
ฤกษ์ดีแก้พลังงาน
ท่ามกลางปัญหาหนักของคนไทยที่กำลังเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจซบเซาอย่างต่อเนื่อง แต่ในความชะงักงันของเศรษฐกิจที่กัดกินคนไทยในทุกหย่อมหญ้า ก็มีความโชคดีเกิดขึ้นอย่างคาดไม่ถึง เมื่อราคาน้ำมันในตลาดโลกลดลงอย่างฮวบฮาบ จนต่ำสุดในรอบ 4 ปีเศษ
ท่ามกลางปัญหาหนักของคนไทยที่กำลังเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจซบเซาอย่างต่อเนื่อง แต่ในความชะงักงันของเศรษฐกิจที่กัดกินคนไทยในทุกหย่อมหญ้า ก็มีความโชคดีเกิดขึ้นอย่างคาดไม่ถึง เมื่อราคาน้ำมันในตลาดโลกลดลงอย่างฮวบฮาบ จนต่ำสุดในรอบ 4 ปีเศษ
แน่นอนว่า ผลของการที่ราคาน้ำมันลดต่ำลงย่อมส่งผลดีโดยตรงต่อระบบเศรษฐกิจ เพราะทำให้ต้นทุนของผู้ประกอบการและค่าครองชีพของประชาชนลดลง
ในสถานการณ์แบบนี้ เป็นโอกาสดีที่รัฐบาลจะได้เดินหน้าปฏิรูปโครงสร้างพลังงาน ทั้งน้ำมันและก๊าซให้เห็นเป็นรูปธรรม เพื่อลดความบิดเบี้ยวของราคา
ขณะเดียวกัน ก็เป็นช่วงจังหวะที่ดีที่รัฐบาลจะแก้ไขหนี้สินก้อนโตจากมาตรการพยุงราคา โดยไม่กระทบกับเงินในกระเป๋าของประชาชนผู้ใช้พลังงานมากนัก
แนวทางที่กระทรวงพลังงานกำลังดำเนินการอย่างมีศิลปะ ด้วยการไม่ขยับปรับเพิ่มอัตราการนำส่งเงินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงแบบทันทีทันใดในขณะนี้ ถือเป็นเรื่องที่ควรสนับสนุน
นั่นเท่ากับว่าเป็นการเปิดทางให้ผู้ค้าน้ำมันในตลาด ส่งผ่านการลดราคาขายปลีกน้ำมันไปยังผู้บริโภคได้ง่ายขึ้น ซึ่งจะเป็นการช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของครัวเรือนที่กำลังทุกข์ระทม แม้ว่าจะมีช่องในการปรับเงินนำส่งกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงของน้ำมันแต่ละประเภทอีกไม่น้อยกว่า 5060 สตางค์ เมื่อพิจารณาจากค่าการตลาดที่สูงถึงลิตรละ 1.93 บาท เป็นอย่างน้อย
เพราะฐานะของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่ติดลบอยู่ประมาณ 2,200 ล้านบาทนั้น สามารถขยับขึ้นเป็นบวกได้ในเวลาแค่ 1520 วันเศษ จากการเรียกเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงในปัจจุบัน ที่เก็บดีเซลลิตรละ 3 บาท เบนซิน 95 ลิตรละ 9.65 บาท แก๊สโซฮอล์ 95 เก็บลิตรละ 4.15 บาท แก๊สโซฮอล์ 91 เก็บลิตรละ 2.45 บาท แก๊สโซฮอล์ อี20 เก็บลิตรละ 70 สตางค์
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลควรจะพิจารณาหาทางขยับขึ้นราคาก๊าซแอลพีจีครัวเรือนและภาคขนส่งที่ปัจจุบันยังไม่สะท้อนราคาที่แท้จริงอย่างค่อยเป็นค่อยไป เช่นเดียวกับการขยับราคาแก๊สโซฮอล์ อี85 ขึ้นมาให้เหมาะสม จากที่อุดหนุนอยู่ลิตรละ 8 บาทเศษ ในช่วงที่ราคาน้ำมันอยู่ในช่วงขาลง เพื่อให้ประชาชนและครัวเรือนค่อยปรับตัว
ขณะเดียวกัน เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมในระยะอันใกล้ รัฐบาลก็ควรพิจารณาขยับภาษีน้ำมันดีเซลขึ้นมาให้อยู่ในระดับปกติแทนการตรึงราคาไว้ลิตรละไม่เกิน 30 บาท เพื่อบังคับให้ผู้ใช้น้ำมันวันละ 54 ล้านลิตร รู้จักประหยัดพลังงาน และเลิกนำส่งเงินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อแก้ปัญหาการบิดเบือนราคาน้ำมันดีเซล







