
แอ็บไพร่ ขอคืนพื้นที่ ตำรวจมะเขือเทศ ทหารแตงโม พาเหรดจ่อคิวบรรจุพจนานุกรม
8...ธเนศน์ นุ่นมัน
คําใหม่ๆ ที่ใช้สื่อสารระหว่างกันผุดขึ้นมากมายใครไม่สนใจติดตามข่าวสาร ไม่เสาะแสวงหาติดตามความเปลี่ยนแปลงของสังคม อาจ
“เอาต์” กับคำบางคำหรือไม่เคยได้ยินมาก่อน ราชบัณฑิตในฐานะหน่วยงานที่ทำหน้าที่บัญญัติคำใหม่ๆ จึงต้องตามสถานการณ์ความเปลี่ยนแปลงด้านภาษาที่ว่าอย่างต่อเนื่อง ปริมาณคำที่จะพิจารณาบัญญัติขึ้นใหม่ บางส่วนเพิ่งนำมาใช้เป็นครั้งแรก และเป็นคำเก่าที่ถูกนำกลับมาใช้ในบริบทใหม่ ตามจุดมุ่งหมายในการสื่อสารที่เปลี่ยนไปตามยุคสมัยกาญจนา นาคสกุล ราชบัณฑิตสำนักศิลปกรรม ประเภทวรรณศิลป์ สาขาภาษาไทย ผู้เชี่ยวชาญภาษาและวรรณคดีไทย ระบุว่า ทั้งหมดทั้งสิ้น คำใดจะถูกเลือกก่อนนำไปเป็นคำมาตรฐาน กระทั่งถูกบรรจุไว้ในพจนานุกรม ต้องผ่านการพิสูจน์จากหลากหลายปัจจัย
หลายคำจึงยังไม่ถูกนับเป็นคำที่ถูกบัญญัติ เพราะยังถือว่าเป็นคำที่เกิดขึ้นใหม่ เป็นความเข้าใจร่วมกันของสังคมที่ใช้สื่อสารกันได้ ทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นว่า เกิดอะไรขึ้นในช่วงเวลาหนึ่ง ราชบัณฑิตต้องนำเข้าสู่ที่ประชุมเพื่อหารือร่วมกันว่า จะตัดสินเปลี่ยนเป็นมาตรฐานตามแบบใด ส่วนหนึ่งจะถูกบรรจุใน
“พจนานุกรมคำใหม่” ที่รวบรวมคำไทย ซึ่งพบนอกเหนือจากที่ปรากฏในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานคณะกรรมการจัดทำพจนานุกรมฉบับนี้ได้รับการแต่งตั้งขึ้นเมื่อ 22 มิ.ย. 2548 เพื่อทำหน้าที่รวบรวมคำใหม่จัดพิมพ์เผยแพร่ในระยะเวลาประมาณ 2 ปี ต่อการรวบรวมแต่ละครั้ง ซึ่งครั้งแรกเป็นการรวบรวมคำที่เกิดขึ้นใหม่ในช่วงปี 25422550 รวบรวมได้ประมาณ 1,000 คำ คำใหม่ที่ปรากฏ เช่น กิ๊ก แอ๊บแบ๊ว อริยะขัดขืน เด็กแว้น ฯลฯ และคำจากภาษาอังกฤษที่สะกดตามเสียงคำอ่านที่คนไทยคุ้นเคย แทนที่รูปแบบการเขียนที่ได้รับความนิยม เช่น แฟกซ์ แล็บท็อป บีบีทวิตเตอร์ ฯลฯ
กาญจนา อธิบายว่า ธรรมชาติของคำบางคำเป็นภาษาพูดที่ขยายจากกลุ่มเล็กๆ ไปสู่กลุ่มใหญ่ จนได้รับการยอมรับจากสังคม ซึ่งจะถูกเก็บไว้ในคลังคำ หรือแยกออกมาบรรจุในพจนานุกรมคำศัพท์ใหม่ เพื่อจัดเก็บข้อมูลที่ถูกใช้ในช่วงเวลานั้นๆ ซึ่งมีทั้งคำใหม่และเป็นการนำคำมาผสมกัน เช่น ในช่วงที่ผ่านมาอย่างคำว่า
“สุ่มเสี่ยง” ซึ่งเป็นคำใหม่ที่ยังไม่ได้บัญญัติในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน เพราะรัฐบาลเพิ่งนำคำนี้มาใช้ในช่วงเหตุการณ์การชุมนุมทางการเมือง โดยให้ความหมายว่า เป็นการระบุถึงพื้นที่ที่เห็นว่ามีอันตราย แต่ไม่สามารถระบุได้ชัดเจนสุ่มเสี่ยง เป็นคำผสม เดิม เฉพาะคำว่า
“สุ่ม” เป็นคำนาม หมายถึง เครื่องมือจับปลาหรือเครื่องที่ใช้ครอบ ขังไก่ โดยหากเป็นคำกิริยา หมายถึง อาการที่เอาสุ่มครอบเพื่อจับปลา หรือใช้เรียกอาการที่เดา โดยนึกเอาเองอย่างสุ่มปลาว่า เดาสุ่ม ทั้งนี้ เมื่อรวมกับคำว่า“เสี่ยง” ซึ่งหากใช้เป็นคำกิริยา แปลว่า ลองดู เผชิญดู ทั้งสองคำเมื่อผสมกันกลับได้ความหมายใหม่ดังที่กล่าวไปแล้วกว่าที่แต่ละคำจะถูกบรรจุในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พจนานุกรมคำศัพท์ใหม่จะทำหน้าที่เสมือนคอยกรองมาตรฐานของคำนั้นๆ โดยระบุความหมายที่ต้องการสื่อ หากช่วงเวลาต่อมาคำคำเดิมถูกใช้โดยมีความหมายเปลี่ยนไปก็ต้องถูกบันทึกไว้เช่นกันว่า เปลี่ยนไปอย่างไร หรือในส่วนขอบเขตการเก็บคำใหม่ จะครอบคลุมตามลักษณะ เช่น เป็นคำที่เกิดขึ้นใหม่ อย่าง เนติบริกร เคลียร์พื้นที่ เคลียร์หนี้ เคลียร์ปัญหา ไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ 2009 ฯลฯ คำที่มีอยู่แล้ว แต่มีการใช้ความหมายใหม่ เช่น กลับลำ จัดฉาก โค้งสุดท้าย เว้นวรรค ฯลฯ คำเดิมที่มีการขยายคำใหม่ เช่น เมาเมาปลิ้น กรี๊ดกรี๊ดสลบดันป๋าดัน เจ๊ดัน แหงแหงแก๋ เด็กเด็กฝาก เด็กแนว ฯลฯ คำที่พจนานุกรมเก็บไว้แล้ว แต่ขาดตัวอย่างการใช้ สื่อความหมายบางประการ ก็จะถูกเพิ่มตัวอย่าง ให้เห็นวิธีการใช้ยิ่งขึ้นเช่นกัน
นอกจากนี้ ยังรวมไปถึงคำที่เป็นสำนวนหรือวิธีการเปรียบเทียบที่ยังไม่ได้เก็บไว้ เช่น ล้วงลูก สะกิดต่อมฮา รมณ์บ่จอย เกาเหลา ขานรับนโยบาย กลืนเลือด วางหาบ ฯลฯ สำนวนที่มีความหมายใหม่ เช่น อวบอัด ไม้ป่าเดียวกันไม้ประดับ เอกซเรย์ ฯลฯ เป็นคำเลียนเสียงคำแสดงท่าทาง หรือแสดงอารมณ์ เช่น หวือหวา แหลน แพลม อึ้มทึ่ง ฯลฯ คำภาษาต่างประเทศที่ใช้กันมาก ที่ยืมมาจากภาษาต่างๆ ซึ่งตามความนิยมในปัจจุบัน นอกจากพบจากภาษาอังกฤษ ภาษาจีนแล้ว ยังรวมไปถึงภาษาญี่ปุ่น และภาษาเกาหลีอีกด้วย
ในขณะเดียวกัน คำที่เป็นคำเก่า คำธรรมดา ซึ่งตกหล่น ไม่ได้เก็บไว้ในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน 2542 หรือคำวัยรุ่น คำภาษาปาก หรือคำที่เรียกว่า ภาษาแชต บางคำก็จะถูกรวบรวมไว้ในเล่มนี้เช่นกัน
แน่นอนเหตุการณ์ความไม่สงบทางการเมืองในพื้นที่กรุงเทพมหานครและจังหวัดต่างๆ ในช่วงที่ผ่านมา ก็ผ่านการสังเกต เฟ้นหาคำใหม่เช่นกัน โดยได้มีการรวบรวมไว้แล้วจำนวนหนึ่ง
กาญจนา ยกตัวอย่าง คำว่า
“ก่อการร้าย” มีความหมายที่ค่อนข้างกว้าง ที่ผ่านมามักใช้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นระหว่างประเทศและเหตุการณ์ใหญ่ แต่ในช่วงที่ผ่านมารัฐบาลนำมาใช้กับกลุ่มผู้ชุมนุม การใช้คำดังกล่าวกับสาธารณชน ทางราชบัณฑิตเห็นว่า ควรให้ความหมายที่จัดเจน เพื่อไม่ให้เกิดความสับสน ส่วนคำว่าขอคืนพื้นที่ กระชับพื้นที่ โรดแมป ไพร่ อำมาตย์ ฯลฯ ก็เช่นกัน ราชบัณฑิตจะพิจารณาว่า ยังใช้สื่อสารกันอย่างแพร่หลายในระยะเวลาหนึ่งหรือไม่ หากยังใช้สื่อความหมายก็จะรวบรวมไว้เป็นข้อมูลเบื้องต้นราชบัณฑิตสำนักศิลปกรรม กล่าวทิ้งท้ายว่า โดยธรรมชาติของภาษาแล้ว
“คำ” สามารถเกิดขึ้นใหม่ได้ทุกวัน ในยุคสมัยที่มีเทคโนโลยีการสื่อสารใหม่ๆ ให้เลือกบริโภคมากมาย ก็ยิ่งเกิดเป็นช่องทางให้มีการสร้างคำใหม่ๆ มากขึ้นๆ เป็นเงาตามตัว ในทางกลับกันมีคำจำนวนไม่น้อยที่ถูกเลิกใช้หรือกลายเป็นคำโบราณไปในที่สุดอย่างไรก็ดี หากนับเฉพาะเหตุการณ์ความเคลื่อนไหวทางการเมือง ที่เริ่มเข้มข้นมาตั้งแต่ปี 2548 เป็นต้นมา มีการรวบรวมข้อมูล คำศัพท์การเมืองใหม่ๆ ซึ่งได้กำหนดเป็นมาตรฐานแล้ว และรอบรรจุไว้ในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตย สถานเล่มต่อไปแล้วถึงกว่าร้อยคำ โดยจำนวนดังกล่าวยังไม่รวมกับคำที่เพิ่งถูกค้นพบในช่วงการชุมนุมหรือความเคลื่อนไหวในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า คำที่เกิดขึ้นในช่วงเวลานั้นจะหมดโอกาสการถูกบรรจุในพจนานุกรมคำศัพท์ใหม่ หรือกระทั่งนำไปบรรจุในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน คำทั้งหมดไม่สามารถหลีกเลี่ยงปัจจัยการกำหนดมาตรฐานตามที่กล่าวมาแล้วได้
“
ย้อนเวลากลับไปยังยุคหนึ่งสมัยหนึ่ง คำที่ใช้กันในแวดวงการเมือง อย่างคำว่า ประชาธิปไตย หาเสียง เอกราช เลือกตั้ง ฯลฯ ไม่เคยมีในพจนานุกรม เพราะยุคหนึ่งสมัยหนึ่งเรายังปกครองด้วยระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ คำใหม่ๆ นั้นเกิดขึ้นจากเหตุการณ์ที่ต้องการคำอธิบายว่าเหตุการณ์ที่ดำเนินอยู่ เป็นอยู่นั้นคืออะไร เมื่ออธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นด้วยคำที่ไม่คุ้น ก็ต้องอธิบายต่อไปอีกว่า หมายถึงอะไร ในที่สุดเมื่อสังคมยอมรับความหมายนั้น พจนานุกรมก็มีหน้าที่รวบรวมเก็บไว้ให้ศึกษา ทำความเข้าใจความหมายเดียวกันในวงที่กว้างขึ้นต่อไป”






