posttoday
แผนสองชั้น ล้างบาง 500 นักการเมือง

แผนสองชั้น ล้างบาง 500 นักการเมือง

14 ตุลาคม 2557

จิ๊กซอว์แต่ละตัวเริ่มปะติดปะต่อจนออกมาเป็นภาพอันเลือนราง ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์ดักคอ

โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

จิ๊กซอว์แต่ละตัวเริ่มปะติดปะต่อจนออกมาเป็นภาพอันเลือนราง ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์ดักคอ แผนล้างบางการเมืองเก่า ปลุกปั้นเลือดใหม่เข้าถนนการเมืองหลัง “ปฏิรูป”

เริ่มตั้งแต่ “ดาบแรก” กระบวนการถอดถอนที่ตกค้างมาจากก่อนหน้านี้ จากกรณีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่จะไล่กวาดตั้งแต่อดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เรื่อยมาจนถึง ขุนค้อนสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ อดีตประธานสภาผู้แทนราษฎร และนิคม ไวยรัชพานิช อดีตประธานวุฒิสภา พ่วงด้วยอดีต สส.สว. 318 คน

แน่นอนไม่ใช่เรื่องง่าย แม้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) จะมั่นอกมั่นใจในอำนาจการถอดถอนว่าสามารถทำได้ ซึ่งถึงจะไม่มีระบุชัดเจนไว้ในรัฐธรรมนูญชั่วคราว 2557 แต่ในมาตรา 6 วรรคสุดท้าย ระบุชัดเจนว่า ให้ สนช.ทำหน้าที่สภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา และรัฐสภา

แถมยังเปิดช่องในมาตรา 5 กรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับการวินิจฉัยกรณีใดตามความในวรรคหนึ่งเกิดขึ้นในวงงานของ สนช.ให้ สนช.เป็นผู้วินิจฉัยชี้ขาด หรือเมื่อมีกรณีที่เกิดขึ้นนอกวงงานของ สนช. คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) คณะรัฐมนตรี ศาลฎีกา หรือศาลปกครองสูงสุด จะขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยชี้ขาดก็ได้

ปมปัญหาเรื่องอำนาจการถอดถอนของ สนช. จึงเห็นทิศทางชัดเจนว่า หากไม่ใช้เสียงจากที่ประชุม สนช.ชี้ขาด ก็คงต้องใช้หลังพิงศาลรัฐธรรมนูญเพิ่มความชอบธรรมให้การถอดถอน

แต่ปัญหาที่ทำให้ สนช.ยังไม่อาจผลีผลามทำอะไรบุ่มบ่ามเวลานี้ ติดอยู่ตรงที่แง่มุมทางกฎหมาย เพราะญัตติถอดถอนทั้งหมดเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ 2550 ดังนั้นเมื่อ คสช.ฉีกรัฐธรรมนูญทิ้งหลังรัฐประหาร กระบวนการถอดถอนตามรัฐธรรมนูญจึงถูกมองว่าต้องสิ้นสุดลงไปด้วย

ดังนั้น ถึง สนช.จะมีอำนาจถอดถอนในมือ แต่อาจติดขัดตรงประเด็นถอดถอนที่เกิดขึ้นตามกลไกรัฐธรรมนูญ 2550

แต่กระนั้น สนช.บางส่วนยังยืนกรานว่าสามารถเดินหน้าถอดถอนได้ และกำลังตั้งท่าเตรียมดึงเรื่องนี้เข้าสู่การพิจารณาของ สนช.เร็วๆ นี้ จนทำให้ วรชัย เหมะ อดีต สส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย และแกนนำ นปช. ออกมาขู่เตรียมค้านสุดตัว หาก สนช.ยังจะฝืนถอดถอน

ไม่ใช่เรื่องเหนือความคาดหมายที่ฝั่งเพื่อไทยและเสื้อแดงต้องรีบออกมาดักคอ เพราะหากปล่อยให้กระบวนการถอดถอนเดินหน้าต่อไป ย่อมไม่ได้หมายความถึงแค่อดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ที่เป็นหัวขบวนเพื่อไทยจะถูกสกัดพ้นถนนการเมือง แต่ยังรวมไปถึง 309 สส. และ 39 สว. ที่ถือเป็นเครือข่ายของรัฐบาลเพื่อไทย

ยิ่งเวลานี้ สนช.หลายคนถูกมองว่าอยู่ตรงข้ามพรรคเพื่อไทยชัดเจน แถมการทำงานของ สนช.ที่ผ่านมายังเป็นเอกภาพเสียจนถูกค่อนขอดว่าสั่งซ้ายหันขวาหันได้ ดังนั้นย่อมทำให้คาดเดาผลลัพธ์สุดท้ายของการลงมติถอดถอนจะออกมาอย่างไร

หากอดีต สส.เพื่อไทยถูกถอดถอนไปกว่า 200 ย่อมส่งผลกระทบต่อไปถึงการเลือกตั้งครั้งหน้าหลังการปฏิรูป ซึ่งวางกำหนดการไว้คร่าวๆ ราวเดือน ต.ค. 2558 เพราะจะทำให้เจ้าของพื้นที่ฐานเสียงซึ่งเป็นเสียงข้างมากของสภา ถูกตัดสิทธิการเมืองต้องหายไปจากสนาม 5 ปี

แม้จะส่งตัวแทนหรือนอมินีมาลงสนามเลือกตั้งก็ยากที่เพื่อไทยจะกวาดที่นั่งกลับมาได้เท่าเดิม

ยังไม่รวมกับอดีตพรรคร่วมรัฐบาล ทั้งภูมิใจ ชาติไทย ที่ถูกร่างแหจากการร่วมกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญเที่ยวนี้ หากถูกถอดถอนจริงย่อมทำให้พรรคขนาดกลางเหล่านี้อ่อนแอลงไปจากเดิม

ไม่ต่างจาก 39 สว. ที่ส่วนใหญ่เป็น สว.เลือกตั้ง ซึ่งถูกมองว่าเป็นกลุ่มใกล้ชิดรัฐบาลเพื่อไทย หากโดนถอดถอนและต้องถูกตัดสิทธิออกจากถนนการเมือง และมีผลต่อการเลือกตั้งเช่นกัน

ปรากฏการณ์นี้จึงคล้ายกับที่ผ่านมาสมัยสมาชิกบ้านเลขที่ 111 และ 109 ถูกตัดสิทธิทางการเมือง จนต้องส่งสมาชิกแถวสอง แถวสาม มาลงสนามไปพลางๆ

ทว่า ในวันที่สมาชิกบ้านเลขที่ 111 และ 109 พ้นโทษแบน และหวังว่าจะได้หวนกลับคืนสนามการเมืองอีกรอบ แต่สิ่งที่ไม่คาดกำลังจะเกิดขึ้น เมื่อ คสช.เตรียม “ดาบสอง” สกัดอดีตนักการเมืองรุ่นเก่าไม่ให้ฟื้นคืนชีพ ด้วยการเขียนข้อบังคับล็อกคุณสมบัติไว้ในรัฐธรรมนูญ

ดังจะเห็นว่าในรัฐธรรมนูญชั่วคราว มาตรา 35 ระบุว่า คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญต้องจัดทําร่างรัฐธรรมนูญให้ครอบคลุมเรื่องดังต่อไปนี้ (4) กลไกที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันและตรวจสอบมิให้ผู้เคยต้องคําพิพากษาหรือคําสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายว่ากระทําการทุจริตหรือประพฤติมิชอบ หรือเคยกระทําการอันทําให้การเลือกตั้ง ไม่สุจริตหรือเที่ยงธรรม เข้าดํารงตําแหน่งทางการเมืองอย่างเด็ดขาด

รัฐธรรมนูญชั่วคราวที่เขียนล็อกไว้เช่นนี้ ย่อมเป็นกรอบล็อกให้รัฐธรรมนูญฉบับถาวรต้องออกมาตามแนวทางนี้ ส่วนจะตีความอย่างเคร่งครัดครอบคลุมไปถึงบุคคลใดบ้าง หรือจะสามารถมีผลบังคับให้ครอบคลุมย้อนหลังไปถึงคดีในอดีตที่ผ่านมาได้หรือไม่ คงต้องไปดูกันในรายละเอียดชั้นการยกร่างรัฐธรรมนูญที่จะต้องถกเถียงกันหลากหลายแง่มุม

เมื่อเรื่องนี้ถือเป็นเรื่องเปราะบางที่อาจถูกหยิบยกมาเป็นชนวนไม่ยอมรับรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้น และทำให้การเมืองกลับมาอยู่ในวังวนความขัดแย้งเช่นเเดิม ส่งผลให้การรัฐประหารครั้งนี้เป็นอีกครั้งที่ต้องเสียของอย่างน่าเสียดาย

สอดรับกับที่ จตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำ นปช. วิเคราะห์เอาไว้ว่า รัฐธรรมนูญฉบับถาวร 2558 ที่กำลังจะเกิดขึ้น จัดวางสองขยักที่มีความแยบยล เมื่อนักการเมืองถูกตัดสิทธิเป็นที่เรียบร้อยไปแล้ว และถ้า สส.และ สว.ถูกตัดสิทธิไปอีก นักการเมืองรุ่นเก่าก็จะหมดไป แต่ไม่ได้ทำให้พรรคเพื่อไทยอ่อนแอ เพราะความอ่อนแอหรือไม่อ่อนแอจะอยู่ที่จุดยืนหรืออุดมการณ์ว่าเป็นที่ศรัทธาของประชาชนหรือไม่ ถ้าประชาชนมีความศรัทธา

“ไม่ว่าจะส่งใครไปก็ตาม ผลการเลือกตั้งก็ไม่แตกต่าง ไม่ว่าคุณออกแบบไว้อย่างไรก็ตาม ถ้าประชาชนไม่เชื่อคุณก็ไม่มีวันชนะ ถ้ายิ่งใช้อำนาจมากเท่าไหร่คนไทยจะยิ่งต่อต้านมากเท่านั้น เพราะคนไทยเห็นว่าเป็นการรังแกกัน”

แผนล้างบางสมาชิกบ้านเลขที่ 111, 109 มาจนถึงล็อตใหม่ 309 สส.สว. ที่หวังจะตัดตอนให้กลุ่มการเมืองเก่าต้องสูญพันธุ์ จึงอาจกลายเป็นกระแสตีกลับที่ คสช.ไม่อาจมองข้าม

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ