posttoday
ส่องห้องวิปสนช."ถอดถอน"สะดุด

ส่องห้องวิปสนช."ถอดถอน"สะดุด

16 ตุลาคม 2557

ไม่ว่า สนช.จะทำอย่างไรก็ต้องมีฝ่ายไม่พอใจ ถ้าไม่ทำก็อาจถูกฟ้องร้องละเว้นการปฏิบัติหน้าที่

โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

คดีถอดถอน "นิคม ไวยรัชพานิช" อดีตประธานวุฒิสภา และ "สมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์" อดีตประธานรัฐสภา จากคดีการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่มาของ สว.โดยมิชอบ ได้กลายเป็นเผือกร้อนของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เป็นที่เรียบร้อย ดังจะเห็นได้จากการประชุมคณะกรรมาธิการสามัญกิจการ สนช. (วิป สนช.) ที่มี "พรเพชร วิชิตชลชัย" ประธาน สนช. มานั่งหัวโต๊ะ เมื่อวันที่ 14 ต.ค. เป็นไปอย่างเคร่งเครียดถึงขั้นต้องให้เป็นการประชุมลับ

การประชุมเป็นความลับถึงขนาดที่ต้องเชิญเจ้าหน้าที่ประจำวิป สนช.ออกนอกห้องประชุมทั้งหมด เพื่อให้เหลือเพียงแต่สมาชิก สนช.ประชุมกันเอง ทั้งๆ ที่ปกติแล้วการประชุมลับในเรื่องใดมักจะต้องมีเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนั้นคอยทำหน้าที่อำนวยความสะดวกให้กับการประชุม แต่เมื่อวิป สนช.ได้สั่งให้เป็นการประชุมแบบลับสุดยอดแบบเมื่อวันที่ 14 ต.ค. จึงเท่ากับว่าการประชุมในวันดังกล่าวไม่ได้มีการบันทึกการประชุมอย่างเป็นทางการ

ในการประชุมลับ ประธาน สนช.ได้อธิบายหลักกฎหมายเกี่ยวกับอำนาจของ สนช.ในเรื่องการถอดถอนว่า สนช.ถือเป็นวุฒิสภาตามรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว 2557 มาตรา 6 ดังนั้น สนช.ควรจะต้องรับเรื่องการถอดถอนมาจากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เอาไว้ก่อน และเร่งบรรจุเป็นระเบียบวาระให้ สนช.พิจารณาภายใน 30 วัน ส่วนการจะดำเนินการถอดถอนหรือไม่ ก็ให้ที่ประชุม สนช.ตัดสินกันเอง

"เรื่องนี้ไม่ว่า สนช.จะทำอย่างไรก็ต้องมีฝ่ายไม่พอใจ ถ้าเราไม่ทำเราก็อาจถูกฟ้องร้องว่าละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ หรือถ้าเราทำก็อาจถูกฟ้องร้องได้เช่นกัน" แหล่งข่าวจากวิป สนช. อ้างคำพูดของประธาน สนช. ที่พูดกับวิป สนช.

ขณะเดียวกัน การประชุมวิป สนช.ครั้งล่าสุดที่ผ่านมา มีข้อสังเกตที่เป็นที่น่าสนใจอยู่ 2 ประการ ได้แก่ 1.ประธาน สนช.ได้นัดประชุมวิปเพื่อหารือเรื่องการถอดถอน โดยที่ไม่ได้นำเอกสารและความเห็นของ ป.ป.ช.มาให้กับวิป สนช. และ 2.สำนักกฎหมาย หน่วยงานสังกัดภายใต้สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ได้ทำความเห็นทางกฎหมายในเรื่องอำนาจการถอดถอนบุคคลออกจากตำแหน่งของ สนช. มาให้วิป สนช.รับทราบ

สาระสังเขปในความเห็นของสำนักกฎหมายที่เสนอมายัง สนช. มีด้วยกัน 2 ข้อ ที่แสดงให้เห็นว่า สนช.ไม่มีอำนาจดำเนินการถอดถอน ประกอบด้วย 1.การถอดถอนในกรณีนี้ได้มีการบัญญัติความผิดตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 270 ซึ่งรัฐธรรมนูญฉบับ 2550 ได้ถูกยกเลิกไปแล้วตามประกาศของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จึงถือว่าไม่มีกฎหมายกำหนดบทลงโทษ ประกอบกับรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว 2557 ได้บัญญัติอำนาจการถอดถอนให้กับ สนช.เอาไว้ และ 2.ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองทั้งสองคนได้พ้นจากตำแหน่งไปแล้ว ย่อมทำให้ขาดองค์ประกอบทางกฎหมายเพื่อดำเนินการถอดถอน

ที่สุดแล้วในเมื่อวิป สนช.ไม่สามารถลงความเห็นได้ว่าจะให้ที่ประชุมใหญ่ สนช.รับเรื่องการถอดถอน "นิคม-สมศักดิ์" หรือไม่ ที่ประชุมวิป สนช.จึงมีความเห็นร่วมกันเพียงแค่การให้ที่ประชุม สนช.ใหญ่เป็นผู้ตัดสินใจเอง และให้การประชุม สนช. ในวันที่ 17 ต.ค. เป็นการประชุมลับ

ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายอย่าง ประพันธ์ นัยโกวิท อดีตกรรมการการเลือกตั้ง ให้ทัศนะต่อประเด็นนี้แบบให้คิดสองทางว่า หากเป็นความผิดจากการกระทำทุจริต ป.ป.ช.มีอำนาจส่งให้ สนช.พิจารณาได้ เนื่องจากพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 ยังมีผลบังคับใช้อยู่ แต่ถ้าผิดตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 ป.ป.ช.อาจไม่สามารถส่งเรื่องให้ สนช.ดำเนินการได้ เนื่องจากรัฐธรรมนูญ 2550 ถูกยกเลิกไปแล้ว

เจษฏ์ โทณะวณิก นักวิชาการอิสระ กล่าวว่า สนช.มีอำนาจในการรับเรื่องจาก ป.ป.ช. เนื่องจากมาตรา 6 วรรค 2 แห่งรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว ระบุไว้ว่า สนช.มีหน้าที่เทียบเท่ากับสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา หลังจากพิจารณาจากมาตรานี้ว่ามีอำนาจในการรับเรื่อง ประเด็นต่อมาคือการพิจารณาว่าจะใช้กฎหมายใด ซึ่งในสถานการณ์ปกติ คือ พ.ร.บ.ว่าด้วยคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ซึ่งตามประกาศฉบับที่ 24/2557 รับรองไว้ว่า แม้จะยกเลิกรัฐธรรมนูญ 2550 แต่ พ.ร.บ.ยังคงอยู่ ดังนั้น สนช.จึงมีอำนาจในการรับเรื่องพิจารณาและ ถอดถอนผู้กระทำผิดได้

"แม้รัฐธรรมนูญปี 2550 จะถูกระงับ แต่ความผิดไม่ได้ถูกระงับไปด้วย เช่น หากยกเลิกประมวลกฎหมายอาญา แต่ความผิดทางอาญายังคงอยู่ เมื่อประกาศใช้ประมวลกฎหมายอาญาอีกครั้ง ความผิดนั้นต้องถูกนำมาพิจารณา เช่นเดียวกับความผิดที่กระทำภายใต้รัฐธรรมนูญปี 2550 แม้รัฐธรรมนูญจะถูกยกเลิกไป แต่เมื่อขณะนี้มีรัฐธรรมนูญชั่วคราว ความผิดนั้นก็ต้องถูกนำกลับมาพิจารณาเช่นกัน" เจษฏ์ ระบุ

สุจิต บุญบงการ อดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ กล่าวว่า ในเมื่อขณะนี้ไม่มีสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ของ สนช.ในการรับพิจารณา เพราะรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวระบุไว้ชัดเจนว่า สนช.มีหน้าที่เหมือนกับรัฐสภา สนช.จึงควรรับเรื่องดังกล่าวไว้พิจารณาว่ามีความเป็นไปได้มากขึ้นในการถอดถอน

ทั้งนี้ แม้รัฐธรรมนูญ 2550 ถูกยกเลิกไปแล้ว แต่กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญยังคงอยู่ นอกจากนั้นยังสามารถพิจารณาได้จากการปฏิบัติงานของ ป.ป.ช. ที่อยู่ภายใต้กรอบกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ก่อนส่งเรื่องมายัง สนช. ดังนั้น สนช.จึงมีอำนาจในการรับพิจารณา ส่วนจะ ถอดถอนหรือไม่ขึ้นอยู่กับ สนช.

ทั้งหมดนี้ไม่ว่าจะถอดถอนหรือไม่ถอดถอน สนช.จะต้องมีคำอธิบายต่อสังคม

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท