posttoday
อนาคตท่องเที่ยวไทยในปี 2558

อนาคตท่องเที่ยวไทยในปี 2558

16 ตุลาคม 2557

เท่าที่ผมได้ติดตามและรวบรวมข่าวที่เกี่ยวกับความน่าจะเป็นของเศรษฐกิจไทยในปี 2558 ที่กำลังจะมาถึงอีกไม่นานจากนี้ไป พอสรุปได้ว่า สำนักพยากรณ์ทางเศรษฐกิจในประเทศเราส่วนใหญ่ต่างมีความเห็นไปในทิศทางเดียวกัน ว่าสถานการณ์ทางเศรษฐกิจบ้านเราน่าจะกระเตื้องไปในทิศทางที่ดีขึ้นกว่าในปีนี้ ทั้งภาคการส่งออก ราคาสินค้าการเกษตร และรวมถึงภาคการท่องเที่ยวด้วยครับ

เท่าที่ผมได้ติดตามและรวบรวมข่าวที่เกี่ยวกับความน่าจะเป็นของเศรษฐกิจไทยในปี 2558 ที่กำลังจะมาถึงอีกไม่นานจากนี้ไป พอสรุปได้ว่า สำนักพยากรณ์ทางเศรษฐกิจในประเทศเราส่วนใหญ่ต่างมีความเห็นไปในทิศทางเดียวกัน ว่าสถานการณ์ทางเศรษฐกิจบ้านเราน่าจะกระเตื้องไปในทิศทางที่ดีขึ้นกว่าในปีนี้ ทั้งภาคการส่งออก ราคาสินค้าการเกษตร และรวมถึงภาคการท่องเที่ยวด้วยครับ

ผมเองก็อยากจะเชื่อในแบบนี้ด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะในภาคการท่องเที่ยวว่าจะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาบ้านเรามากขึ้น แต่ก็ยังอดกังวลไม่ได้ว่าอาจจะเป็นเพียงนักท่องเที่ยวเชิงปริมาณ เช่น กรุ๊ปทัวร์ ราคาถูกจากประเทศที่มีพลเมืองเยอะ เดินทางไม่ไกลจากประเทศต้นทาง มีระยะวันพักที่ค่อนข้างสั้น มีค่าใช้จ่ายระหว่างการพักไม่มากนัก เท่านั้นที่อาจจะมีเพิ่มขึ้นในขณะที่นักท่องเที่ยวกระแสหลักหรือนักท่องเที่ยวอิสระหรือนักท่องเที่ยวซ้ำ โดยเฉพาะจากกลุ่มประเทศคู่ค้าจากประเทศในแถบยุโรปหลายประเทศ ที่มีวิถีชีวิตและรูปแบบการท่องเที่ยวพักผ่อนที่มีการจับจ่ายใช้สอยสูงและมีวันเข้าพักค่อนข้างนาน อาจจะชะลอตัวในการเข้ามาเที่ยวประเทศไทยในปี 2558 ครับ

เหตุผลหลักคือ แนวโน้มการจ้างงานในหลายประเทศของยุโรป จะลดลง โดยเฉพาะคนในวัยหนุ่มสาวที่นิยมการท่องเที่ยวเดินทางไกล เพราะที่ยุโรปส่วนใหญ่จะคัดคนหนุ่มสาวที่เข้ามาร่วมงานไม่นานนักออกก่อนครับ แต่เก็บคนในองค์กรที่ทำงานมานานและสูงวัยให้ทำงานต่อ เพราะคนหนุ่มสาวมีความคล่องตัวในการหางานใหม่ มากกว่าคนเก่าๆ และคนแก่ๆ เพราะนอกจากท่านเหล่านี้จะมี วัยวุฒิและประสบการณ์การทำงานสูงที่จะเป็นประโยชน์ต่อองค์กรแล้ว

ยังถือได้ว่าเป็นการแสดงออกของการรับผิดชอบของค่าใช้จ่ายทางสังคมอีกทางหนึ่ง เพราะถ้าหากให้คนสูงวัยตกงานก็จะตกเป็นภาระต่อสวัสดิการสังคมส่วนรวม ที่ใช้เงินภาษีของราษฎรมาให้กับคนตกงานสูงวัยเหล่านี้ใช้จ่ายตลอดไป ดังนั้นหลายองค์กรธุรกิจจึงยอมแบกรับต้นทุนค่าจ้างงานตรงนี้ไว้ครับ แม้ว่าจะมีค่าแรงงานสูงกว่าที่จะให้พนักงานหนุ่มสาวทำงานต่อไปแทนก็ตาม นอกจากนี้ยังมีค่าใช้จ่ายในการเดินทาง การคมนาคมที่สูงขึ้น รวมทั้งการแข็งค่าของเงินบาทกับเงินตราต่างประเทศหลายสกุลที่ไม่ได้อิงกับเหรียญสหรัฐ อาทิ เงินยูโร เงินเหรียญออสเตรเลีย เป็นต้น

ส่วนเรื่องสาเหตุที่จะเป็นอุปสรรคภายในของเราเองนั้นคงไม่ต้องพูดถึงมากนะครับ ส่วนใหญ่ก็พอทราบๆ กันแล้ว ไม่ว่าจะเป็นกฎอัยการศึกหรือกรมธรรม์ประกันภัยที่ไม่คุ้มครองความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวหากมีเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมืองเกิดขึ้น รวมทั้งการแทรกแซงของหลายประเทศที่เกี่ยวกับระบบการปกครองบ้านเรา ที่ยังไม่มีการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ ฯลฯ

จากข้อเท็จจริงนี้แล้วนั้น ในทัศนะของผมสาเหตุสำคัญที่ทำให้นักท่องเที่ยวอาจจะมีไม่มากนักในปี 2558 ผมว่านโยบายการทำการตลาดท่องเที่ยวเชิงรุกของภาครัฐเรายังไม่มีมากและดีพอที่จะไปกระตุ้นความสนใจ ให้ทั้งผู้ประกอบการและนักท่องเที่ยวให้ความสนใจอย่างเพียงพอครับ ในอีกนัยหนึ่งหากจะเขียนแบบตรงไปตรงมา ว่านักท่องเที่ยวหลายๆ กลุ่มเป้าหมาย เรายังไม่ได้ขยับกลยุทธ์เลยก็คงไม่ผิดหรอกครับ

ลองดูตัวอย่างสักเล็กน้อยนะครับ

นักท่องเที่ยวกลุ่มประชุมสัมมนา หรือไมซ์ (MICE) และผู้ติดตาม รัฐบาลควรจะออกค่าใช้จ่ายในด้านประกันภัย หรือรับรองความปลอดภัยให้ระหว่างที่อยู่ในประเทศไทย เพราะค่าใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวคุณภาพกลุ่มนี้ระหว่างที่พำนักในบ้านเราสูงดีมากครับ หรือว่าถ้าจะให้เร้าใจมากขึ้น ผมว่าเปิดฟรีวีซ่าเข้าประเทศไทยให้เฉพาะนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ตลอดปีปฏิทิน 2558 ไปเลยจะดีมากครับ

เรือสำราญที่มีนักท่องเที่ยวคุณภาพจากหลากหลายทวีป ที่ปัจจุบันส่วนใหญ่ใช้สิงคโปร์เป็นศูนย์กลาง ควรจะมีแผนงานของภาครัฐครอบคลุม ทั้งความรวดเร็วของพิธีการเข้าเมือง ความสะดวกสบาย ความปลอดภัยอย่างยั่งยืน เพื่อเตรียมการช่วงชิงส่วนแบ่งการตลาดในระยะยาวครับ โดยเฉพาะเส้นทางการคมนาคมทางเรือใหม่ๆ ในอนาคตที่สามารถผ่านหลายประเทศในกลุ่มอาเซียนที่ไทยเราได้เปรียบทางภูมิศาสตร์มากกว่าประเทศคู่แข่ง

แผนงานโฆษณาประชาสัมพันธ์ของภาครัฐ เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่จะเข้ามาเที่ยวในกลุ่มประเทศอาเซียนทั้งทางบกและทางอากาศ เพื่อให้ใช้ไทยเป็นศูนย์กลางและพ่วงในรายการทั้งในด้านที่พักและสันทนาการนับแต่ปี 2558 เป็นต้นไป โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวกลุ่มเป้าหมายหลักจากหลายประเทศตะวันตก รวมทั้งสหรัฐที่จะเดินทางไปพม่า ลาว เขมร เวียดนาม ซึ่งคาดว่าน่าจะมีแนวโน้มสูงขึ้นทั้งปริมาณและคุณภาพในอนาคตที่ไม่นานจากนี้ครับ

กลุ่มนักท่องเที่ยวสุขภาพต่างชาติ ที่เราควรจะสร้างความเชื่อมั่นให้พวกเขาได้พักฟื้นต่อในไทยหลังจากการรักษาตัวจากโรงพยาบาลในกรุงเทพฯ โดยเฉพาะควรมีการเชิญชวนให้เข้าพักในพื้นที่พัทยา ภูเก็ต หัวหิน ศรีราชา หรือเชียงใหม่ เป็นต้น

ควรมีการรณรงค์โครงการนักท่องเที่ยวประเภท VFR ตลอดปี 2558 (Visit Friends and Relatives) รวมถึงพี่น้องชาวไทยที่ไปใช้ชีวิตในต่างแดนให้กลับมาเยี่ยมเยียนญาติพี่น้องในประเทศไทย พ่อแม่ญาติพี่น้องมิตรสหายของกลุ่มชาวต่างชาติ ที่มีถิ่นพักอาศัยในประเทศไทยและกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มีเส้นทางการบินผ่านประเทศไทยเพื่อไปเยี่ยมญาติในต่างทวีปให้มาแวะพัก แวะช็อปปิ้งในประเทศไทยก่อนหรือหลังภารกิจ อาทิ พี่น้องชาวอินเดีย จีน ที่จะไปเยี่ยมคนรู้จักในทวีปออสเตรเลีย เป็นต้น

นอกจากนี้ ผมเชื่อว่าภายใต้สถานการณ์กฎอัยการศึกของบ้านเราที่ยังเป็นอุปสรรคทางการท่องเที่ยวอยู่นั้น ผมว่าหากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะออกมารับประกันความปลอดภัยโดยใช้วิธีอย่างเดิมในอดีตที่เราเคยทำมา คือให้คำมั่นว่าหากนักท่องเที่ยวรายใดได้รับอุบัติภัยที่เกิดจากสถานการณ์การชุมนุมทางการเมืองตลอดเวลาที่ท่องเที่ยวในประเทศไทยแล้ว นอกจาก คสช.จะดูแลรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลทั้งหมดแล้ว ยังจะแถมเงินให้อีกรายละ 1 ล้านบาท กลับบ้านอีกด้วย ผมว่านักท่องเที่ยวส่วนหนึ่งจะมีความเชื่อมั่นในสถานการณ์ทางการเมืองในปัจจุบันที่นิ่งๆ ในแบบไทยๆ ของเรามากขึ้นนะครับ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท