posttoday
"บิ๊กโด่ง"ยันคุมสถานการณ์ใต้ลั่นได้ไม่ยอมแยกดินแดน

"บิ๊กโด่ง"ยันคุมสถานการณ์ใต้ลั่นได้ไม่ยอมแยกดินแดน

15 ตุลาคม 2557

ผบ.ทบ.เผย คุมสถานการณ์ใต้ได้ไม่ยอมแยกดินแดน 3พ.ย.ทุกร.ร.ใน 3จังหวัดใต้ต้องเปิดจ่อขยาย "ทุ่งยางแดงโมเดล"หากได้ผล

ผบ.ทบ.เผย คุมสถานการณ์ใต้ได้ไม่ยอมแยกดินแดน 3พ.ย.ทุกร.ร.ใน 3จังหวัดใต้ต้องเปิดจ่อขยาย "ทุ่งยางแดงโมเดล"หากได้ผล

เวลา 08.00 น. วันที่ 15 ต.ค. พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.)   พร้อมคณะ เดินทางมาเป็นประธานในพิธีวันสถาปนากองพลทหารราบที่ 2รักษาพระองค์ ครบรอบ 104 ปี โดยมีเจ้าหน้าที่ทหารระดับสูงของกองทัพบก หน่วยงานราชการต่างๆ เข้าร่วมงานภายในพิธีอย่างพร้อมเพรียง

จากนั้น พล.อ.อุดมเดช  ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการจัดตั้งทุ่งยางแดงโมเดลเพื่อแก้ไขปัญหา 3 จังหวัดชายแดนใต้ ว่า เป็นข้อเสนอของ พล.ท.ปราการ ชลยุทธ แม่ทัพภาคที่ 4 ในฐานะผู้อำนวยการกองรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (ผอ.กอ.รมน.) ภาค 4 ส่วนหน้า  ซึ่งแนวทางการแก้ปัญหาเพื่อต้องการกระชับการทำงานของทุกภาคส่วน ให้มีส่วนร่วมโดยเฉพาะในระดับพื้นที่ ทั้งตำรวจ ทหาร พลเรือน อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ในอำเภอทุ่งยางแดง จังหวัดปัตตานี เราสามารถควบคุมดูแลได้อยู่แล้ว รวมถึงประชาชนก็มีความเข้าใจในการทำงานของเจ้าหน้าที่เป็นอย่างดี ทั้งนี้จะเน้นให้ ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน(ชรบ.) ดูแลความปลอดภัยโรงเรียนให้มีความครอบคลุมและแน่นหนามากยิ่งขึ้น รวมถึงการใช้อุปกรณ์ต่างๆ ที่จะต้องเสริมเข้ามา ถ้าหากเรายังสามารถทำให้ทุ่งยางแดงโมเดล เข้มแข็ง เราก็จะขยายไปพื้นที่อื่นต่อไป เพื่อทำให้เกิดความปลอดภัยทั้งในส่วนของโรงเรียน รวมถึงในระดับพื้นที่อื่นๆ

พล.อ.อุดมเดช กล่าวว่า ทั้งนี้ นโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) อยากให้สถานการณ์ภาคใต้ดีขึ้นในปี 2558 ซึ่งทางกองทัพจะพยายามอย่างยิ่ง ซึ่งก่อนที่ตนจะเข้ามารับตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบก นโยบายตรงนี้ก็ได้สืบทอด สอดคล้องกันมา ซึ่งเราพยายามปรับในสิ่งต่างๆเพื่อให้เกิดความเหมาะสม เพื่อให้สถานการณ์ดีขึ้น ทั้งนี้ยอมรับว่าการปรับเปลี่ยนผู้บังคับบัญชาในพื้นที่อาจจะยังเป็นช่วงรอยต่ออยู่เล็กน้อย ต้องพยายามทำความเข้าใจ และให้โอกาสผู้บังคับบัญชาที่ลงไปดูแลพื้นที่ใหม่ ในส่วนการสับเปลี่ยนกำลังพล ซึ่งก็ยังเป็นกำลังพลชุดเดิม แต่ส่วนใหญ่กำลังพลจะเป็นในของกองทัพภาคที่4เอง ในส่วนของกองทัพอื่นนั้นน้อยมาก ซึ่งกำลังพลทุกคนก็มีความเข้าใจดีอยู่แล้ว ในส่วนของผู้บังคับบัญชาเองก็ได้มีการติดตามสถานการณ์อยู่แล้ว ตรงนี้จึงไม่น่ามีปัญหาอะไร

พล.อ.อุดมเดช ยังกล่าวชี้แจงถึงกรณีที่การตั้งเป้าว่าจะลดเหตุการณ์การก่อเหตุและควบคุมสถานการณ์ให้ได้อย่างน้อย 50 %ในปี 2558 ว่าเป็นเพียงการตั้งตัวเลขเพื่อให้มีความเข้าใจ และให้กำลังพลปฏิบัติงานให้เห็นเป็นรูปธรรมที่จับต้องได้เท่านั้น แต่หลังจากนี้ไปจะไม่พูดถึงเรื่องเปอร์เซ็นต์ของสถานการณ์ ในภาคใต้จะดีขึ้นเมื่อไหร่ แต่ในส่วนของกองทัพบก และ กอ.รมน.จะพยายามทำให้สถานการณ์ดีขึ้นให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ส่วนกรณีที่นายกรัฐมนตรีระบุว่าจะให้ กอ.รมน.รับผิดชอบในการชี้เป้า ว่าพื้นที่ไหนต้องแก้ไขปัญหาเร่งด่วนนั้น พล.อ.อุดมเดช กล่าวว่า เรื่องการจัดลำดับความเร่งด่วนในการแก้ไขปัญหาในพื้นที่มีอยู่แล้ว ซึ่งทางกอ.รมน.ภาค4 ส่วนหน้า ได้มีการติดตามความเคลื่อนไหวของเหตุการณ์ในแต่ละพื้นที่พร้อมทั้งจัดเป็น 3 ระดับ คือ รุนแรง ปานกลาง และเบาบาง และในแต่ละจังหวัดก็มีเหตุการณ์ทั้งสามระดับนี้ที่ผสมกันไป ซึ่งการชี้เป้า เรารู้อยู่แล้วว่าพื้นที่ไหนหนัก เบา ซึ่งการทำงานของเราในขณะนี้ คือการบูรณาการ และให้เป็นวาระแห่งชาติ โดยให้ทุกส่วนราชการเข้ามาแก้ปัญหา

"อย่างกรณีที่อำเภอทุ่งยางแดง จังหวัดปัตตานี ก็เป็นเรื่องที่น่ายินดี ที่ทางกระทรวงศึกษาธิการ ได้มีการประสานงานกับกอ.รมน. โดยทางพล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ก็จะลงพื้นที่ในเร็ววันนี้ และในส่วนของผมเองก็เช่นกัน ที่ต้องลงไปดูแลปัญหาต่างๆ พร้อมทั้งจะพิจารณางบประมาณในการซ่อมแซมโรงเรียนที่ถูกเผา และต้องทำให้มีโรงเรียนชั่วคราว ส่วนโรงเรียนที่มีความเสียหายมากจนต้องมีการก่อสร้างใหม่ จะเร่งดำเนินการเช่นเดียวกัน แต่อย่างไรก็ตามการเปิดภาคเรียนที่จะมีขึ้นตั้งแต่วันที่ 3 พ.ย.เป็นต้นไปจะต้องพร้อมเปิดเรียนในทุกพื้นที่ แม้จะต้องมีการจัดพื้นที่เรียนชั่วคราวก็จะต้องให้เกิดความพร้อมที่จะให้เปิดเรียนได้ทัน" พล.อ.อุดมเดช กล่าว

เมื่อถามว่าได้มีการประเมินผู้ก่อเหตุความไม่สงบหลังจากห่างหายไปนาน พล.อ.อุดมเดช กล่าวว่า เมื่อเดือนที่ผ่านมาเรามีการควบคุมตัวแกนนำ โดยสามารถจับกุมได้ในส่วนของบุคคล อาวุธ อุปกรณ์ต่างๆ ซึ่งเป็นการตอบโต้เจ้าหน้าที่รัฐ และสร้างภาพข่าวขึ้นมา ถือว่าเป็นเรื่องพื้นฐานอยู่แล้ว หากทางเจ้าหน้าที่มีการจับกุมแกนนำในพื้นที่ไหนก็จะมีการตอบโต้กลับมา แต่ขอยืนยันว่าเราสามารถควบคุมสถานการณ์ในพื้นที่ได้ ส่วนที่ยังมีการก่อเหตุอยู่บ้างต้องพยายามแก้ไขกันต่อไป พร้อมทั้งได้เน้นย้ำให้เพิ่มเติมในเรื่องของงานด้านการข่าว และการปฏิบัติการในระดับพื้นที่ ซึ่งก่อนหน้านี้เรามีนโยบายที่จะต้องเอาชนะในหมู่บ้าน แต่นโยบายใหม่เราไม่ได้ที่จะเข้าไปต่อสู้เพื่อเอาชนะใคร แต่จะไปทำให้เกิดสันติสุขเท่านั้น ซึ่งทุกฝ่ายจะต้องเข้าใจและให้ความร่วมมือ

"ผมมั่นใจว่าหากดำเนินงานตามแผนที่ได้รับนโยบายจากนายกรัฐมนตรี จะสามารถทำให้สถานการณ์นั้นดีขึ้น ก็หวังเป็นอย่างยิ่งสำหรับคนที่เห็นต่าง ต้องเข้ามาร่วมมือ เพื่อที่จะให้สถานการณ์ในพื้นที่ดีขึ้นแต่สิ่งหนึ่งที่ไม่สามารถเป็นไปได้ คือการแบ่งแยกดินแดนไทย เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ ตามรัฐธรรมนูญไมได้กำหนดไว้ ซึ่งคนในพื้นที่เองก็ไม่เคยคิดจะแบ่งแยกดินแดน ไม่ว่าจะไทยพุทธ หรือไทยมุสลิม" พล.อ.อุดมเดช กล่าว

นอกจากนี้ พล.อ.อุดมเดช ปฏิเสธที่จะตอบคำถามกรณี ที่รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวระบุให้ คสช.เลือกประธานคณะกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญพร้อมทั้งส่งตัวแทนเข้าร่วมคณะกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ จำนวน 5คน ภายหลังจากที่สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) จะเปิดประชุมในวันที่ 21 ต.ค.นี้ว่า เรื่องการเมืองมีผู้ที่หน้าที่เกี่ยวข้องโดยตรง ในการทำหน้าที่อยู่แล้ว ซึ่งตนของดที่จะตอบถามที่จะก้าวล่วงในเรื่องของการเมือง เมื่อถามว่าอาจจะมีการหารือในการประชุม คสช.ครั้งที่2หรือไม่ พล.อ.อุดมเดช กล่าวว่า ปฏิเสธที่จะตอบคำถาม

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท