซงหน้า ส่งผลให้ยังไม่มีรายได้เหลือมากพอที่จะไปชำระหนี้ได้มากขึ้นอย่างที่ควรเป็น

ดังนั้น รัฐบาลปัจจุบันจะแก้ปัญหาหนี้สินครัวเรือนให้หมดไปเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ แต่รัฐบาลสามารถที่จะช่วยให้ประชาชนเป็นหนี้สินครัวเรือนให้น้อยลงได้

อันดับแรก รัฐบาลต้องไม่เป็นผู้ทำให้หนี้สินครัวเรือนมากขึ้น โดยการออกประชานิยมให้ประชาชนสร้างหนี้เพิ่มขึ้นอย่างไม่ควรเป็นเหมือนที่ผ่านมา ซึ่งถือว่ารัฐบาลเดินมาถูกทางที่ประกาศไม่ทำโครงการประชานิยม ทำให้ประชาชนเสียวินัยทางการเงิน

นอกจากนี้ รัฐบาลต้องสร้างวินัยทางการเงินให้กับประชาชนให้รู้จักการออมมากขึ้น เมื่อประชาชนรักการออมมากขึ้นก็จะสร้างหนี้ลดลงไปในตัวนั้นเอง ซึ่งรัฐบาลต้องมีมาตรการส่งเสริมให้ประชาชนออมเงินในรูปแบบต่างๆ ให้มากกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

ขณะเดียวกันรัฐบาลก็ต้องบริหารเศรษฐกิจภาพรวมให้ขยายตัวแบบยั่งยืน เพื่อให้ประชาชนมีรายได้ที่แน่นอน สามารถวางแผนการเงินของตัวเองได้ในระยะยาวมากขึ้น เพราะเศรษฐกิจไทยที่ผ่านมาต้องถือว่าขยายตัวผันผวนอย่างมาก บางปีขยายตัวได้ถึง 56% ประชาชนมีรายได้มากขึ้นก็สร้างหนี้เพิ่มขึ้น แต่พอปีต่อมาเศรษฐกิจขยายตัวไม่ได้เลย หรือบางปีขยายตัวติดลบ ประชาชนมีปัญหารายได้ลดลงไม่พอที่จะชำระหนี้ ทำให้ปัญหาหนี้ครัวเรือนของไทยเพิ่มสูงขึ้น

ขณะเดียวกันรัฐบาลต้องเพิ่มรายได้และลดรายจ่ายของประชาชนให้เพียงพอและยั่งยืน ในส่วนของการเพิ่มรายได้ไม่ว่าจะเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำ รัฐบาลต้องคิดให้รอบคอบไม่ให้กระทบกับนายจ้างจนอยู่ไม่ได้เหมือนที่ผ่านมา เพราะนอกจะไม่ช่วยแล้วและยังซ้ำเติมเพราะประชาชนถูกเลิกจ้างงานหรือลดค่าแรง ทำให้มีปัญหาในการชำระหนี้

การขึ้นเงินเดือนข้าราชการซึ่งรัฐบาลมีนโยบายเพิ่มขึ้นให้ 8% ในปีหน้า ต้องไม่ให้เป็นภาระงบประมาณ เพราะอาจได้ไม่คุ้มเสีย เพราะเพิ่มรายได้แต่มีปัญหาฐานะการเงินการคลังตามมาในภายหลัง

สำหรับการลดรายจ่ายไม่ว่าจะเป็นการอุดหนุนราคาพลังงานก็ไม่ทำเป็นการถาวร ควรเลิกให้ไวที่สุดเพื่อไม่ให้เป็นภาระการเงินการคลังของประเทศ เพราะต้องใช้เงินปีละไม่ต่ำกว่า 1 แสนล้านบาท และทำให้การใช้พลังงานเกิดการบิดเบือน ประชาชนไม่ประหยัด

ขณะที่ดูแลราคาสินค้าอุปโภคบริโภคก็ไม่ควรควบคุมราคาเพราะส่งผลดีในระยะสั้นแต่จะส่งผลกระทบในอนาคต เมื่อต้องปล่อยให้มีการขึ้นราคาสินค้า ก็จะทำให้ประชาชนต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดด

ด้านนโยบายการขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มจาก 7% เป็น 10% รัฐบาลก็ต้องคำนึงถึงรายจ่ายของประชาชนที่เพิ่มขึ้นตามมา แม้ว่าการเพิ่มภาษีมูลค่าเพิ่มเป็นเรื่องที่เลี่ยงไม่ได้ แต่ก็ต้องดูจังหวะและอัตราการเพิ่มขึ้นให้เหมาะสม เพื่อไม่ให้กระทบกับรายจ่ายของประชาชนจนไปกระทบกับรายได้ โดยเฉพาะกำลังในการชำระหนี้ให้ลดลง ซึ่งจะทำให้หนี้ครัวเรือนทวีความรุนแรงมากขึ้นอย่างที่หลายฝ่ายกังวล

ถึงเวลานี้รัฐบาลต้องยอมรับว่าหนี้ครัวเรือนของประเทศรุนแรง ที่อยู่เฉยต่อไปไม่ได้ต้องมีการแก้ปัญหาอย่างจริงจังให้หนี้ครัวเรือนอยู่ในระดับที่เหมาะสม ไม่เป็นปัญหากับเศรษฐกิจโดยรวม การไม่ทำประชานิยมเร่งหนี้ครัวเรือนเพิ่มขึ้นถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่ถูกทางแล้วแต่ยังไม่พอ เพราะรัฐบาลต้องเร่งการเพิ่มรายได้และลดรายจ่ายของประชาชนอย่างยั่งยืน ไม่ฝืนกลไกตลาด ก็ถือว่ารัฐบาลทำได้สำเร็จแล้ว ซึ่งเป็นเรื่องไม่ง่ายและอาจไม่สามารถแก้ไขได้ในรัฐบาลนี้แต่หนีความรับผิดชอบในฐานะของรัฐบาลที่เข้ามาเพื่อปฏิรูประเทศครั้งใหญ่

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท