posttoday

หนุ่มใหญ่ดวงซวยถังน้ำมันบึ้มพุ่งตัดมือขาด

14 ตุลาคม 2557

นครราชสีมา-หนุ่มใหญ่เมืองย่าโมดวงซวยฝาถังน้ำมัน 200 ลิตรระเบิดพุ่งตัดข้อมือขาด

นครราชสีมา-หนุ่มใหญ่เมืองย่าโมดวงซวยฝาถังน้ำมัน 200 ลิตรระเบิดพุ่งตัดข้อมือขาด

เมื่อวันที่ 14 ต.ค. ศูนย์วิทยุกู้ชีพ 1669 โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บ ถูกฝาถังน้ำมัน 200 ลิตร กระเด็นมาตัดข้อมือจนขาด เหตุเกิดที่ร้านตัดเชื่อมเหล็ก ไม่มีชื่อ ตั้งอยู่เลขที่ 158 ถ.เบญจรงค์ ซ.4 ต.ในเมือง อ.เมืองนครราชสีมา หลังรับแจ้งจึงรีบประสานเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยสว่างเมตตารุดไปให้ความช่วยเหลือ ที่เกิดเหตุอยู่ภายในร้านเชื่อม ตัด เหล็กดังกล่าว พบแต่เพียงรอยเลือดสาดกระจายเต็มบริเวณร้าน ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส คือ นายสุชาติ ชะลอยลำ อายุ 42 ปี มีบาดแผลถูกของแข็งมีคม ตัดเข้าที่ข้อมือด้านขวา จนขาดออกจากกัน มีเพื่อนบ้านที่เห็นเหตุการณ์ช่วยเหลือนำตัวส่งรักษาที่โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ก่อนหน้านี้แล้ว 

นายประเสริฐ บุญแท้ หรือ ช่างอู๊ด เจ้าของร้านตัด เชื่อมเหล็ก ดังกล่าว ให้การว่า ขณะที่เขากำลังจะทำการตัดถังน้ำมัน 200 ลิตร ที่มีชาวบ้านนำมาให้ตัด เพื่อตัดแปลงทำเป็นเก้าอี้นั่งพักผ่อน ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่ นายสุชาติ ผู้บาดเจ็บ เพื่อนรุ่นน้อง ได้มานั่งพูดคุยเล่นกับเขาอยู่ภายในร้าน ซึ่งเขาก็ยังคงทำงานตามปกติ แต่ระหว่างที่เขากำลังใช้เครื่องหินเจียร ทำการตัดบริเวณตรงกลางถังน้ำมัน แต่จู่ๆฝาถังน้ำมันเกิดระเบิดอย่างแรงทำให้ฝาถังน้ำระเบิดกระเด็นออกมา และพุ่งไปทางที่ นายสุชาติ นั่งอยู่ทำให้ ฝาถังน้ำมัน กระเด็นไปตัดข้อมือ นายสุชาติ จนขาดออกจากกัน

อย่างไรก็ตามส่วนเขาโชคดีที่ขณะตัดถังน้ำมันระเบิดไม่ได้ยืนขวางถังน้ำมันอยู่ ทำให้ไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด ซึ่งสาเหตุของการเกิดระเบิดครั้งนี้คาดว่า ภายในถังน้ำมันดังกล่าวน่าจะมีน้ำมันหลงเหลือค้างถังอยู่ ประกอบกับลืมเปิดฝาถังน้ำมัน เพื่อระบายความร้อนออก เมื่อใช้หินเจียรตัดถังน้ำมัน จึงเกิดความร้อนสะสมทำให้เกิดการระเบิดขึ้น หลังเกิดเหตุได้รีบเข้าไปช่วยเหลือนายสุชาติ และรีบนำส่งรักษาที่โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา เพื่อให้แพทย์ช่วยรักษาต่อข้อมือให้กับนายสุชาติ

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้สอบสวนผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ รวมถึงผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ข่าวล่าสุด

TTW รับใบรับรองคาร์บอนฟุตพริ้นท์ปี 69 ย้ำองค์กรยั่งยืนสู่ Net Zero