posttoday
น้ำน้อยสุดรอบ 15 ปี ครม.ห้ามทำนา-เลี้ยงปลากระชัง

น้ำน้อยสุดรอบ 15 ปี ครม.ห้ามทำนา-เลี้ยงปลากระชัง

15 ตุลาคม 2557

ฤดูฝนกำลังจะผ่านพ้น ขณะที่ปริมาณน้ำในเขื่อนหลักต่างๆ มีน้อยกว่าเกณฑ์มาตรฐาน สัญญาณภัยแล้งเริ่มปรากฏ ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)

โดย...ทีมข่าวในประเทศโพสต์ทูเดย์

ฤดูฝนกำลังจะผ่านพ้น ขณะที่ปริมาณน้ำในเขื่อนหลักต่างๆ มีน้อยกว่าเกณฑ์มาตรฐาน สัญญาณภัยแล้งเริ่มปรากฏ ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 14 ต.ค. ได้กำหนดมาตรการแก้ไขปัญหาผลกระทบจากภัยแล้งปี 2557/2558 ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์รายงาน

ประเด็นที่น่าสนใจคือ ครม.เห็นชอบการงดส่งน้ำเพื่อการเพาะปลูกข้าวนาปรังในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาและลุ่มน้ำแม่กลอง โดยให้มีการออกประกาศทางราชการแจ้งพื้นที่ที่ให้งดการส่งน้ำและงดการทำนาปรังในพื้นที่จังหวัดต่างๆ รวม 26 จังหวัด โดยเกษตรกรที่ปลูกข้าวนาปรังในเขตชลประทานของลุ่มน้ำเจ้าพระยาและลุ่มน้ำแม่กลองจะไม่ได้รับการช่วยเหลือกรณีเกิดภัยพิบัติด้านการเกษตร

นอกจากนี้ เห็นควรให้ จ.กำแพงเพชร อุตรดิตถ์ พิษณุโลก รณรงค์ให้งดเลี้ยงปลาในกระชังเขตลุ่มน้ำปิงและน่าน ทั้งนี้เพื่อมิให้เกิดความเสียหายแก่เกษตรกรผู้เลี้ยงปลาในกระชัง

สุเทพ น้อยไพโรจน์ รองอธิบดีฝ่ายบำรุงรักษา กรมชลประทาน เปิดเผยว่า ลุ่มน้ำเจ้าพระยาถือว่ามีปริมาณน้ำต้นทุนน้อยที่สุดในรอบ 15 ปี และได้แจ้งผู้ว่าราชการจังหวัดต่างๆ เพื่อประสานกับทุกหน่วยงานในพื้นที่งดส่งน้ำเพื่อเพาะปลูกข้าวนาปรังในลุ่มน้ำเจ้าพระยาแล้ว

ณรงค์ ลีนานนท์ รองอธิบดีฝ่ายบริหาร กรมชลประทาน ก็ระบุว่า มีชาวนาภาคกลางที่เสี่ยงปลูกข้าวนาปรังไปแล้ว 67 หมื่นไร่ ซึ่งมีโอกาสเสียหายสูงมาก โดยกรมชลประทานเร่งประสานทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่แนะนำมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรของรัฐบาลทั้งการจ้างงานแรงงานในท้องถิ่น แนะนำอาชีพใหม่ เช่น เลี้ยงสัตว์และปลูกพืชใช้น้ำน้อย ทดแทนการทำนา

ด้าน พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกรัฐบาล แถลงผลการประชุม ครม. ว่า ที่ประชุมเห็นชอบมาตรการแก้ไขปัญหาผลกระทบจากภัยแล้ง ซึ่งจะใช้งบประมาณ 1,200 ล้านบาท จากงบปกติปี 2558 ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จากเดิมที่ตั้งงบไว้ 2,400 ล้านบาท โดยเป็นงบปกติของกระทรวง 1,200 ล้านบาท และจะของบกลางจาก ครม. 1,100 ล้านบาท

“การช่วยเหลือจะครอบคลุมประชาชนที่ได้รับผลกระทบทั้งลุ่มน้ำเจ้าพระยา ลุ่มน้ำแม่กลอง 26 จังหวัด พื้นที่ 7.7 ล้านไร่ เกษตรกรได้รับผลกระทบ 2.6 แสนครัวเรือน มาตรการต่างๆ ประกอบด้วย กรมชลประทานจ้างแรงงานเพื่อซ่อมคูคลองในอัตรา 300 บาท/วัน มาตรการส่งเสริมอบรมและสนับสนุนปัจจัยการผลิตเพื่อส่งเสริมอาชีพด้านประมง เช่น เลี้ยงปลา เลี้ยงกบ ด้านปศุสัตว์ การเลี้ยงเป็ด ไก่ การฝึกอาชีพในภาคเกษตร ทั้งการหมักปุ๋ยหมัก การซ่อมเครื่องจักรกล และการแปรรูป ถนอมอาหาร การสนับสนุนเมล็ดพันธุ์พืชตระกูลถั่วแก่เกษตรกรในพื้นที่ 2 ลุ่มน้ำ จำนวน 1.5 แสนไร่ นอกจากนั้นยังมีมาตรการให้เกษตรกรเลือกมาตรการช่วยเหลือตามความสมัครใจ”

รองโฆษกรัฐบาล แถลงอีกว่า มาตรการสนับสนุนอื่นๆ ประกอบด้วยการแจ้งเตือนภัยเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำผ่านผู้ว่าราชการจังหวัด สภาเกษตรกรแห่งชาติ รวมถึงกลไกระดับพื้นที่ อาทิ องค์กรผู้ใช้น้ำของแต่ละโครงการ การกำหนดแผนปฏิบัติการฝนหลวงการสนับสนุนเครื่องสูบน้ำและรถบรรทุกน้ำ การเร่งรัดขุดลอกคลองระบายน้ำ การจัดทำแก้มลิงเพื่อกักเก็บน้ำไว้ใช้ รวมถึงสำรองเมล็ดพันธุ์พืช เสบียงสัตว์และเวชภัณฑ์

ทั้งนี้ กรมชลประทานคาดการณ์ว่า ณ วันที่ 1 พ.ย.นี้ ปริมาณน้ำใน 4 เขื่อนหลักลุ่มเจ้าพระยา คือ เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จะมีปริมาณน้ำเหลือเพียง 4,900 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ต้องสำรองน้ำไว้ใช้ 3,000 ล้าน ลบ.ม. จะเหลือปริมาณน้ำ 1,900 ล้าน ลบ.ม. เมื่อหักปริมาณน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค รักษาระบบนิเวศ และอื่นๆ อีก 1,500 ล้าน ลบ.ม. ดังนั้นจะมีน้ำเหลือเพียง400 ล้าน ลบ.ม. ไม่เพียงพอต่อการเพาะปลูก

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท